12 มี.ค. เวลา 02:09 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

ไขปริศนา ฟหกด่าสว สงครามแป้นพิมพ์ไทย ทำไมเราถึงต้องพิมพ์กันแบบนี้?

เคยสงสัยไหมครับเวลาเราเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาทำงาน หรือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความ ลองก้มมองไปที่แป้นพิมพ์ดู แล้วเคยสังเกตเห็นอะไรที่แปลก ๆ บ้างไหม?…
ทำไมการเรียงตัวอักษรถึงดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเอาเสียเลย ทำไมภาษาอังกฤษถึงไม่เรียงตามลำดับ A B C D แต่กลับไปเริ่มต้นที่ตัวอักษรประหลาดๆ อย่าง Q W E R T Y แทน
ยิ่งถ้ามองไปที่ภาษาไทย ทำไมมันถึงไม่เริ่มต้นด้วย ก ข ค ง แต่เรากลับถูกสอนให้จำแป้นเหย้าแบบ ฟ ห ก ด า ส ว ตั้งแต่เด็ก
เรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันมีประวัติศาสตร์อันยาวนานซ่อนอยู่ภายใต้ปุ่มเล็กๆ เหล่านี้
ประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยการแก้ปัญหาทางวิศวกรรม การแข่งขันทางธุรกิจ และเรื่องราวที่น่าทึ่ง
ย้อนกลับไปในอดีตอันไกลโพ้น จุดเริ่มต้นของแป้นพิมพ์มีต้นกำเนิดมาจากสิ่งประดิษฐ์ที่เราเรียกกันว่าเครื่องพิมพ์ดีด
ในปี 1714 วิศวกรชาวอังกฤษชื่อ Henry Mill ได้พยายามคิดค้นและยื่นเรื่องขอจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาหนึ่งชิ้น ซึ่งมีหน้าที่ในการถอดความและพิมพ์ตัวอักษรลงบนกระดาษ
แต่ในยุคนั้นเครื่องมือของเขาไม่ได้เป็นที่พูดถึงและไม่ได้รับความนิยมเลยแม้แต่น้อย ไม่มีใครเห็นความสำคัญของมัน โปรเจกต์นี้จึงเงียบหายไปตามกาลเวลา…
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาเกือบร้อยปี ในปี 1808 โลกก็ได้ต้อนรับเครื่องพิมพ์ดีดเครื่องแรกที่สามารถใช้งานได้จริง ผลงานนี้เป็นของนักประดิษฐ์ชาวอิตาลีชื่อ Pellegrino Turri
สิ่งที่น่าสนใจคือแรงบันดาลใจในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ไม่ได้มาจากเรื่องของธุรกิจ หรือความต้องการที่จะเปลี่ยนโลกแต่อย่างใด แต่มันมาจากความห่วงใย
เขาประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีดนี้ขึ้นมาเพื่อให้เพื่อนสนิทของเขาคือ Countess Carolina Fantoni da Fivizzano ซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา สามารถสื่อสารและเขียนจดหมายได้ด้วยตัวเองอย่างสะดวกมากขึ้น…
1
มันเป็นจุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น หลังจากนั้นในช่วงศตวรรษที่ 19 ก็มีนักประดิษฐ์อีกหลายคนที่พยายามคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่จะมาช่วยทุ่นแรงในการเขียนตัวอักษร
แต่ส่วนใหญ่มักจะมีกลไกที่ซับซ้อน หรือใช้งานยากเกินไปจนไม่ประสบความสำเร็จ และไม่มีการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์เอาไว้อย่างชัดเจน
1
จนกระทั่งมาถึงปี 1870 บาทหลวงชาวเดนมาร์กชื่อ Malling Hansen ได้ทำการประดิษฐ์ Writing Ball ขึ้นมา…
1
เครื่องมือนี้มีหน้าตาแปลกประหลาดมาก มีลักษณะคล้ายกับลูกบอลครึ่งซีกที่มีแป้นพิมพ์โค้งเป็นทรงกลม มีปุ่มกดสำหรับพิมพ์ตัวอักษรเรียงอยู่ด้านบน
เมื่อกดลงไปตัวอักษรก็จะประทับลงบนหน้ากระดาษ เครื่องนี้ถูกนำออกมาวางจำหน่ายในท้องตลาดและเริ่มทำให้คนเห็นภาพว่า การพิมพ์ตัวอักษรด้วยเครื่องจักรนั้นเป็นไปได้จริง
แต่จุดเปลี่ยนที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1873 ได้มีการวางจำหน่ายเครื่องพิมพ์ดีดที่ชื่อว่า Sholes & Glidden…
1
เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากจนกลายเป็นรากฐานของเครื่องพิมพ์ดีดยุคใหม่ที่เราคุ้นเคยกัน
2
เครื่องพิมพ์ดีดชนิดนี้มีแนวคิดมาจากสิ่งประดิษฐ์ของ Christopher L. Sholes และ Carlos Glidden ซึ่งเป็นผู้ช่วยของเขา
ทั้งสองคนช่วยกันคิดค้นกลไกโดยนำเอาแผ่นคาร์บอนมาประกบคู่กับกระดาษ และใช้แท่นกดทับลงไป ซึ่งในตอนแรกสุด กลไกนี้ยังไม่สามารถพิมพ์เป็นตัวอักษรได้…
มันทำได้เพียงแค่สร้างจุดเล็กๆ บนแผ่นกระดาษเท่านั้น แต่ด้วยความพยายาม พวกเขาได้ปรับเปลี่ยนแท่นกดให้เป็นรูปตัวอักษรต่างๆ จนสามารถพิมพ์ตัวหนังสือออกมาได้สำเร็จ
1
จากนั้นก็มีการพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการนำเอาหมึกผ้าเข้ามาใช้งาน ซึ่งเป็นแผ่นผ้าชุ่มน้ำหมึกที่สามารถใช้งานซ้ำได้หลายรอบ ทำให้ประหยัดต้นทุนไปได้มาก
1
และที่สำคัญที่สุด เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นนี้เป็นเครื่องพิมพ์ดีดชนิดแรกของโลกที่นำเอาการจัดเรียงแป้นพิมพ์แบบ “QWERTY” มาใช้งาน…
1
แล้วทำไมต้องเป็น “QWERTY” ด้วย ทำไมไม่เรียงให้จำง่ายๆ คำตอบของเรื่องนี้คือปัญหาทางวิศวกรรมล้วนๆ
1
ในยุคแรกเริ่ม เครื่องพิมพ์ดีดแบบกลไกจะมีก้านเหล็กที่ส่วนปลายมีตัวอักษรติดอยู่ เวลาเรากดปุ่ม ก้านเหล็กนี้จะดีดตัวขึ้นไปกระแทกกับกระดาษ
ปัญหาคือเมื่อผู้ใช้งานเริ่มมีความชำนาญและพิมพ์ด้วยความเร็วสูง ก้านเหล็กที่อยู่ใกล้กันมักจะดีดขึ้นไปขัดกันเองกลางอากาศ ทำให้เครื่องพิมพ์ดีดค้างและพังบ่อยครั้ง…
1
เพื่อแก้ปัญหานี้ Christopher L. Sholes จึงต้องออกแบบการจัดวางแป้นพิมพ์ใหม่ เขาทำการแยกตัวอักษรภาษาอังกฤษที่มักจะถูกใช้งานคู่กันบ่อยๆ ให้อยู่ห่างกันมากที่สุดบนแป้นพิมพ์
1
เขาทำไปเพื่อให้ก้านเหล็กตัวหนึ่งตกลงกลับไปที่เดิมก่อนที่ก้านเหล็กตัวต่อไปจะดีดขึ้นมาได้อย่างราบรื่น
1
การจัดเรียงแบบนี้จึงไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้เราพิมพ์ได้เร็วขึ้น แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อชะลอความเร็วของผู้พิมพ์ และลดปัญหาเครื่องค้างต่างหาก…
3
ในตอนแรก เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นนี้สามารถพิมพ์ได้เฉพาะแค่ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่เท่านั้น ต่อมาเขาตัดสินใจขายลิขสิทธิ์ให้กับ James Densmore
1
ผู้ซื้อลิขสิทธิ์มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จึงได้นำเครื่องพิมพ์ดีดนี้ไปพัฒนาร่วมกับบริษัท E. Remington and Sons ซึ่งเดิมทีเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตอาวุธปืน
จนในที่สุดก็สามารถประดิษฐ์เครื่องพิมพ์ดีดที่มีทั้งตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กได้สำเร็จ…
1
แต่ในเบื้องต้น เครื่องพิมพ์ดีดรุ่นใหม่นี้มีลักษณะเป็นแป้นพิมพ์ที่แยกปุ่มตัวอักษรพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ออกจากกัน ทำให้แผงคีย์บอร์ดมีขนาดใหญ่เทอะทะมาก
2
ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีการคิดค้นปุ่ม Shift ขึ้นมา ปุ่มนี้ทำหน้าที่ยกกลไกแคร่พิมพ์ดีดขึ้น ทำให้สามารถยุบรวมตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็กไว้ในแป้นคีย์เดียวกันได้
1
นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และกลายมาเป็นต้นแบบของคีย์บอร์ดในปัจจุบันที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน…
1
บริษัทยังไม่หยุดแค่นั้น พวกเขาใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจที่ฉลาดหลักแหลมมาก ด้วยการเปิดโรงเรียนสอนพิมพ์ดีด และจัดการฝึกอบรมให้พนักงานคุ้นเคยกับแป้นพิมพ์แบบ “QWERTY”
1
เมื่อพนักงานเหล่านี้เข้าสู่ตลาดแรงงาน บริษัทต่างๆ ก็ต้องซื้อเครื่องพิมพ์ดีดของพวกเขาเพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้ทันที
1
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้แป้นพิมพ์รูปแบบนี้ยึดครองโลกได้อย่างเบ็ดเสร็จ และกลายเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมในที่สุด…
แม้ว่าในภายหลังจะมีนักประดิษฐ์อย่าง August Dvorak ที่คิดค้นแป้นพิมพ์แบบ Dvorak Simplified Keyboard ขึ้นมาในปี 1936
แป้นพิมพ์ใหม่นี้ถูกออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์และพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้พิมพ์ได้เร็วกว่า สบายมือกว่า และลดอาการปวดเมื่อยได้ดีกว่า
2
แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครอยากเสียเวลาเรียนรู้ระบบใหม่ ตลาดจึงไม่เปิดรับเทคโนโลยีที่ดีกว่าเพียงเพราะคนคุ้นเคยกับของเดิมไปแล้ว…
1
คราวนี้ลองมาดูฝั่งประเทศไทยกันบ้าง สำหรับแป้นพิมพ์ในภาษาไทยของเรานั้น ก็ได้รับอิทธิพลมาจากเครื่องพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน
หลังจากที่เครื่องพิมพ์ดีดได้ถูกนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา Edwin Hunter McFarland ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการส่วนพระองค์ของสมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ
เขาก็ได้เกิดไอเดียที่จะดัดแปลงเครื่องพิมพ์ดีดจากภาษาอังกฤษให้กลายเป็นภาษาไทย เพื่อนำมาใช้งานในหน่วยงานราชการ…
เขาเริ่มจากการพยายามเพิ่มตัวอักษรไทยลงไปบนแป้นพิมพ์ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ ภาษาไทยของเรามีความซับซ้อนมาก
เรามีทั้งพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ รวมๆ กันแล้วมีจำนวนอักษรมากเกินกว่าที่แป้นพิมพ์มาตรฐานจะรองรับได้ไหว
เขาจึงได้เลือกใช้งานเครื่องพิมพ์ดีดของบริษัท Smith Premier เพราะเครื่องพิมพ์ดีดแบรนด์นี้มีจำนวนแป้นพิมพ์ที่มากกว่าแบรนด์อื่นๆ ในท้องตลาด…
แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังไม่พอที่จะนำเอาตัวอักษรในภาษาไทยใส่ลงไปบนแป้นพิมพ์ได้ครบถ้วนทุกตัวอักษรอยู่ดี
เขาจึงต้องตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการตัดพยัญชนะบางตัวออกไป นั่นคือตัว ฃ และ ฅ ซึ่งหายไปจากแป้นพิมพ์ดีดภาษาไทยในยุคแรก
1
เหตุผลก็เนื่องจากเป็นอักษรที่ใช้งานไม่บ่อย และสามารถใช้ตัว ข และ ค ในการพิมพ์ทดแทนได้โดยที่ความหมายไม่เปลี่ยน…
1
ในที่สุด เครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยเครื่องแรกของโลกก็พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ในปี 1892 โดยมีลักษณะเป็นแป้นพิมพ์ 7 แถว แถวละ 12 ตัว
1
ที่สำคัญคือมันยังไม่มีปุ่ม Shift เข้ามาช่วย ทำให้เวลาพิมพ์ผู้ใช้งานต้องขยับมือค่อนข้างลำบากและใช้พื้นที่หน้าโต๊ะเยอะมาก
1
ต่อมาได้มีการขายกิจการและกรรมสิทธิ์เครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยให้กับบริษัท Remington…
1
ทางบริษัทจึงได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบของแป้นพิมพ์บนเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของต่างประเทศ
พวกเขาเพิ่มปุ่ม Shift เข้ามาก่อนวางจำหน่ายในช่วงปี 1915 การมีปุ่มนี้ทำให้แป้นพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ดีดตัวใหม่สามารถยุบจำนวนแถวลงมาเหลือเพียงแค่ 4 แถวเท่านั้น
1
และการปรับปรุงรูปแบบแป้นพิมพ์ใหม่ชนิดนี้เอง ที่กลายมาเป็นจุดกำเนิดของแป้นพิมพ์มาตรฐานที่เรารู้จักกันในชื่อ “Kedmanee”…
1
แป้นพิมพ์ “Kedmanee” ถือเป็นแป้นพิมพ์ภาษาไทยตั้งต้นและเป็นมาตรฐานของภาษาไทยที่เรายังคงใช้กันอยู่ทุกวันนี้
1
มันถูกพัฒนาขึ้นและจัดทำจนแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ในปี 1931 โดยที่มาของชื่อแป้นพิมพ์นี้ มาจากชื่อของผู้พัฒนาการจัดเรียงอักษร
1
บุคคลท่านนั้นคือคุณสุวรรณประเสริฐ เกษมณี ผู้ซึ่งทุ่มเทเวลาในการหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละตัวอักษร…
1
นอกจากนี้ยังมีคุณสวัสดิ์ มากประยูร และแพทย์ George B. McFarland ร่วมกันพัฒนาการเรียงอักษรบนแป้นพิมพ์ภาษาไทยนี้ด้วย
แป้นพิมพ์ “Kedmanee” ถูกออกแบบมาให้มีแป้นเหย้าทางฝั่งซ้ายอยู่ที่ตัวอักษร ฟ ห ก ด และทางฝั่งขวาอยู่ที่ ่ า ส ว
นี่จึงเป็นที่มาของบทเรียนการพิมพ์ดีด ฟหกด่าสว ที่เราคุ้นเคยกันดี แป้นพิมพ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้สามารถพิมพ์ได้ถนัดมือที่สุด…
หากเรากดปุ่ม Shift ที่ตัวอักษรสระอึ เราก็จะได้ไม้หันอากาศและไม้โทออกมาพร้อมกันในปุ่มเดียว ซึ่งช่วยประหยัดเวลาการพิมพ์ได้อย่างมหาศาล
1
ในประวัติศาสตร์ของแป้นพิมพ์ไทยก็เคยมีคู่แข่งเกิดขึ้นมาเช่นกัน นั่นคือแป้นพิมพ์ Pattachote ซึ่งคิดค้นโดยคุณสฤษดิ์ ปัตตะโชติ
1
จากงานวิจัยพบว่าแป้นพิมพ์ Pattachote สามารถทำความเร็วในการพิมพ์ได้ดีกว่า เพราะมีการกระจายภาระการใช้นิ้วมือของทั้งสองข้างได้อย่างสมดุล…
1
ในขณะที่แป้นพิมพ์ “Kedmanee” จะหนักไปทางมือขวา และใช้นิ้วก้อยขวาในการกดมากถึงสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจทำให้เมื่อยล้าได้ง่ายกว่า
1
แต่เหตุการณ์ก็ซ้ำรอยกับเวทีโลก แม้ว่าแป้นพิมพ์ Pattachote จะมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่เหนือกว่า
1
แต่แบบเดิมนั้นได้รับความนิยมและแพร่หลายไปก่อนหน้านั้นแล้ว การจะเปลี่ยนความเคยชินของคนทั้งประเทศจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย…
1
เมื่อกาลเวลาผ่านไป โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคของคอมพิวเตอร์ ในปี 1968 สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ
พวกเขาได้มีการบัญญัติมาตรฐานการใช้งานแป้นพิมพ์ภาษาไทยร่วมกับคอมพิวเตอร์อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทุกเครื่องทำงานเหมือนกัน
มีการพัฒนาแป้นพิมพ์ “Kedmanee” ขึ้นมาให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยการนำเอาตัวอักษร ฃ และ ฅ ที่เคยถูกตัดทิ้งไปเพิ่มกลับขึ้นมา…
1
รวมทั้งเพิ่มตัวอักษร ๅ และเครื่องหมายบวก พร้อมทั้งสัญลักษณ์สกุลเงินบาทขึ้นมาแทนที่สระเดิมบนแป้นพิมพ์
1
การปรับปรุงทั้งหมดนี้ทำให้คีย์บอร์ดในภาษาไทยมีความสมบูรณ์ และพร้อมสำหรับการพิมพ์เอกสารทุกรูปแบบ
มันถูกใช้งานกันมาอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบันนี้ โดยที่เราแทบไม่เคยตั้งคำถามกับมันอีกเลยว่าทำไมมันถึงเรียงแบบนี้…
เรื่องราวของแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดให้มุมมองที่น่าสนใจมาก ปัจจุบันนี้เราพิมพ์ข้อความบนหน้าจอสัมผัสของสมาร์ตโฟน หรือคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์
อุปกรณ์เหล่านี้ไม่มีก้านเหล็กให้ขัดกันเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว นั่นหมายความว่าข้อจำกัดทางวิศวกรรมที่บีบบังคับให้ต้องสร้างมันขึ้นมา ได้หายไปหมดแล้ว
เรามีอิสระอย่างเต็มที่ที่จะออกแบบการเรียงตัวอักษรแบบไหนก็ได้ให้พิมพ์ง่ายที่สุด และลดอาการปวดเมื่อยได้ดีที่สุด…
1
แต่พวกเราก็ยังคงใช้ “QWERTY” และ “Kedmanee” กันอยู่ดี ในเชิงวิชาการ ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Path Dependence หรือการพึ่งพาเส้นทางเดิม
1
มันสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเทคโนโลยีหรือมาตรฐานใดมาตรฐานหนึ่ง ถูกฝังรากลึกลงไปในพฤติกรรมและความคุ้นเคยของเราแล้ว
1
ต่อให้ในอนาคตจะมีเทคโนโลยีใหม่ที่ดีกว่าโผล่ขึ้นมา การจะลบล้างความเคยชินที่ถูกส่งต่อกันมาเป็นร้อยปีนั้น ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย…
1
จากเครื่องพิมพ์ดีดเครื่องแรก สู่การแก้ปัญหาก้านเหล็กขัดกันของแป้นพิมพ์ภาษาอังกฤษ และการเดินทางข้ามโลกมาดัดแปลงเป็นแป้นพิมพ์ภาษาไทย
ทุกปุ่มบนคีย์บอร์ดที่เรากดกันในทุกวันนี้ ล้วนมีเรื่องราวที่ถูกซ่อนไว้ เป็นเครื่องยืนยันว่าบางครั้งมาตรฐานที่เราใช้กันอยู่ในทุกวัน
ก็อาจจะไม่ได้เป็นมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่มันคือมาตรฐานที่พวกเราคุ้นเคยและยอมรับมันมากที่สุดนั่นเองครับผม…
References : [wikipedia,thaiware,britannica,smithsonianmag,silpa-mag]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย --> https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
โฆษณา