Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
12 มี.ค. เวลา 12:41 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก EP.9 ทำไมยิวถึงรัก F-16
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน สงครามอิหร่านจะจบช้าหรือเร็วไม่ได้วัดกันที่การวิเคราะห์ของนักวิชาการเพียงเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับรายงานข่าวที่มีปรากฎออกมาแบบเรียลไทม์ เคยมีคำกล่าวว่า "สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร" จนถึงก็ขณะนี้ยังไม่มีผลแพ้ชนะออกมาอย่างเป็นทางการ
ไหนๆ "ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก" ก็มาแล้ว วันนี้จะขอนำเสนอหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีบทบาทในการรบกับอิหร่านนับตั้งแต่วันแรกที่สงครามเริ่มต้นขึ้น เป็นเครื่องบินขับไล่สมมรถนะสูงที่ทั่วโลกใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เมื่อรู้คำใบ้แล้วขอเฉลยดีกว่าว่าในบทความนี้จะนำเสนอเรื่องราวของ F-16 ในกองทัพอากาศอิสราเอล เรื่องราวจะเป็นอย่างเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ
สำหรับกองทัพอากาศอิสราเอลแล้ว Lockheed Martin F-16 Fighting Falcon ไม่ใช่เพียงเครื่องบินขับไล่ที่ซื้อมาใช้งานตามมาตรฐานอเมริกัน แต่เปรียบเสมือนอาหารที่เชฟนำมาปรุงด้วยวัตถุดิบใหม่เพื่อเพิ่มความอร่อย เมื่อเป็นเช่นนั้นการเพิ่มระบบควบคุมการบินสมัยใหม่และเขี้ยวเล็บด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่แม่นยำกว่าเดิม จนกลายเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่แม้แต่สหรัฐอเมริกาผู้ผลิตเองยังต้องขอศึกษาต่อ
ความรักและความผูกพันที่กองทัพอากาศอิสราเอลมีต่อเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 รุ่นนี้ไม่ได้เกิดจากรูปลักษณ์ภายนอกที่สืบทอดมาจากสมัยสงครามเย็น แต่มาจากเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีการทหารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในสมรภูมิระดับโลก การใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ในการรบครั้งแรกของกองทัพอากาศอิสราเอลไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ทางการทหารเฉพาะในภูมิภาค แต่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในยุคสงครามเย็น ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในด้านจิตวิทยา ยุทธวิธี และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ
ที่มาของแต้มสังหารแรกของ F-16 ได้มาอย่างไร ขอย้อนกลับไปในช่วงสงครามเย็น กองทัพอากาศอิสราเอลเป็นผู้ที่ทำให้เครื่องบินขับไล่ F-16 ซึ่งผลิตโดยบริษัท General Dynamics สหรัฐอเมริกา จากเหตุการณ์ในวันที่ 27 เมษายนค.ศ. 1981 เครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศอิสราเอลเข้าปะทะกับเฮลิคอปเตอร์ Mi-8 ของซีเรียเหนือลุ่มน้ำเลบานอน
ในตอนแรกนักบินพยายามใช้ขีปนาวุธความร้อน AIM-9L Sidewinder แต่ไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนมาใช้ปืนใหญ่อากาศ M61 Vulcan ขนาด 20 มม. ยิงทำลายเฮลิคอปเตอร์ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นสถิติการยิงตกครั้งแรกของเครื่องบินรบรุ่นนี้
วันที่ 7 มิถุนายนปีค.ศ.1981 ยุทธการโอเปร่า (Operation Opera) ได้เริ่มต้นขึ้น นี่คือเหตุการณ์แรกที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า F-16 Fighting Falcon ไม่ใช่แค่เครื่องบินขับไล่สำหรับการบินต่อสู้ในอากาศในระยะประชิด (Dog Fight) เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีที่มีความแม่นยำสูงและทรงพลังอย่างยิ่งในสมรภูมิจริงจากการทิ้งระเบิด
ในยุคนั้นกองทัพอากาศอิสราเอลใช้ F-16 รุ่นแรกคือ F-16A/B หรือที่อิสราเอลเรียกว่า "Netz" ซึ่งถูกคนส่วนมากมองว่าเป็นเพียงเครื่องบินขับไล่น้ำหนักเบา แต่ยุทธการโอเปร่าได้ทำลายขีดจำกัดนั้น ฝูงบิน F-16 ของอิสราเอลจำนวน 8 ลำ บินเกาะกลุ่มต่ำในระดับเพดานบินที่เรดาร์ตรวจไม่พบ เพื่อข้ามพรมแดนหลายประเทศเป็นระยะทางไกลไปถล่มเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ออซอิรัก (Osirak) ของอิรักจนราบคาบ
ในภารกิจนี้ อิสราเอลใช้เครื่องบินขับไล่ F-15 ทำหน้าที่เป็นเครื่องบินขับไล่คุ้มกันหรือ Escort ในขณะที่ F-16 รับบทบาทหลักในการทิ้งระเบิด ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กองทัพอากาศอิสราเอลไว้วางใจใช้ F-16 ในภารกิจโจมตีภาคพื้นดินเป็นหลักตั้งแต่นั้นมา
ต่อมาช่วงกรกฎาคมค.ศ.1981 เพียงไม่กี่เดือนต่อมา F-16 ของอิสราเอลสามารถยิงเครื่องบินขับไล่ MiG-21 ของซีเรียร่วงลงด้วยขีปนาวุธ เป็นการยืนยันว่า F-16 มีประสิทธิภาพเหนือกว่าเครื่องบินรบหลักของค่ายโซเวียตในยุคนั้นอย่างชัดเจน
หลังจากนั้น 1 ปีต่อมาใน Operation Peace for Galilee ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างสงครามเลบานอน กองทัพอากาศอิสราเอลก็มีชัยชนะอย่างต่อเนื่องเหนือเครื่องบินรบตระกูล MiG ของโซเวียตด้วย F-16 ทำให้อาวุธจากค่ายคอมมิวนิสต์เสื่อมความน่าเกรงขามและถูกตั้งคำถามเรื่องประสิทธิภาพของเครืองบินรบค่ายดังกล่าวไปทั่วโลก
ในขณะที่เครื่องบินรบของสหรัฐฯ เช่น F-15 และ F-16 กลับโด่งดังและได้รับความเชื่อมั่นสูงขึ้นอย่างมาก อิสราเอลในฐานะมือใหม่สมรภูมิ สงครามเย็นผ่านพ้นไปไวเหมือน F-16 บินเร็ว สหรัฐฯ ยอมให้สิทธิพิเศษแก่อิสราเอลในการปรับแต่งระบบควบคุมการบินและ Source Code ของ F-16 เพราะมองว่าอิสราเอลคือสนามทดสอบอาวุธทางทหารชั้นดี ข้อมูลการรบจริงที่อิสราเอลได้รับจากการเผชิญหน้ากับเทคโนโลยีโซเวียต ถูกส่งกลับไปยังสหรัฐฯ เพื่อใช้พัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ ๆ ของตนโดยไม่ต้องลำพังแค่การส่งทหารภาคพื้นออกรบเอง
ปัจจุบันกองทัพอากาศอิสราเอล (Israeli Air Force: IAF) ถือเป็นชาติที่มีฝูงบิน F-16 มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา โดยความโดดเด่นของพวกเขาคือการนำเครื่องบินพื้นฐานมาปรับปรุงด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาเองจนกลายเป็นมาตรฐานเฉพาะของอิสราเอล
โดยสามารถแบ่งพัฒนาการหลักออกเป็น 3 เจนเนอเรชัน ประกอบด้วย F-16A/B Block 15 Netz หรือภาษาไทยแปลจากฮิบรูคือคำว่าเหยี่ยว เป็นเครื่องบินขับไล่ F-16 รุ่นบุกเบิกที่อิสราเอลใช้งานมาตั้งแต่ยุค 80 ในอดีตเป็นเครื่องบินหลักที่สร้างชื่อจาก Operation Opera ในการทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของอิรัก อย่างไรก็ตามเมื่อมีอายุการใช้งานมากขึ้นในศตวรรษที่ 21 จึงถูกปรับบทบาทไปเป็นเครื่องบินขับไล่ข้าศึกสมมุติสำหรับการฝึกซ้อมการรบทางอากาศเป็นหลัก
F-16C/D "Barak" ในภาษาฮิบรูหมายถึงสายฟ้าส่วน "Barakeet" หมายถึงนกแก้ว รุ่น C เป็นแบบที่นั่งเดี่ยว ส่วน D เป็นรุ่น 2 ที่นั่ง เครื่องบินขับไล่ F-16 แบบนี้มีพื้นฐานมาจาก Block 30/40 มีรูปทรงปราดเปรียวและมีน้ำหนักเบากว่ารุ่น Sufa เพราะไม่มีถังน้ำมันเสริมแนบข้างลำตัว (Conformal Fuel Tank : CFT) จึงถูกใช้เป็นหลักในการป้องกันภัยทางอากาศ การบินสกัดกั้นโดรน และการรบทางอากาศระยะประชิด เนื่องจากมีสมรรถนะสูงในการบินและมีค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงบินที่ถูกกว่า
จุดเด่นคือที่ปลายปีกทั้ง 2 ข้างมักมีการติดตั้งขีปนาวุธ Python 4 ซึ่งมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในการทำลายเป้าหมายที่ไม่ซับซ้อนอย่างโดรน ปิดท้ายด้วย F-16I "Sufa" มีความหมายในภาษาฮิบรูว่าจ้าวพายุ นี่คือรุ่นที่เทพที่สุด โหดที่สุดและทันสมัยที่สุดของอิสราเอลในบรรดาฝูงบิน F-16 โดยมีการจัดหาเข้ามาจำนวน 102 ลำ
อากาศยานแบบนี้มีการพัฒนาจากพื้นฐาน Block 52+ มีการการเพิ่มพิสัยบินด้วยการติดตั้งถังน้ำมันเสริมแบบแนบไปกับตัวเครื่องด้านบน (CFT : Conformal Fuel Tank) ช่วยเพิ่มน้ำมันได้อีก 450 แกลลอน ทำให้บินไป-กลับได้ไกลถึง 1,500-2,100 กม. เพื่อภารกิจโจมตีระยะไกลโดยไม่ต้องพึ่งพาการเติมน้ำมันกลางอากาศบ่อยครั้ง หรือไม่ต้องพึ่งพาการติดตั้งถังเชื้อเพลิงใต้ปีก 2 ถังเหมือน F-16 Block ก่อนหน้า
สำหรับสเปคที่โดดเด่นของ F-16 แบบนี้เพิ่มเติมคือมีการถอดคอมพิวเตอร์หลักของอเมริกาออกแล้วใส่คอมพิวเตอร์ของบริษัท Elbit เข้าไปแทน ทำให้รองรับอาวุธที่ผลิตเองได้ทุกชนิดโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร อีกทั้งยังมีโหนกบนส่วนของหลังอากาศยานแบบดังกล่าวซึ่งบรรจุระบบ Internal Jammer สำหรับปล่อยคลื่นรบกวนเรดาร์ศัตรู ทำให้ข้าศึกจับภาพเครื่องบินด้วยเรดาร์ยุคเก่าได้ยากขึ้น
มีการติกตั้ง Python 5 ซึ่งเป็นจรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศที่ยิงเป้าหมายด้านหลังตัวเองได้ 360 องศา ผ่านการล็อคเป้าด้วยหมวกนักบิน ต่อมาคื Spice 1,000 และ Spice 2,000 เป็นระเบิดอัจฉริยะที่ใช้ระบบสแกนภาพจำลองเป้าหมาย ไม่ต้องพึ่งพา GPS เพียงอย่างเดียว และอาวุธแบบถัดมาคือ Popeye เป็นขีปนาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงสำหรับทำลายบังเกอร์และเป้าหมายภาคพื้นดิน
นอกจากนี้ยังมีระบบ Integrated Data Link ช่วยให้แชร์ภาพเป้าหมายกับหน่วยอื่น เช่น รถถัง หรือเรือรบ ได้แบบ Real-time เหตุผลที่กองทัพอากาศอิสราเอลถูกมองว่าใจถึงและชาญฉลาดในการใช้ F-16 สอยโดรนกามิกาเซ่ ไม่ใช่เพียงเรื่องความกล้าหาญ แต่เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรและการคำนวณความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์การทหารที่ซับซ้อน
ในสงครามอิหร่านนี้ F-16C/D Barak และ Barakeet ถูกเลือกมาทำหน้าที่เป็น Air Defense Fighter สำหรับการสกัดกั้นอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนบริเวณชายแดน เนื่องจากมีรูปร่างที่ ปราดเปรียวและน้ำหนักเบากว่ารุ่น Sufa เพราะไม่มีถังน้ำมันเสริมจึงมีความเหมาะสมในการทำ Dogfight ทำให้นักวิเคราะห์ทางการทหารมองว่าเป็นการใช้ทรัพยากรที่ฉลาดมากในสถานการณ์ที่ต้องบินวนรอสกัดกั้นเป็นเวลานาน
ในขณะที่ F-16I Sufa ซึ่งหนักและทันสมัยกว่า จะถูกสงวนไว้สำหรับภารกิจ Strike หรือการบินเจาะลึกเข้าไปโจมตีระยะไกลในแดนศัตรู เช่น ในสงครามอิหร่านที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ทีนี้วนกลับมาที่การรบทางอากาศที่เกิดขึ้น โดรนกามิกาเซ่อย่าง Shahed บินช้ามาก มีความไม่ถึง 200 กม./ชม. และไม่มีระบบเป้าลวงที่ซับซ้อน อิสราเอลจึงเลือกใช้ขีปนาวุธรุ่นเก่าอย่าง Python 4 หรือ AIM-9M แทนที่จะใช้รุ่นล่าสุด
แม้ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศทั้ง 2 แบบจะตกรุ่นไปบ้างแต่ก็มีประสิทธิภาพเหลือเฟือ ในการทำลายโดรนที่บินช้าเหมือนเป้านิ่ง อีกทั้งยังมีต้นทุนในคลังแสงที่ถูกกว่ามากการใช้ Python 5 เนื่องจากขีปนาวุธแบบนี้ เป็นนวัตกรรมระดับโลกและมีราคาแพงกว่า จึงเลือกที่จะจะถูกเก็บไว้ใช้สอยเครื่องบินรบหรือขีปนาวุธที่สกัดกั้นยากเท่านั้น
จากประสบการณ์ในสงครามที่ผ่านมานักบินรบอิสราเอลมีทักษะในการรบสูงและได้รับการฝึกที่เข้มงวดที่สุดในโลก จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะสามารถใช้ระบบอาวุธที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปืนใหญ่อากาศ M61 Vulcan หรือขีปนาวุธนำวิถีสมัยเก่า แทนขีปนาวุธที่มีราคาแพง
เมื่อยุคสมัยของ F-16 ที่เป็นจ้าวเวหามายาวนานใกล้จะถึงคราวอวสาน กองทัพอากาศอิสราเอลจึงเริ่มส่งไม้ต่อให้กับอากาศยานที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยในยุคที่ 5 ยังนั่นคือ F-35 Lightning II ซึ่งต่อมากลายเป็นรุ่น F-35I "Adir" ที่มีความหมายว่าผู้ยิ่งใหญ่
เมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้กองทัพอากาศอิสราเอลได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า F-35I Adir สามารถสร้างแต้มสังหารแรก ในการรบทางอากาศได้สำเร็จ โดยการยิงเครื่องบินฝึกไอพ่นขั้นสูงรุ่น Yak-130 ของอิหร่านร่วงลง
ชัยชนะครั้งนี้เป็นการยืนยันว่า F-35I ไม่ได้มีดีแค่ภารกิจโจมตีภาคพื้นดินหรือการล่องหนเพื่อทำลายเป้าหมาย แต่ยังมีความสามารถในการครองอากาศที่ยอดเยี่ยมที่ไร้การตรวจจับจากฝ่ายตรงข้าม เมื่อเทียบกับ F-16I Sufa ที่เข้าประจำการมาก่อนหน้านี้
กองทัพอากาศอิสราเอลได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์เฉพาะตัวเข้าไปผสานกับระบบล้ำสมัยของเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 เพื่อให้ตอบโจทย์ภัยคุกคามในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยเฉพาะ F-35I มีจุดเด่นที่เทคโนโลยีการล่องหนและระบบเซ็นเซอร์ที่ผสานข้อมูลจากทั้งภายในและภายนอกเครื่องเพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ให้แก่นักบินอย่างสูงสุด โดยอิสราเอลได้นำมาต่อยอดให้ทำงานร่วมกับเครือข่ายกองทัพของตนเองได้อย่างไร้รอยต่อ
มีรายงานระบุว่า สหรัฐอเมริกาได้ตั้งกฎระเบียบที่เข้มงวด โดย ห้ามไม่ให้นักบินกองทัพอากาศอิสราเอลที่ถือ 2 สัญชาติขับเครื่องบินขับไล่ F-35I เพื่อป้องกันความลับทางเทคโนโลยีรั่วไหล นักบินที่จะเข้าสู่ฝูงบิน F-35I Adir ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มงวดที่สุด เนื่องจากต้องรับมือกับระบบซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนและการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีบนเครื่องบินที่แพงที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก
ในสงครามสมัยใหม่ F-35I จะทำหน้าที่เป็นผู้เปิดทางให้เครื่องบินขับไล่รุ่นเก๋า ด้วยความสามารถในการล่องหนและชี้เป้าให้ F-16 และ F-15 ส่วนแผนการสานต่อ F-16 ในอนาคต กองทัพอากาศอิสราเอลมีแผนจะนำเครื่องบินขับไล่ F-15IA ซึ่งพัฒนาจาก F-15EX รุ่นล่าสุดของสหรัฐฯ เข้ามาประจำการร่วมด้วย ซึ่งเมื่อปรับแต่งด้วยเทคโนโลยีอิสราเอลแล้ว จะยิ่งทำให้กองทัพอากาศอิสราเอลมีความแข็งแกร่งทิ้งห่างคู่ขัดแย้งในภูมิภาคมากขึ้นไปอีก
ข้อมูลจำเพาะ F-16I Sufa
ประเภท : เครื่องบินขับไล่/ทิ้งระเบิดสมรรถนะสูง
ปีที่เข้าประจำการ : ค.ศ.2004
ความกว้างปีก : 9.45 ม.
ความยาว : 15.03 ม.
ความสูง : 5.09 ม.
น้ำหนักเปล่า : 8,809 กก.
น้ำหนักสูงสุดขณะวิ่งขึ้น : 23,582 กก.
พลังงาน : เครื่องยนต์ไอพ่น F100PW229
แรงขับ : 129.4 กิโลนิวตัน (29,000 ปอนด์)
รองรับแรงจีสูงสุด : +9 จี
ความเร็ว : Mach 2+
พิสัยทำการรบ : 2,100 กม.
เพดานบินสูงสุด : 15,240 m.
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ :
กระเปาะชี้เป้า Rafael Litening II
เรดาร์ AN/APG-68(V)9
อาวุธ : ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ
AIM-9L/M Sidewinder
AIM-120 AMRAAM
Python 4
Python 5
Derby
อาวุธสำหรับการโจมตีภาคพื้นดิน
ขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ
ขีปนาวุธต่อต้านระบบป้องกันภัยทางอากาศ
ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์
ระเบิดนำวิถีด้วย GPS
ระเบิดทำลายทางวิ่งสำหรับการโจมตีสนามบิน
สถานะ : อยู่ในประจำการ
เครื่องบินขับไล่ F-16 ไม่ใช่แค่เครื่องบินรบในยุคสงครามเย็น มันกำลังรบร่วมกับเครื่องบินขับไล่สมัยใหม่อย่าง F-35I ที่กำลังเริ่มมีบทบาทจากการรบทางอากาศครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อให้กาลเวลาจะผ่านไปเร็วเพียงใด F-16 จะเป็นโล่ห์ที่แข็งแกร่งแห่งอิสราเอลรอดพ้นจากภัยคุกคามทางอากาศในสงครามยุคใหม่จนกว่าวาระสุดท้ายจะมาถึง สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Alex Maras
Garrett Heller
Jevgeni Ivanov
KnightHammer Aviation
Sebastian K
Moti Shvimer
meir feder
Joshua Ruppert
Ido Sarne
Joeyisaviation
WALTER VAN REI
NE STORY OF WAR
LT STUDIO
N Koios
Thai Weapon Channel
NWO CHANNEL
หลายเรื่องเล่า เท่าที่ผมรู้
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
สงคราม
ทหาร
การเมือง
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย