Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บทความของกัปตัน
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 08:45 • การศึกษา
การแสวงหาความรู้มีความสุขอย่างไร
การแสวงหาความรู้มีความสุขอย่างไร? คำถามนี้อาจเป็นคำถามง่ายๆ แต่ก็เป็นคำถามที่ผมมักถามตัวเองอยู่เสมอ หลายคนบอกว่า การแสวงหาความรู้คือ กิจกรรมของคนที่มีสาระในชีวิต โฟกัสในเรื่องการพัฒนาตนเอง มากกว่าเรื่องไร้สาระ
แต่ผมก็ไม่ได้มองว่าการแสวงหาความรู้เป็นเรื่องที่สูงส่งไปกว่ากิจกรรมอื่นๆ เช่น การไปเที่ยวผับ การออกกำลังกาย การดูหนัง ฟังเพลง กินเหล้า เล่นติ๊กต้อก เล่นกีฬาหรือการออกไปท่องเที่ยว
ในทางกลับกัน ผมมองว่าการที่เราพยายามไปยกเรื่องที่เราทำว่าเหนือกว่าคนอื่นอย่างไร กลับสะท้อนถึงความไม่จริงแท้ในตัวเราเอง มันสะท้อนว่าเราไม่ได้มีความสุขกับสิ่งเหล่านั้นโดยเนื้อแท้ แต่กลับต้องการการยอมรับจากผู้อื่นตลอดเวลา ผมเคยเป็นคนที่คิดเช่นนั้น พยายามทำทุกอย่างให้เหมือนผู้มีความรู้ ก็ค้นพบกับความทุกข์ที่ต้องตัดสิ่งที่ตนเองเรียกว่า “กิจกรรมไร้สาระ” และพยายามทำสิ่งที่มีสาระตลอดเวลา สุดท้ายก็ค้นพบว่า มันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เราไม่มีความสุขกับการแสวงหาความรู้จริงๆ
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นปกติในสังคมที่กดดันเรื่องการเป็นผู้รู้ การที่คนคนหนึ่งต้องเรียนเก่ง อ่านหนังสือหนักๆ ทำคะแนนดีๆ ให้เป็นที่ยกย่องของสังคม ทำให้ความเครียดเกิดขึ้นมหาศาล การเรียนรู้จึงกลายเป็นเรื่องยากลำบาก ไม่พึงปรารถนา และไม่มีความสุขอีกต่อไป การเรียนรู้อย่างสุดโต่งอาจแย่พอๆกับการติดเหล้า หรือเล่นเกมจนเสียสุขภาพ
แล้วกลับมาที่คำถามเดิมว่า อย่างนี้ อะไรคือความสุขของการแสวงหาความรู้? หรือจริงๆแล้วการเรียนรู้โดยกดดันนั้นไม่ใช่ “การแสวงหาความรู้” แต่เป็นการแสวงหา “การยอมรับในความรู้” ผมคิดว่าการเริ่มจากการไม่ยกกิจกรรมของตนเองว่าเหนือกว่าคนอื่น เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และการเรียนรู้คงมีความสุขมากทีเดียว
เมื่อเราก้าวข้ามความคาดหวังจากผู้อื่นว่าต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็จะพอเห็นว่าการเรียนรู้นั้น มีความสุขอย่างไร
1. เราจะค้นพบว่า เรื่องบางเรื่องที่เรายังไม่เข้าใจ ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งรัดให้เข้าใจ เราสามารถทบทวนซ้ำๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร ถ้าสามารถรู้จังหวะความเร็วช้า ในการเรียนรู้ของตนเอง ก็จะค้นพบว่าเราไม่ได้ช้าไปกว่าใครเลย แต่เราละเอียดแม่นยำขึ้นในทุกทุกวัน
2. เราจะค้นพบว่า การได้ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความรู้ของตนเองมีคุณค่าอย่างไร เราจะได้สัมผัสสายตาที่หลุดพ้นจากความมืดบอด สายตาเหล่านั้นสุกสว่าง เหมือนตอนที่เราเคยได้รับมันจากผู้อื่น
3. เราจะค้นพบว่า แท้จริงแล้วไม่มีใครนำความรู้ไปจากเราได้ ต่อให้เขาเหล่านั้นจะเอารัดเอาเปรียบเรามากสักแค่ไหน สิ่งที่เขาได้ไปคือเงินทอง ชื่อเสียง และอำนาจ ซึ่งเสื่อมหายได้ตามกาลเวลา ผมไม่เคยรู้สึกว่าการที่เพื่อนไม่ช่วยงานกลุ่ม แล้วได้คะแนนเท่ากันเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมกับผม แต่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อเขาเพราะตัวเขาเองไม่ได้ความรู้อะไรเลย ตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา
4. เราจะค้นพบว่า ตัวเราเองแท้ที่จริงก็มีเรื่องผิดพลาด การที่เราจะมองเห็นมันนั้น ไม่ได้เกิดจากการคิดขึ้นเองได้ง่ายๆในอากาศ แต่ต้องเจอในเรื่องที่ไม่ราบรื่น การลองออกไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ จะนำพาเรื่องที่ไม่ราบรื่นมาสู่ตัวเรา เป็นกระจกสะท้อนว่าเราเองก็จะมีเรื่องต้องปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ
5. เราจะค่อยๆมองโลกอย่างเห็นคุณค่า การเรียนรู้คือการที่เราค่อยๆเข้าใจปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างมีที่มาที่ไป เราจะมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่เป็น และเชื่อมโยงโลกใบใหม่ในหัวของเราให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
จริงอยู่ที่การเรียนรู้ที่มาของอักษรจีนจะไม่ส่งผลต่อการสื่อสารภาษาจีนอย่างชัดเจน แต่มันก็สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันลึกซึ้งและน่าสนใจมากกว่า การมองว่าอักษรเหล่านั้นเป็นเส้นขีดที่ไร้จุดหมาย ถ้าเปรียบกับการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวอาจเป็นการเห็นสิ่งใหม่ๆที่ไม่เหมือนเดิม แต่การแสวงความรู้เราจะมองเห็นสิ่งเดิมในมุมมองใหม่ๆ
6. เราอาจเห็นโลกทั้งใบจากรูปภาพ แต่เรารับรู้โลกทั้งใบด้วยความคิดเสมอ การแสวงหาความรู้คือการขยายโลกในความคิดของเราออกไปให้ได้มากที่สุด เหมือนกับเวลาเราเล่นเกม และแผนที่ในเกมจะขยายออกไปเรื่อย ๆตามทางที่เราไป ในส่วนที่เราไม่เคยไปเกมมันก็จะไม่สร้างขึ้นมา ยิ่งเราเดิน เรายิ่งรู้ว่าเราควรจะเล่นเกมอย่างไร แต่ถ้ายิ่งไม่เดิน อะไรหลายๆอย่างก็ดูจะมืดบอดไปหมด ความสุขของมันก็คือ เราจะเริ่มรู้ว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียว เราเป็นอิสระที่จะเลือกมากกว่าที่คิด
สุดท้ายแล้ว ผมเองก็อยากจะเชิญชวนทุกคนให้ทุกคนลองเริ่มที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆในฐานะงานอดิเรก โดยเริ่มจากสิ่งน้อยๆ ในเวลาว่างจากการเรียน หรือทำงาน ไม่จำเป็นต้องเป็นศาสตร์ที่ยาก แต่ขอให้เรียนแล้วรู้สึกมีคุณค่า มีความสุขในทุกทุกวันก็พอ
วันแรกอาจจะทำได้ไม่ดี เละบ้าง พังบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ ขอให้ทุกคนก้าวข้ามความรู้สึกว่าทุกสิ่งต้องสมบูรณ์ ไปสู่การยอมรับว่าเราเองต่างก็มีข้อผิดพลาด แต่อย่างน้อยเราก็ทำมันด้วยตัวเอง และในอนาคตมันจะค่อยๆดีขึ้น
ผมเชื่อว่าทุกคนอาจพบความสุข
ความสุขที่ไม่ต้องคาดหวังกดดัน
ความสุขที่ทำให้คนอื่นประทับใจด้วยความรู้ของเราเอง
ความสุขที่ได้ก้าวข้ามความผิดพลาดของตัวเอง
ความสุขที่ค้นพบโลกใบใหม่ในความคิดของเราเอง
และความสุขจากผลงานการเขียนเล็กๆน้อยๆ ของผมเอง
ดีใจที่ได้เขียนให้ทุกคนอ่านนะครับ
พัฒนาตัวเอง
ปรัชญา
การศึกษา
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย