15 มี.ค. เวลา 08:31 • ประวัติศาสตร์
THAILAND

คดีโจรกรรมดังระดับโลกที่ไร้บทสรุป พี่ลูฟวร์ [เอาอีกแล้ว]

มันเกิดจากอะไร และนี่คือรวมมหากาพย์พิพิธภัณฑ์ที่เก็บของล้ำค่า แต่การดูและความปลอดภัยคอนโดบ้านเรายังดีกว่า?
🔴 เกริ่นสักหน่อย
สมมุติว่าคุณเป็นโจรนะคะ บลูไม่ได้จะให้ไปเป็นโจรจริงๆค่ะ 😂 แค่ให้ลองนึกตาม
เป้าหมายของคุณคือ ของจากพิพิธภัณฑ์ระดับโลก พิพิธภัณฑ์ที่มีคนมาเยี่ยมชมปีละเกือบ 9 ล้านคน มีประวัติศาสตร์กว่า 800 ปี และเป็นสถานที่ที่รัฐบาลฝรั่งเศสเรียกว่า “สมบัติของชาติ” คุณจะทำยังไง?
คุณต้องวางแผนหลายเดือน? ซื้ออุปกรณ์แพงๆ? หาทีมผู้เชี่ยวชาญ? แฮกระบบกล้องวงจรปิด?
แต่ถ้าสิ่งที่คุณทำสูญเปล่า เพราะพอไปปล้นจริง…เพราะรหัสผ่านของระบบกล้องวงจรปิดที่ดูแลสมบัติมูลค่า 88 ล้านยูโร คือคำว่า “LOUVRE” คุณจะรู้สึกเสียดายเวลาวางแผนไหมคะ??
ค่ะ ตัวหนังสือ L-O-U-V-R-E แค่นั้นเลย
นี่แค่น้ำจิ้มค่ะ บลูขอต้อนรับทุกคนสู่เรื่องของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่สถาบันสัญลักษณ์ของฝรั่งเศสพังทลายลงมาทีละชิ้น ทีละชิ้น จนกระทั่งทุกคนต้องยอมรับว่า… ความยิ่งใหญ่ที่เราเห็นข้างนอก มันกลวงโบ๋ข้างในมาตลอด
🏛️ รู้จักลูฟวร์ก่อนที่มันจะพัง
ก่อนที่บลูจะพาไปดูความมักง่าย ขอปูพื้นนิดนึงนะคะ
ลูฟวร์ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ทั่วไป มันคือพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร มีชิ้นงานกว่า 35,000 ชิ้น ตั้งแต่โมนาลิซ่าไปจนถึงเพชรมงกุฎราชวงศ์ฝรั่งเศส ทุกวันมีคนเดินเข้าประตูนี้ประมาณ 24,000–25,000 คน ปีนึงเกือบ 9 ล้านคน
เหมือนเราเดินผ่านสยามพารากอนทุกวันแต่คนไม่ได้ซื้อของ แค่มายืนดูของสวยงามนั่นแหละค่ะ ผู้คนขวักไขว่ และมาจากต่างบ้านต่างเมือง แค่มากกว่า2เท่า เท่านั้นเอง
และในอาคารนี้มีส่วนหนึ่งชื่อว่า หรือแกลเลอรีแห่งอพอลโล ซึ่งเป็นที่เก็บ “เครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งฝรั่งเศส” ที่เหลืออยู่หลังการปฏิวัติฝรั่งเศส อาทิ มงกุฎของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 เพชร Hortensia ขนาด 20 กะรัต และเครื่องประดับราชวงศ์อีกหลายชิ้น
ของพวกนี้ประเมินมูลค่าไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าจะให้ตีเป็นตัวเลข อยู่ที่ราวๆ 88 ล้านยูโร หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท จำตัวเลขนี้ไว้ดีๆนะคะ
ฟังดูจะต้องปลอดภัยมากใช่มั้ยคะ? ถ้าของราคาสูงขนาดนี้ อยู่ในพิพิธภัณฑ์ระดับโลก ใจกลางปารีส
บลูจะบอกให้ว่า ความรู้สึก “ปลอดภัย” นั้น มันเป็นแค่ความรู้สึกเหมือนเราเห็นป้ายเตือนว่า พื้นที่นี้มีกล้องวงจรปิดและใบหน้าคุณได้ถูกบันทึกไว้แล้วนั่นแหละค่ะ แต่บางที คอนโดบ้านเราคงปลอดภัยกว่า
📸: กล้องที่มองผิดทาง — ความมักง่ายชุดแรก
วันที่ 19 ตุลาคม 2025 เวลาประมาณ 9:30 น.
พิพิธภัณฑ์เพิ่งเปิดได้ 30 นาที นักท่องเที่ยวเริ่งทยอยเข้ามา บางคนถือกาแฟ บางคนยังง่วงอยู่ บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปแสง
ภายนอกอาคารในด้านหันหน้าสู่แม่น้ำแซน
รถบรรทุกคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่ บนรถมีอุปกรณ์ยกของสูงแบบที่ใช้ขนเฟอร์นิเจอร์ขึ้นตึกสูง ปกติใช้กับคนย้ายบ้านค่ะ แต่วันนี้ใช้เพื่อย้ายมงกุฎโดยเฉพาะ
ชายสี่คนในชุดกันหินสีเหลืองสะท้อนแสง หน้าถูกบังด้วยหมวกกันน็อกและผ้าคลุมหน้า เหมือนคนงานก่อสร้างทั่วไป ยืนนิ่งอยู่ที่รถ ไม่มีใครสังเกตหรือเอะใจ
แล้วแขนยกของ ของรถนนั้นก็ขยับขึ้น ช้าๆ
ตรงไปที่ระเบียงชั้นสองของแกลเลอรีแห่งอพอลโล
แล้วกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่นอกอาคารตรงนั้นมองไปทางไหน?
มองไปทางตะวันตก
แต่ระเบียงที่โจรขึ้น ดั๊น ไปอยู่ทางตะวันออก
ผอ.พิพิธภัณฑ์ ลอร็องส์ เดส์ การ์ส ยืนยันต่อหน้าวุฒิสภาฝรั่งเศสเองว่า กล้องตัวเดียวที่อยู่ด้านนอกแกลเลอรีแห่งอพอลโล มันหันหน้าไปทางผิดทาง
หันหน้าไปทางผิดทาง…🙀
ส่วนตัวบลูคิดนะคะ ถ้าบลูเป็นยามรักษาความปลอดภัย บลูจะวางกล้องที่มีหน้าที่ดูแลขุมทรัพย์มูลค่า 3,000 กว่าล้านบาท และวางมันให้มองไปทางผิดด้านได้ยังไง? คือคุณไม่มีเวลาหันกล้องเหรอ? หรือไม่มีใครรู้ว่ามันหันผิด? หรือรู้แต่ขี้เกียจแก้?
ทั้งสามอย่างล้วนน่ากังวลพอกัน
ชายในชุดช่างสองคนใช้แขนรถบันทุกยกของขึ้นไปถึงระเบียง จากนั้นใช้เครื่องเจียรมุมตัดผ่านกระจก ระบบเตือนภัยภายในดังขึ้น แต่ก็สายเกินไปแล้ว
พวกเขาอยู่ข้างในแค่ 4 นาที
ทุบตู้กระจกที่บรรจุเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หยิบเครื่องประดับ 8–9 ชิ้น ใส่กระเป๋า แล้วกลับลงมาทางเดิม
รวมเวลาทั้งหมดตั้งแต่รถจอดจนหนีออกไปได้: ไม่ถึง 8 นาที
แล้วก็หายไปในถนนปารีส บนรถสกู๊ตเตอร์ ยามาฮา Tmax
💎: มงกุฎที่เขาเอาไปไม่ได้
แต่ในความโกลาหลนั้น มีเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นซึ่งบลูว่าน่ามันสมน้ำหน้าโจรนิดนึง
มงกุฎของจักรพรรดินีเออเฌนี Empress Eugénie ซึ่งเป็นหนึ่งในของที่โจรหยิบออกมาด้วย มันหล่นระหว่างหลบหนี
ตกลงบนพื้นถนนด้านนอกพิพิธภัณฑ์
ตำรวจพบมันในสภาพบุบ บี้แบน เพราะโจรดันเจาะรูกระจกเล็กกว่าขนาดมงกุฎ ทำให้ต้องกระชากมงกุฎออกมา ยื้ออยู่นานกว่าขะออกมาได้ แต่สภาพก็ไปน่ามอง ซ้ำเอาออกมาได้ก็ทำหล่นไว้อีก
มงกุฎที่ผ่านมาหลายร้อยปี รอดจากการปฏิวัติฝรั่งเศส รอดจากสงครามโลกสองครั้ง แต่ทนแรงโจรกระจอกขี่สกู๊ตเตอร์ไม่ได้
พิพิธภัณฑ์ต้องประกาศเปิดประมูลหาช่างซ่อมมงกุฎในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพราะหาคนที่เชี่ยวชาญพอมาซ่อมของพระราชินีไม่ง่ายนัก
ส่วนเพชรและเครื่องประดับอีก 8 ชิ้น? ยังหาไม่เจอค่ะ จนถึงวันที่บลูเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
ตำรวจจับคนได้แล้วหลายคน รวม 4 คนที่เชื่อว่าเป็นโจรตัวจริง และอีกหลายคนที่เกี่ยวข้อง แต่ทรัพย์สมบัติไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้ นักวิชาการด้านอาชญากรรมงานศิลป์บอกว่า ของพวกนี้น่าจะถูกแยกชิ้น ละลายทอง ตัดเพชรใหม่ แล้วขายแยกชิ้นไปอีกที เพราะขายของชิ้นเดิมได้ยากมาก ที่เห็นได้ชัดสุดๆคือพวกเขาทิ้งหลักฐานไว้เต็มไปหมด
หมวกกันน็อค — มี DNA ตามรอยได้
ถุงมือ กระป๋องแก๊ส วอล์กกี้ทอล์กกี้ — ทิ้งไว้ที่จุดเกิดเหตุ
ภายใน 1 สัปดาห์ ตำรวจจับคนแรกได้ที่สนามบินชาร์ล เดอ โกล ขณะกำลังจะหนีออกนอกประเทศ
โจรที่ถูกจับรายนึง — มีประวัติอาชญากรรม 11 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีขโมย
อีกรายหนึ่ง — 6 คดี รวมถึงคดีแมงดาและขับรถโดยไม่มีใบขับขี่
ทั้งหมดมาจากชานเมืองปารีสตะวันออกเฉียงเหนือ
ไม่ใช่แก๊งมืออาชีพระดับนานาชาติ
เป็นแค่… คนในย่าน ที่กล้าพอจะลอง
แล้วเพชร 3,500 ล้านบาทอยู่ที่ไหน?
จนถึงตอนนี้ — ยังไม่มีใครรู้
ผู้เชี่ยวชาญกลัวว่าอาจถูกรื้อออก แยกเพชรออกจากโครงทอง แล้วขายทีละเม็ด ในตลาดมืด
มงกุฎอายุ 200 ปี อาจกลายเป็นแค่… เพชรก้อนหนึ่งบนแหวนใครก็ไม่รู้
88 ล้านยูโร กลายเป็นเศษโลหะและหินสี
นี่คือสาเหตุที่นักสะสมงานศิลป์มักบอกว่า การขโมยของมีค่าระดับนี้ไม่ได้กำไรเท่าที่คิด แต่บางทีคนที่วางแผนก็ไม่ได้คิดแบบนั้น
🔐: รหัสผ่านคือ “LOUVRE” — ความมักง่ายชุดที่สอง
ทีนี้บลูจะขยับไปที่เรื่องที่เน่าเฟะมากกกว่าการขโมยของอีก
หลังเหตุการณ์ นักข่าวและนักสืบก็ขุดเอกสารเก่าออกมา และพบรายงานลับจากปี 2014 ที่หน่วยงานรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติฝรั่งเศส ANSSI ทำการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยของลูฟวร์
ผลที่ได้คือ… รหัสผ่านของเซิร์ฟเวอร์ที่ควบคุมกล้องวงจรปิดทั้งหมดของพิพิธภัณฑ์ คือคำว่า “LOUVRE”
แค่นั้น ไม่มีตัวเลข ไม่มีอักขระพิเศษ ไม่มีตัวใหญ่ตัวเล็กสลับกัน แค่ LOUVRE
บริษัทที่ดูแลระบบอีกระบบชื่อ Thales? รหัสผ่านของพวกเขาคือ “THALES”
บลูอยากถามว่า คนที่ตั้งรหัสผ่านพวกนี้ เขาคิดอยู่บ้างมั้ยว่าถ้ามีคนอยากแฮกระบบ พวกเขาจะลองคำแรกๆ อะไร?
ไม่ต้องอ้างอิงหนังแต่อย่างใด แค่พิมพ์ชื่อพิพิธภัณฑ์ก็เข้าได้เลยค่ะ
และที่น่าสยองยิ่งกว่านั้น ระบบที่ใช้ควบคุมกล้องวงจรปิดนี้ รันอยู่บน Windows Server 2003 ซึ่ง Microsoft หยุดอัปเดตไปตั้งแต่ปี 2015 แล้ว ปี 2025 คือ 10 ปีหลังจากที่มันกลายเป็น “ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีใครอยากแตะ”
แต่ลูฟวร์ยังใช้มันอยู่…🥲
ANSSI แจ้งเตือนปี 2014 ในปี 2017 มีการตรวจสอบอีกรอบ พบปัญหาเดิม ในปี 2019 เอกสารจัดซื้อระบุชัดว่าซอฟต์แวร์ตัวนี้ “ไม่ได้รับการพัฒนาอีกต่อไปแล้ว” และในปี 2025 ก็ยังอยู่ที่นั่น ยังรันอยู่ ยังดูแลทรัพย์สมบัติมูลค่ามหาศาล
ไม่ว่าจะทำงานสายไหน บลูก็รู้ว่าถ้าบลูไม่อัปเดต Windows บนแล็ปท็อปส่วนตัวนาน 10 ปี ก็เลิกฝันถึงความปลอดภัยไปได้เลย แต่นี่มันไม่ใช่แล็ปท็อปส่วนตัว นี่คือระบบความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ที่มีคนมาเยือน 9 ล้านคนต่อปีและดูและทรัพย์สมบัติและประวัติศาสตร์ชาติ หรือพวกเขาคิดจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่เพิ่มด้วยสิ่งนี้?
แล้วยังมีเรื่องกล้องอีก สำหรับพิพิธภัณฑ์ที่มี 465 ห้อง ในปี 2024 มีกล้องวงจรปิดอยู่แค่ 432 ตัว แปลว่ามีห้องอยู่ 61% ที่ไม่มีกล้อง
ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าคุณเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในห้องที่ไม่มีการระบุชัดๆ โอกาสที่คุณจะถูกจับตามองอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 3
แต่เดี๋ยวก่อน มันยังไม่หมด
พอโจรหนีออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามติดตามพวกเขาผ่านกล้องวงจรปิด แต่ระบบไม่มีหน้าจอพอให้ตามทันได้แบบเรียลไทม์ สรุปก็คือตามไม่ทัน
นั่นคือเหตุผลที่ 4 นาทีในพิพิธภัณฑ์และ 8 นาทีกับขั้นตอนทั้งหมดมันเพียงพอไงละคะ
🎪: ลูฟวร์ลงทุนกับอะไรบ้าง?
คำถามที่ตามมาคือ แล้วเงินที่ควรจะใช้ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยหายไปไหน?
รายงานของ Cour des Comptes หรือศาลตรวจเงินแผ่นดินฝรั่งเศส ซึ่งออกรายงานตรงกับช่วงที่เกิดเหตุพอดี ระบุว่า ในช่วงปี 2018–2024 ลูฟวร์ใช้งบด้านความปลอดภัยเพียงประมาณ 3 ล้านยูโร ทั้งที่ประมาณการว่าต้องการถึง 83 ล้านยูโรเพื่อปรับปรุงระบบให้ได้มาตรฐาน
3 ล้าน ในเมื่อต้องการ 83 ล้าน
แล้วเงินที่เหลือไปอยู่ไหน? ไปกับโครงการที่ “น่าสนใจกว่า” ตามคำเขียนรายงาน เช่น การซื้องานศิลป์ใหม่ การปรับปรุงภาพลักษณ์ การจัดนิทรรศการพิเศษ
ลอร็องส์ เดส์ การ์ส ผู้อำนวยการในเวลานั้น ถูกนักข่าวฝรั่งเศสวิจารณ์ว่าลงทุนกับสิ่งที่ “เห็นได้ชัดและดึงดูดสายตา” มากกว่าสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างยืนอยู่ได้จริง
มันเหมือนกับบ้านที่ทาสีสวยใหม่ทุกปี แต่ไม่เคยซ่อมโครงสร้าง จนถึงวันที่ฝนตกหนักแล้วเพดานทะลุ
และเพดานของลูฟวร์ก็ทะลุค่ะ เพราะในเดือนพฤศจิกายน 2025 น้ำรั่วในพิพิธภัณฑ์ส่วนโบราณวัตถุอียิปต์ ทำให้วัตถุนับร้อยชิ้นเสียหาย จนต้องปิดห้องหลายห้อง
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ท่อน้ำแตกใกล้ห้องที่แขวนโมนาลิซ่า
และส่วนต่างๆ ของอาคารก็เริ่มทยอยปิดเพราะโครงสร้างคานชำรุด ไม่ใช่แค่ทะลุ ไม่ใช่แค่ฝุ่น แต่คาน ที่รับน้ำหนักอาคารถึงกับจะรับน้ำหนักไม่ไหวเพราะเก่าเกินแกงแล้ว
สหภาพแรงงานของพนักงานลูฟวร์พูดตรงๆ ว่า “เราอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ทรุดโทรม”
-----
🎟️: โกงค่าเข้าชมทศวรรษ — ความมักง่ายชุดที่สาม
ไปกันต่อนะคะ จะพาไปดูวิธีที่ลูฟวร์สูญเงินอีกช่องทางหนึ่ง ที่ไม่ใช่โจรใส่ชุดช่าง แต่เป็นไกด์นำเที่ยวที่ใส่เสื้อปกติธรรมดา
เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ตำรวจฝรั่งเศสจับกุมผู้ต้องสงสัย 9 คน ในปฏิบัติการสืบสวนคดีโกงตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่ดำเนินมากว่า 10 ปี
วิธีการคือ ไกด์นำเที่ยวกลุ่มหนึ่งซื้อตั๋วเข้าชมมาแล้วใช้ซ้ำกับลูกค้าหลายกลุ่ม แทนที่จะซื้อตั๋วใหม่ทุกรอบก็เอาตั๋วใบเดิมวนไปเรื่อยๆ นอกจากนั้นยังมีการติดสินบนพนักงานลูฟวร์บางส่วนเพื่อให้ปล่อยคนผ่านด่านตรวจ และมีการแบ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวให้ดูเล็กกว่าความเป็นจริง เพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียมพิเศษที่พิพิธภัณฑ์เก็บจากทัวร์กรุ๊ป
ขบวนการนี้พาคนเข้ามาสูงสุด 20 กลุ่มต่อวัน ทุกวัน ติดต่อกัน 10 ปี
ความเสียหายรวมทั้งหมด ประมาณ 11.8 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 430 ล้านบาท
พนักงานลูฟวร์สองคนถูกจับ ไกด์หลายคนถูกจับ และหัวหน้าขบวนการอีกหนึ่งคน เงินส่วนหนึ่งถูกนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั้งในฝรั่งเศสและดูไบ
ตำรวจยึดเงินสดได้กว่า 1 ล้านดอลลาร์ ยึดรถสามคัน และตู้เซฟธนาคารอีกหลายใบ
และนี่คือ comment ที่น่ากังวลที่สุดจาก Kim Pham ผู้ช่วยผู้อำนวยการของลูฟวร์เอง เขาพูดว่า การโกงในสถาบันขนาดใหญ่เช่นนี้ “หลีกเลี่ยงไม่ได้ตามสถิติ”
Inevitable. หลีกเลี่ยงไม่ได้
บลูเข้าใจว่าเขาพูดในแง่ของการบริหารความเสี่ยง แต่เวลาคนดูแลพิพิธภัณฑ์บอกว่าการโกงมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันก็ฟังดูเหมือนการยอมแพ้ล่วงหน้านิดนึงนะคะ
คือถ้าคุณรู้ว่าคนจะโกง ก็ควรจะมีระบบป้องกันที่แน่นกว่านี้สิ แต่เห็นแล้วว่าระบบของพวกเขาใช้รหัสผ่านว่า “LOUVRE” เราก็คงเดาได้ว่าระบบตรวจตั๋วน่าจะแน่นเท่ารหัสผ่านนั่นแหละค่ะ
🧱: สัญญาณที่ถูกเพิกเฉย — ก่อนทุกอย่างจะพัง
สิ่งที่น่าเจ็บปวดที่สุดในเรื่องนี้ ไม่ใช่ที่เกิดขึ้น แต่คือ สัญญาณที่ถูกส่งมาก่อนหน้า และถูกเพิกเฉยมาโดยตลอด
ปี 2014 — ANSSI เตือนเรื่องรหัสผ่านและระบบเก่า
ปี 2017 — ตรวจซ้ำ พบปัญหาเดิม เตือนอีกรอบ
ปี 2019 — บริษัทเครื่องประดับ Van Cleef & Arpels ทำการตรวจสอบพิพิธภัณฑ์เรื่องการเก็บรักษาอัญมณี และระบุชัดๆ ว่า ระเบียงด้านริมแม่น้ำของแกลเลอรีแห่งอพอลโล สามารถถูกเข้าถึงได้โดยบันไดยืดแบบพกพา
แล้วโจรที่เข้าโดยรถขนเฟอร์นิเจอร์ ก็ขึ้นระเบียงนั้น โดยใช้วิธีเดียวกับที่รายงานปี 2019 บอกว่าเสี่ยงนั่นแหละ
6 ปีผ่านไป ไม่มีการแก้ไข
ปี 2025 ก่อนเหตุการณ์ ผู้อำนวยการลูฟวร์เองขอให้ตำรวจปารีสมาทำการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบมีคำแนะนำออกมา แต่อยู่ระหว่างการ “เริ่มดำเนินการ” เมื่อเกิดเหตุ
“เริ่มดำเนินการ” ในขณะที่โจรขึ้นระเบียงแล้ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส Rachida Dati พูดหลังเกิดเหตุว่า สาเหตุที่แท้จริงคือ “การประเมินความเสี่ยงของการบุกรุกและการโจรกรรมต่ำเกินไปอย่างเรื้อรัง” เธอใช้คำว่า chronic — เรื้อรัง
ซึ่งแปลว่ามันเกิดขึ้นมานาน ทุกคนรู้ แต่ไม่มีใครแก้
แล้วที่บอกว่ากำลังทยอยอัปเกรดนั้นคาดว่าจะเสร็จปี 2032" โจรคงคิดในใจว่า อื้มๆ 'งั้นรีบปล้นก่อนปี 2032 ละกัน ขอบคุณที่แจ้งล่วงหน้า'
🚨: ปลายทาง — ผู้อำนวยการลาออก วิกฤติยังไม่จบ
วันที่ 19 ตุลาคม 2025 วันที่เกิดเหตุ ลอร็องส์ เดส์ การ์ส เดินเข้าไปหารัฐมนตรีวัฒนธรรมและยื่นใบลาออก
รัฐมนตรีปฏิเสธ
เธอยังคงทำงานต่อ เดินหน้าขึ้นให้การต่อวุฒิสภา ต่อสภาผู้แทนราษฎร พยายามอธิบาย
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 ประธานาธิบดีมาครงประกาศว่ารับใบลาออก
ประมาณ 4 เดือนหลังเหตุการณ์
ตอนนี้ลูฟวร์อยู่ในสถานะหาผู้อำนวยการคนใหม่ อยู่ระหว่างแผนปรับปรุงครั้งใหญ่ที่มาครงตั้งชื่อให้ว่า “Louvre New Renaissance” ด้วยงบประมาณ 700–800 ล้านยูโร และอาจจะใช้เวลาถึงสิบปี
เครื่องราชอิสริยาภรณ์มูลค่า 88 ล้านยูโร ยังอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้
และขบวนการโกงตั๋วที่ทำมา 10 ปี ก็เพิ่งถูกเปิดโปงเมื่อต้นปีนี้เอง
1
พนักงานยังประท้วง สหภาพแรงงานยังไม่พอใจ และลูกค้าบางส่วนที่เดินทางมาจากทั่วโลก ก็ยังต้องยืนหน้าพีระมิดแก้วกลางแดดเพราะพิพิธภัณฑ์ปิดอยู่
นี่คือสภาพของพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2025–ต้นปี2026
🎬 บทสรุปที่บลูตั้งใจทำรีเสิร์ชเรื่องนี้
บทสรุป บลูไม่ได้เล่าเรื่องนี้เพื่อสะใจลูฟวร์นะคะ เพราะจริงๆ มันน่าเศร้า เพราะสมบัติที่อุตส่าห์รอดมาได้หลายร้อยปี กลับหายไปเพราะคนที่มีหน้าที่ดูแลไม่เอาใจใส่พอ
แต่บทเรียนที่บลูอยากให้เอาไปจากเรื่องนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของพิพิธภัณฑ์ มันคือเรื่องของทุกองค์กร ทุกสถาบัน ทุกระบบ ที่คิดว่าชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ภายนอก จะทดแทนโครงสร้างที่แข็งแกร่งภายในได้
รหัสผ่านว่า “LOUVRE” ไม่ได้แปลว่าคนในพิพิธภัณฑ์โง่ มันแปลว่าไม่มีใครคิดว่ามันสำคัญพอที่จะเปลี่ยน
และนั่นน่ากลัวกว่ามาก เพราะมันคือการเคยชินกับความหละหลวม เคยชินกับความมักง่าย และไม่ต้องรอให้จอมโจรคิดส์ หรือลูแปงมาโรยตัวจากฟ้าเพื่อปล้นไป พวกเราคนธรรมด๊า ธรรมดานี่แหละค่ะก็ปล้นได้
ถ้าชอบเรื่องนี้ กด Like และ Subscribe เอาไว้นะคะ เจาะลึกเรื่องที่ดูเหมือนไกลตัว แต่มีบางอย่างที่อยากให้นึกถึงทุกครั้งที่เห็นเพื่อเรียนรู้มัน อาร์ตชาวบ้าน
แล้วพบกันใหม่เรื่องราวตอนหน้าค่ะ 👋
หากผิดพลาดประการใดขออภัยแลกเปลี่ยนร่วมกันได้ที่ด้านล่างนะคะ เรื่องนี้ยังไม่จบค่ะ ดังนั้นข้อมูลที่บลูค้นจะถูกสตาฟไว้ช่วงกุมภาพันธ์ 2026 เท่านั้นค่ะ🫶🏻
---บลู/BlueVisionTh---
#ประวัติศาสตร์ #ศิลปะ #จิตวิทยาอาชญากรรม #วิเคราะห์พฤติกรรม #คดีประวัติศาสตร์
#BlueVisionTh
โฆษณา