Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
JWanderlust
•
ติดตาม
14 มี.ค. เวลา 12:35 • ท่องเที่ยว
โขดหินอุลูรู
แสงเช้าที่ Uluru และวิวมุมสูงของ Kata Tjuta
Chapter 89/4: Uluru Sunrise and Kata Tjuta from Above
เช้านี้เราได้ออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลทราย บรรยากาศเงียบ สงบ และโรแมนติกกว่าที่คิดไว้มาก ก่อนจะปิดท้ายวันด้วยการขึ้นเครื่องบินเล็กเพื่อไปชมวิวพาโนรามาของ Uluru และ Kata Tjuta จากมุมสูงแบบเต็มตา เป็นประสบการณ์ที่สุดประทับใจเลยค่ะ
เราเปิดวันด้วยการไปทัวร์ Sunrise Journey ที่เป็นทัวร์สบายๆ ไม่ต้องสมบุกสมบันบุกป่าฝ่าดงที่ไหน แค่ต้องงัดตัวเองขึ้นมาจากเตียงตอนตี 3.15 ทั้งๆ ที่เพิ่งจะงีบหลับไปได้ไม่นาน เพราะรถจะมารับเราไปที่จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นเวลา 03.55 🥴
หลังจากนั่งรถไปประมาณ 15 นาทีก็ถึงจุดชมวิวค่ะ เป็นลานกว้างๆ ที่จัดไฟทางเดินไว้อย่างดีเลย
เป็นทางเดินที่เปิดไฟนำทางเป็นแสงสีแดงสวยๆ ตัดกับสีท้องฟ้าที่ตอนนี้ยังคงมืดสนิท มองไปเห็นดวงดาวสว่างไสวเต็มท้องฟ้า
โปรแกรมนี้จะรวมอาหารเช้าด้วย ซึ่ง พนง. ของทางโรงแรมก็จัดเตรียมอาหารว่างไว้ให้ มีทั้งโกโก้ ชา กาแฟร้อนที่สามารถเติมได้ตลอด มาพร้อมกับมัฟฟินหอมๆ อุ่นๆ อืม…เป็นการเริ่มวันที่ดีมากๆ
อากาศยามเช้ากลางทะเลทรายตอนนี้เย็นมาก อุณหภูมิประมาณ 20 องศาก็จริงแต่มีลมพัดตลอดเวลาทำให้รู้สึกเย็นยะเยือกเลยทีเดียว ดีที่ทางโรงแรมเตรียมผ้าห่มไว้ให้ด้วย
หลังจากอิ่มท้องกับของว่างยามเช้ากันแล้ว พนง. ก็พาเราไปนั่งที่อัฒจันทร์เพื่อเตรียมชมการแสดงซึ่งเป็น highlight ของทัวร์นี้
ทำอัฒจันทร์ซะสวยเลย
Sunrise Journeys เป็นการแสดงที่ผสมผสานแสง สี และเสียง ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินชนเผ่าพื้นเมือง Anangu (อานังงู) 3 คนได้แก่ Selina Kulitja (เซลินา คูลิทจา), Denise Brady (เดนิส เบรดี) และ Valerie Brumby (วาเลอรี บรัมบี) ร่วมกับนักดนตรีและนักแต่งเพลงชาว Anangu เช่นกัน Jeremy Whiskey (เจเรมี วิสกี้) และผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ประสบการณ์ทางภาพ Mandylights (แมนดีไลท์ส)
เป็นการแสดงที่ถ่ายทอดเรื่องราวการกำเนิดของโลก ความผูกพันของมนุษย์ที่มีต่อผืนแผ่นดิน และการหลอมรวมของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน โดยมี Uluru เป็นฉากหลังอันทรงพลังและสวยงาม
แสงของวันใหม่ สวยมากๆ
ระหว่างชมการแสดงเราก็จะเห็นแสงของพระอาทิตย์ที่เป็นเหมือนฉากหลังเปลี่ยนไปตลอดเวลา สวยงามมากๆ
แสงไฟเลเซอร์ที่สาดส่องไปยังต้นไม้แต่ละต้น แสดงให้เห็นถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆ บนโลกทั้งคน และสัตว์ เสียงที่บอกเล่าตำนานความเชื่อของชาว Anangu ในภาษาพื้นเมืองที่ถึงแม้เราจะฟังไม่ออก แต่กลับเข้าใจถึงสิ่งที่ศิลปินต้องการสื่อสารออกมาได้อย่างง่ายดาย
การแสดงกินเวลาประมาณ 20 นาที ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมาก ภาพทุกภาพที่แสดงออกมามันทำให้เรารู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิตบนโลกกับผืนแผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ และตระหนักได้ว่ามนุษย์และธรรมชาติไม่เคยแยกจากกันเลย
แต่ตอนนี้มนุษย์กำลังทำลายธรรมชาติในทุกๆ วัน จนกลายเป็นสภาพอากาศที่แปรปรวน และภัยธรรมชาติต่างๆ ที่เหมือนกำลังส่งสัญญาณเตือนเราว่า หากวันนี้เรายังไม่เริ่มคิดปกป้องโลก ปกป้องผืนแผ่นดินแห่งนี้ของเรา วันหนึ่งในอนาคตเราอาจจะไม่มีโลกใบนี้เหลืออยู่อีกต่อไป
เมื่อการแสดงจบลง ก็ถึงเวลาที่เราจะได้ดื่มด่ำกับแสงแรกของวันกันแล้ว พระอาทิตย์ที่ค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าและสาดแสงสีทองอยู่หลังโขดหิน Uluru เป็นภาพที่สวยงามจับใจมาก
อากาศตอนนี้ประมาณ 23 องศายังเย็นอยู่มาก
ด้านหลังของอัฒจรรย์เราจะเจอกับ Kata Tjuta ที่ยืนรับแสงยามเช้าของพระอาทิตย์อยู่เช่นกัน
Kata Tjuta
ระหว่างนั้นก็ยังมีของว่างมาเสิร์ฟอยู่เรื่อยๆ เป็นเบอร์เกอร์แฮมและไข่ กับคีชอิ่มอร่อยมาก
จากนั้นเค้าก็ให้เวลาเรานั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สุดพิเศษนี้กันต่อ เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ การได้เห็นพระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นจากขอบฟ้า ก็เปรียบเหมือนกับชีวิตเราที่มีขึ้นมีลง บางวันดีบางวันแย่ เหมือนดวงอาทิตย์ที่มีขึ้นและตก แต่สุดท้ายแล้วทุกวันก็จะผ่านไปได้เสมอ
ที่นี่เค้ามีห้องน้ำไว้บริการด้วยนะคะ ป่ะ…ไปดูกันว่าห้องน้ำกลางทะเลทรายอันนี้จะเป็นยังไง
เป็นห้องน้ำที่สะอาดมาก มีสบู่ล้างมือและ hand cream ให้ครบ ชักโครกเป็นแบบไม่ใช้น้ำด้วย เพื่อประหยัดทรัพยากรน้ำและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ 👍
ได้เวลากลับที่พักกันแล้วค่ะ เพิ่งจะ 6 โมงกว่าเอง ทำไรดี…กลับไปนอนต่อไง 😁
ช่วงเย็นเราจอง Lizard Safari Scenic Flight (Sunset Tour) ไว้ ซึ่งจริงๆ เราจองเป็น Helicopter เพราะมันจะได้เข้าไปใกล้ Uluru และ Kata Tjuta ได้ แต่พอใกล้ๆ วันเดินทางบริษัททัวร์เมล์มาแจ้งว่าไม่มี Helicopter ขอเปลี่ยนเป็นเครื่องบินเล็กแบบ Fixed Wing แทน 😑 และก็จะ refund ให้ $210 AUD แอบเซ็งหน่อยๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ไป
รถมารับเราจากหน้ารีสอร์ตตอน 18.15 ไปยังสนามบิน เป็นสนามบินเดียวกับที่เรามาลงจากเมลเบิร์นนั่นแหละค่ะ และเราจะใช้เวลาบินกันประมาณ 40 นาที
นักบิน (ซึ่งเป็นทั้งคนขับรถไปรับพวกเรา ไกด์ และนักบิน) แนะนำให้เรารู้จักกับเครื่องที่จะใช้บินในวันนี้
Lizard Safari Scenic Flight
เป็นเครื่อง Cessna 208 Caravan เครื่องบินใบพัดแบบเครื่องยนต์เดียว ใช้สำหรับทัวร์ชมวิวหรือบินข้ามเมือง เห็นเล็กๆ แบบนี้สามารถรับผู้โดยสารได้ถึง 7 คนเลยนะ
มีถุงอาเจียนให้ไว้กันเหนียวด้วย
เดชะบุญที่วันนี้มีลูกทัวร์แค่ 4 คน เพราะข้างในร้อนมาก มีช่องแอร์เล็กๆ ที่แทบไม่รู้สึกถึงความเย็นที่พัดผ่านมาเลยแม้แต่น้อย 🥵 และที่นั่งก็แคบพอสมควร ใครจะขึ้น Scenic Flight ต้องเตรียมใจหน่อย อ้อ…เอาพัดลมมือถือไปด้วยก็ดีนะ
พอเครื่องขึ้นก็ตื่นเต้นเลยเพราะเครื่องส่ายพอสมควร ซักพักเครื่องก็ไต่ระดับขึ้นไปถึงจุดที่เราจะเห็นวิวด้านล่างได้ชัดเจน
จุดแรกที่นักบินพาไปดูเป็น Salt Lake Amadeus หรือทะเลสาปเกลือขนาดใหญ่ที่เราไปแวะถ่ายรูปมาในวันแรก
ได้เห็นจากมุมสูงถึงได้รู้ว่ามันกว้างใหญ่มาก ขาวสุดลูกหูลูกตาเลย ซึ่ง Salt Lake นี้มีขนาดประมาณ 180 กม. ถือเป็นทะเลสาปเกลือที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งใน Northern Territory เลย
ไกด์บอกว่า เคยมีข่าวลือว่าที่ Lake Amadeus มีทองคำซ่อนอยู่ใต้ทะเลเกลือด้วยนะ แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ข่าวลือเพราะไม่เคยมีใครเจอจริงๆ
จากนั้นเราก็โฉบไปดู Kata Tjuta กันบ้าง
เป็นตะปุ่มตะป่ำสมชื่อ "หินหลายหัว" เลย
สุดท้ายก็เป็น Uluru หินโดดๆ ลูกเดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้างของทะเลทราย
สีส้มของหินตัดกับสีของท้องฟ้าสวยมาก
ทะเลทรายด้านล่างช่างเวิ้งว้างจริงๆ
ตรงนี้คือกลุ่มรีสอร์ตของ Ayers Rock ที่เป็นที่พักของเราค่ะ กินพื้นที่กว้างใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย
ผืนทรายที่เราเห็นเป็นเหมือนลอนคลื่นแบบนี้ เกิดจากการที่ทรายถูกลมพัดซ้ำๆ ไปในทิศทางเดิมเป็นเวลานานหลายพันปี จนทำให้เกิดเป็นสันทรายที่เรียกว่า Sand Dune
สันทรายเหล่านี้มีความยาวถึง 10–20 กม. และสูงประมาณ 5–30 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งมองจากพื้นดินแทบไม่เห็น ต้องขึ้นเครื่องบินถึงจะเห็นลวดลายแบบนี้ได้
เราบินวนชมวิวโดยรอบกันอีกนิดหน่อย ซึ่งบางจังหวะเครื่องบินต้องบินเข้าหาพระอาทิตย์ บอกเลยร้อนโฮก เพราะในเครื่องแทบไม่มีลม ทรมานประมาณนึงเลย แต่เทียบกับประสบการณ์ที่ได้รับกับวิวที่ได้เห็นตรงหน้าก็นับว่าคุ้มค่ามาก
กิจกรรมทั้งสองอย่างของวันนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากและดีมากสำหรับเรา แม้อากาศจะร้อนไปหน่อย (ถ้าได้มาช่วงหน้าหนาวน่าจะประทับใจกว่านี้) แต่เท่านี้เราก็ประทับใจมากถือเป็นกำไรชีวิตค่ะ
ลาไปพร้อมกับภาพพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า
Blog ต่อไปซึ่งจะเป็นตอนสุดท้ายของซีรีส์ทะเลทรายละ เราจะพาไปเดินเทรลรอบๆ Uluru กันค่ะ เป็นอีกกิจกรรมที่เราอยากทำมาก แล้วมาอ่านกันนะคะว่าหิน Uluru มีเรื่องเล่าน่าสนใจอะไรบ้าง สำหรับ Blog นี้ ขอบคุณที่มาเจอกันค่ะ 😊
ไลฟ์สไตล์
เที่ยวต่างประเทศ
ออสเตรเลีย
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย