เมื่อวาน เวลา 15:10 • การเมือง

ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก EP.10 ผู้นำอิหร่านสั่งการยิง KC-135?

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน สงครามอิหร่านกระทบไปทั่วโลกดังที่ทุกท่านได้ทราบข่าว ไม่ได้มีแค่ข่าวการใช้กำลังทางทหารที่ได้ยินกันทุกวันแต่ยังมีข่าวเรื่องราคาน้ำมันที่มากระทบกระเทือนคนใช้รถยนต์และจักรยานยนต์ในประเทศไทย เช่นเดียวกับการมาของผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ เรื่องนี้ทำทั้งโลกสะเทือน ทั้งๆที่ทรัมป์ก็ออกมายืนยันว่าจะไม่มีใครมาสืบทอดอำนาจต่อจากอยาตอลเลาะฮ์ อาลี คาเมไนอี ผู้นำคนก่อน
ท่ามกลางสมรภูมิในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากการเสียชีวิตของอายาตอลเลาะฮ์ อาลี คาเมไนอี สถานการณ์ได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ มุจตาบา คาเมไนอีบุตรชายวัย 56 ปี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน การขึ้นสู่อำนาจของเขามาพร้อมกับเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทั่วโลกจับตามองนั่นคือการตกของเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ KC-135 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในพื้นที่ประเทศอิรัก
ทั้งนี้การขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของมุจตาบา คาเมไนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะฮ์ อาลี คาเมไนอี ผู้ล่วงลับ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งในด้านความมั่นคง การเมือง และเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับความแข็งกร้าวและการเผชิญหน้า มุจตาบาแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าว และไม่ยอมอ่อนข้อต่อศัตรู โดยนักวิชาการทางการทหารมองว่านี่คือสัญญาณว่าอิหร่านพร้อมจะเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อไป
หลังรับตำแหน่งเพียง 4 วัน เขาได้ส่งข้อความสื่อสารครั้งแรกซึ่งมีเนื้อหาสำคัญคือ เรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากการโจมตี ต่อมาคือการขู่ชาติอาหรับในอ่าวเปอร์เซียโดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน โดยสั่งว่าให้จัดการฐานทัพสหรัฐฯ ทันที มิเช่นนั้นประเทศเหล่านี้จะทำให้อิหร่านเป็นเป้าหมายในการโจมตีต่อไปหากสงครามยังยืดเยื้อ และเรื่องสุดท้ายคือให้คำยืนยันการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกดดันเศรษฐกิจของชาติตะวันตก
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศจุดยืนและแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวในหลายประเด็น เขาแถลงชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมรับมุจตาบา คาเมไนอี ในฐานะผู้นำสูงสุดคนใหม่ โดยเขาระบุว่าการเลือกตัวผู้นำในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้และมองว่ามุจตาบามีนโยบายที่คล้ายคลึงกับบิดา ซึ่งจะยิ่งทำให้การสู้รบรุนแรงขึ้น
ทรัมป์ได้ออกมาตั้งคำถามถึงความแข็งแกร่งของมุจตาบา โดยกล่าวในเชิงประชดประชันว่าเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ในรูปแบบหนึ่ง แต่อิหร่านได้รับความเสียหายไปบ้าง
ซึ่งนักวิชาการทางการทหารต่างก็มองว่าเป็นกลยุทธ์เพื่อกดดันให้มุจตาบาที่มักเก็บตัวเงียบต้องปรากฏตัวต่อสาธารณะเพื่อพิสูจน์ตนเอง นอกจากนี้เขายังระบุใน Truth Social ว่า ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำก็จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นาน
ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันเป้าหมายในการเดินหน้าทำลายภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านต่อไป แม้ว่ายอดความสูญเสียของทหารอเมริกันในสงครามอิหร่านจะเพิ่มขึ้น
พร้อมทั้งอ้างด้วยน้ำเสียงท้าทายว่ากองทัพเรืออิหร่านไม่มีเหลือแล้ว และสหรัฐฯ ได้จมเรือเหล่านั้นไปหมดทุกลำในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับสื่อมวลชน
ทรัมป์ระบุว่าราคาพุ่งสูงขึ้นของน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเป็นเพียงผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น และ ราคาจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อภัยคุกคามจากอิหร่านถูกทำลายจนหมดสิ้น
โดยเขามองว่านี่คือต้นทุนที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับความปลอดภัยและเสรีภาพของสหรัฐฯ และโลก
ทุกวันนี้น้ำมันโลกว่าราคาแพงมากเพราะสงครามอิหร่านแล้ว แล้วการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของมุจตาบา คาเมไนอีท่ามกลางภาวะสงครามจะไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันโลกบ้างหรือ แน่นอนว่าในขณะนี้ทั้งสื่อในไทยและสื่อฝรั่งมองว่าการมาของมุจตาบาทำให้ราคามีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและเกิดความผันผวนในตลาดพลังงาน
โดยจะเห็นได้จากในการสื่อสารครั้งแรกหลังรับตำแหน่งเพียง 4 วัน มุจตาบาได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะรักษาการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปเพื่อกดดันเศรษฐกิจของชาติตะวันตก
ซึ่งช่องแคบนี้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซที่สำคัญอย่างมาก และการขวางทางเข้าออกนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุปทานพลังงานโลก
ภายหลังการปะทุของสงครามและการก้าวขึ้นสู่อำนาจของเขา ราคาน้ำมันดิบโลกได้พุ่งสูงขึ้นทันที โดย น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) พุ่งขึ้นร้อยละ 26.5 แตะระดับ 114.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และ น้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นร้อยละ 23 สู่ระดับ 114.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ส่งผลให้หลายประเทศต้องประกาศขึ้นราคาน้ำมันและออกมาตรการจำกัดการใช้พลังงาน
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งประกาศจงรักภักดีต่อมุจตาบา ได้ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้มีน้ำมันแม้แต่หยดเดียวถูกส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุส และเตือนว่า ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หากความมั่นใจในภูมิภาคยังไม่กลับคืนมา มีข้อมูลจาก PPTV รายงานว่าจำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุสลดลงอย่างน่าตกใจ จากเฉลี่ยวันละ 129 ลำ เหลือเพียงไม่กี่ลำและแทบจะเป็นศูนย์ในปัจจุบัน เนื่องจากความเสี่ยงจากการถูกโจมตี
PPTV รายงานว่าในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์หลังจากที่มีข่าวการแต่งตั้ง มุจตาบา คาเมไนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานการโจมตีเรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
มีรายงานอย่างเป็นทางการว่าเรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในบริเวณอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว อย่างน้อย 16 ลำ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ข้อมูลจากสื่อต่างประเทศระบุว่าจุดโจมตีกระจายตัวอยู่ตามเส้นทางเดินเรือสำคัญในพื้นที่ดังกล่าว โดยกองทัพอิหร่านและ IRGC ยอมรับว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีหลายครั้งเพื่อตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม
ล่าสุดเรือบรรทุกน้ำมันของอิรัก 2 ลำ ถูกเรืออิหร่านโจมตีระหว่างลอยลำในพื้นที่ขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลในน่านน้ำอิรัก ส่งผลให้เกิดไฟลุกท่วมอย่างรุนแรง มีรายงานเพิ่มเติมว่าเรือสินค้า 3 ลำถูกโจมตีด้วยวัตถุบินไม่ทราบที่มา ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธวิธีที่เน้นความคล่องตัวสูง ในขณะเดียวกันเรือบรรทุกสินค้าชื่อ Source Blessing ของบริษัทเยอรมัน ติดชาติธงไลบีเรีย เกิดไฟไหม้จากการถูกเศษซากขีปนาวุธกระเด็นใส่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps : IRGC) ซึ่งจงรักภักดีต่อมุจตาบา ได้ประกาศจุดยืนที่แข็งกร้าวที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยระบุว่าจะ ไม่ยอมให้มีการส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแม้เพียงหยดเดียว พร้อมประกาศว่าเรือทุกลำที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ อิสราเอล และพันธมิตร ถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในการโจมตี
จากเดิมที่มีเรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยวันละ 80-129 ลำ ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 1-2 ลำต่อวันเท่านั้น ซึ่งมักเป็นเรือของอิหร่านเองหรือเรือที่ได้รับอนุญาตพิเศษ เช่น เรือของอินเดียที่มุ่งหน้าไปจีน
สำหรับการปิดท่าเรือในสงครามใหญ่ครั้งนี้บีบให้ประเทศเพื่อนบ้านอาหรับอย่าง อิรักและโอมาน ต้องประกาศปิดท่าเรือส่งออกน้ำมันทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย ส่วนราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นทันทีกว่า 40% นับตั้งแต่เริ่มสงคราม และนักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลก
แม้โดนัลด์ ทรัมป์ จะเสนอให้ส่งเรือรบอารักขาเรือพาณิชย์ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าทำได้ยากกว่ากรณีทะเลแดงมาก เนื่องจาก ศักยภาพของกองทัพเรืออิหร่านสูงกว่ากลุ่มฮูตีอย่างเทียบไม่ได้
อิหร่านมีกองทัพเรือ 2 ส่วน ทั้งเรือรบติดอาวุธหนัก เรือดำน้ำ และเรือเร็วของ IRGC กว่า 100 ลำที่เน้นการโจมตีแบบฉาบฉวยและมีความคล่องตัวสูง ทำให้การคุ้มกันเรือเป็นไปได้ยากในพื้นที่แคบอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ในขณะที่สถานการณ์ภาคพื้นดินทวีความรุนแรง มีรายงานสำคัญเกี่ยวกับเครื่องบินเติมน้ำมัน KC-135 ของกองทัพสหรัฐฯ ตกทางภาคตะวันตกของอิรัก ซึ่งข้อมูลจากสองฝ่ายสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดยคำกล่าวอ้างของกลุ่มติดอาวุธกลุ่ม Islamic Resistance in Iraq ซึ่งเป็นกลุ่มฝักใฝ่อิหร่านได้ประกาศผ่าน Telegram ว่านักรบของกลุ่มเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงเครื่องบินลำดังกล่าวจนร่วง
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยืนยันการตกของเครื่องบินจริง แต่ระบุว่าไม่ได้ถูกโจมตีจากขีปนาวุธของอิหร่านหรือกลุ่มติดอาวุธ โดยเหตุเกิดบนน่านฟ้าของฝ่ายเดียวกันระหว่างปฏิบัติการทางทหาร "Operation Epic Fury" ต่ออิหร่าน และมีเครื่องบินลำอื่นเกี่ยวข้องในเหตุการณ์แต่ไม่ใช่การชนกัน ความสำคัญของ KC-135 นี้เป็นเครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศที่มีบทบาทหลักในการสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค โดยเหตุการณ์นี้ถือเป็นความสูญเสียเครื่องบินแบบมีนักบินลำที่ 4 นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ
การปฏิบัติบนท้องฟ้าช่วงนี้กำลังรุนแรงเมื่อดูจากการแถลงของรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลซึ่งยืนยันว่าจะใช้กำลังเต็มพิกัดร่วมกับพันธมิตรสหรัฐฯ เพื่อ ทำลายศักยภาพของระบอบการปกครองอิหร่าน และสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนโค่นล้มผู้นำคนใหม่ หากมีการยืนยันว่า มุจตาบา คาเมไนอี คือผู้นำคนใหม่ เขาจะกลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่สหรัฐฯ และอิสราเอลหมายหัวเพื่อสังหารต่อจากบิดาของเขา
ในปฏิบัติการครั้งนี้กองทัพอากาศสหรัฐฯและกองทัพอากาศอิสราเอลได้ใช้เครื่องบินรบทุกแบบหนึ่งในนั้นคืเครื่องบินขับไล่ F-16 หรือที่นักบินผู้บังคับเครื่องบินแบบนี้เรียกว่า Viper เป็นหัวใจหลักในการโจมตี แม้จะไม่ได้การอัปเกรดเป็นรุ่น Block 70/72 แต่ F-16 ก็เปลี่ยนบทบาทจากเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นสมรรถนะสูงเป็นเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดพิสัยไกลขนาดเล็กที่สามารถสังหารเป้าหมายได้ก่อนที่ศัตรูจะรู้ตัว
ซึ่ง F-16 ทำงานเป็น แม่ข่ายข้อมูลลอยฟ้าผ่านระบบ Link 16 โดยอาจมี F-35 บินนำเข้าไปเพื่อชี้เป้าโดยไม่เปิดเรดาร์ แล้วส่งพิกัดให้ F-16 ที่บินตามหลังเป็นผู้ยิงขีปนาวุธทำลายล้างและปล่อยระเบิดสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูง
กองทัพอากาศสหรัฐฯ กองทัพเรือสหรัฐฯและกองทัพอากาศอิสราเอล ต่างมีเป้าหม่ยเดียวกันนั่นคือการตัดกำลังพลของกองทัพอิหร่านให้สิ้นซากด้วยการโจมตีทางอากาศ ส่วนมุจตาบาที่ก้าวขึ้นสู่อำนาจ จะเป็นเป้าหมายอันโอชะจากไข่เหล็กสหรัฐฯหรือไม่ โปรดติดตามกันต่อไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Sompong Nondhasa
19FortyFive
PPTV HD 36
AMARIN TV
Ayy Sha
Thaipost
Tech. Sgt. Mary Greenwood
Portal Militarny
Yechezkel Hezi Shmueli
PPTV HD 36
TNN
Sniper News
THAI PBS
Thai Weapon Channel
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
โฆษณา