16 มี.ค. เวลา 09:47 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 80 เกมบัญชาสุรา

นั่งอยู่สักพัก คณะของแม่เฒ่าเจี่ยก็ออกจากลานขิงหอมตรงมายังหอแพรปัก พวกเหวินกวน 文官 เข้ามาคารวะอวยพร แล้วถามว่า
“ให้แสดงลำนำไหน”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “แสดงที่พวกเจ้าฝึกคล่องแล้วสักสองสามลำนำ”
พวกเหวินกวนจึงลามาเตรียมตัวที่ศาลาหอมรากบัว
ทางด้านนี้ พี่เฟิ่งให้จัดเตรียมที่นั่งชมตามลำดับไว้พร้อม ด้านบนที่ผู้ทรงเกียรติมีตั่งยาวตั้งซ้ายขวา บนตั่งปูเสื่อลายดอกพุดตานคลุมด้วยเบาะผ้าลายปัก ด้านหน้ามีโต๊ะเล็กลงรักสองตัวต่อหนึ่งตั่ง รวมสี่โต๊ะสลักลายต่างกันมีลายดอกไห่ถัง ลายดอกเหมย ลายดอกบัว ลายดอกทานตะวัน โต๊ะมีลักษณะกลมและเหลี่ยมแตกต่างกัน โต๊ะตัวหนึ่งด้านบนวางเตากำยาน กระบอกใส่ไม้เขี่ยกำยาน และกล่องกำยาน 炉瓶三事
ตำแหน่งตั่งด้านบน หนึ่งตั่งสองโต๊ะเล็ก สำหรับแม่เฒ่าเจี่ยและแม่น้าเซวีย
ลำดับถัดมาด้านล่าง หนึ่งเก้าอี้สองโต๊ะเล็กเฉพาะหวางฮูหยิน คนอื่นๆ ล้วนมีหนึ่งเก้าอี้หนึ่งโต๊ะเล็ก
ด้านตะวันออกเป็นที่นั่งของหลิวเหล่าเลาผู้เป็นแขกอยู่ลำดับบน ลำดับถัดมาจึงเป็นหวางฮูหยิน
ด้านตะวันตกลำดับแรกคือเซียงหยุน ลำดับสองเป่าไช ลำดับสามไต้วี่ ลำดับสี่หยิงชุน ทั่นชุน ซีชุนนั่งเรียงกันมา เป่าวี่นั่งลำดับสุดท้าย
โต๊ะเล็กของหลี่หวาน พี่เฟิ่งอยู่ข้างรั้วชั้นสาม นอกฉากกั้นชั้นสอง
กล่องที่ใช้งานลวดลายเดียวกับโต๊ะที่วาง
ด้านหน้าแต่ละคนมีตะเกียบไม้มะเกลือเลี่ยมเงินสามตำแหน่ง กาสุราสำหรับรินเอง จอกเคลือบสีลงยาหนึ่งใบ
(ลำดับที่นั่งในวัฒนธรรมจีน แขกก่อนเจ้าภาพ ผู้อาวุโสก่อนผู้เยาว์)
ทั้งหมดเข้านั่งประจำที่ แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มเปิดงานว่า
“พวกเรามาดื่มกันก่อนสองจอก แล้วค่อยเล่นเกมบัญชาสุรา ถึงจะสนุก”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “เหล่าไท่ไท่คอแข็งดื่มได้มาก พวกเราคงสู้ไม่ได้ หากจะมอมพวกเราให้เมา พวกเราดื่มมากอีกสองจอกเสียเลยก็แล้วกัน”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “น้าไท่ไท่วันนี้มาถ่อมตัว คงเกี่ยงว่าข้าแก่แล้ว”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “ไม่ได้ถ่อมตัว เพียงกลัวว่าจะปฏิบัติตามบัญชาไม่ได้ กลายเป็นตัวตลก”
หวางฮูหยินยิ้มว่า “หากกล่าวต่อไม่ได้ ก็แค่ดื่มมากขึ้นอีกจอก พอเมาแล้วหลับ ใครจะหัวเราะเราก็ไม่รู้เรื่องแล้ว”
แม่น้าเซวียพยักหน้ายิ้มว่า “ตามบัญชา เหล่าไท่ไท่ควรดื่มสุราบัญชาก่อนหนึ่งจอก”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “นี่แน่นอน”
ว่าแล้วก็ดื่มหมดจอกหนึ่ง
พี่เฟิ่งรีบวิ่งเข้ามา ยิ้มว่า “หากจะออกคำบัญชา ให้พี่ยวนยางมาเป็นผู้ออกดีหรือไม่”
ทุกคนรู้ดีว่าคำบัญชาของแม่เฒ่าเจี่ยนั้น ต้องให้ยวนยางเป็นผู้เสนอ พอได้ฟังต่างตอบรับว่าใช่ พี่เฟิ่งจึงฉุดตัวยวนยางมา
หวางฮูหยินว่า “ระหว่างเล่นเกม ก็ไม่ควรยืน”
แล้วหันมาสั่งสาวใช้ว่า
“ยกเก้าอี้ตัวหนึ่งไปตั้งด้านบนระหว่างแม่นายทั้งสอง”
ยวนยางแรกก็อิดออด กล่าวขอบคุณแล้วนั่งลง ดื่มสุราจอกหนึ่ง ยิ้มว่า
“คำบัญชาสุรา เฉกเช่นคำบัญชาทหาร ข้าเป็นประธาน ไม่ว่าสูงหรือต่ำ หากขัดบัญชาต้องถูกลงโทษ”
พวกหวางฮูหยินต่างยิ้มว่า “ต้องเป็นเช่นนั้น รีบสั่งมา”
ยวนยางไม่ทันเอ่ยปาก หลิวเหล่าเลารีบลุกจากที่ โบกมือว่า
“อย่าล้อเล่นกันแบบนี้ ข้ากลับบ้านละ”
ทุกคนต่างหัวเราะว่า “นี่ใช้ไม่ได้”
ยวนยางตวาดสั่งพวกเด็กรับใช้ว่า
“ลากตัวเข้านั่งที่”
พวกเด็กรับใช้หัวเราะแล้วลากยายเฒ่ากลับไปนั่งที่
หลิวเหล่าเลาเอาแต่ตะโกนว่า “ไว้ชีวิตข้า”
ยวนยางว่า “ขืนพูดอีกต้องปรับหนึ่งกา”
หลิวเหล่าเลาจึงยอมเงียบ
ยวนยางว่า “จากนี้ข้าจะจั่วไพ่กระดูก 骨牌 มาเป็นชุด เริ่มจากเหล่าไท่ไท่ เรียงตามลำดับไปจนถึงหลิวเหล่าเลา เป็นอันยุติ ยกตัวอย่างเช่น ข้าจั่วไพ่กระดูกหนึ่งชุด แยกเป็นสามใบ ให้บรรยายใบที่หนึ่ง ตามด้วยบรรยายใบที่สอง และใบที่สาม รวมความแล้วจะได้ชื่อของชุด ให้กล่าวบทกวี บทเพลง สุภาษิต คำพังเพยที่สอดคล้องมาหนึ่งวรรค หากผิดจะถูกปรับหนึ่งจอก”
ทุกคนหัวเราะว่า “กติกานี้ดี รีบว่ามา”
ยวนยางเริ่มว่า “ได้แล้วหนึ่งชุด ใบด้านซ้ายคือ ฟ้า 天” (ไพ่ฟ้า 天牌 ด้านบนหกแต้มแดงเขียว ด้านล่างหกแต้มเขียวแดง)
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เหนือหัวมีฟ้าคราม”
ทุกคนชมว่าดี
ยวนยางว่า “ตรงกลางคือ ห้ากับหก 五合六”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “หกสะพานหอมดอกเหมยเข้ากระดูก” (ดอกเหมยมีห้ากลีบแทนเลขห้า)
ยวนยางว่า “ใบที่เหลือ หกกับเอี่ยว 六合么” (หนึ่งแต้มในไพ่เรียก เอี่ยว 幺)
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “หนึ่งดวงตะวันแดงบนฟากฟ้า” (หนึ่งแต้มกลมแดงเหมือนตะวัน หกแต้มคือฟ้า)
ยวนยางว่า “รวมกันคือ ผีผมกระเซิง 蓬头鬼”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ผีน้อยคอยกอดแข้งขาจงขุย” (จงขุย 钟馗 เทพปราบผี)
ทุกคนชมว่า “เยี่ยม” แม่เฒ่าเจี่ยดื่มหนึ่งจอก
ยวนยางว่า “ชุดถัดไป ด้านซ้าย คู่ห้า 大长五” (ด้านบนห้าแต้ม ด้านล่างห้าแต้ม)
แม่น้าเซวียว่า “ดอกเหมยเป็นช่อช่อล้อลม” (ดอกเหมยมีห้ากลีบ เป็นช่อช่อมีมากกว่าหนึ่งดอก)
ยวนยางว่า “ด้านขวา คู่ห้าอีก”
แม่น้าเซวียว่า “ดอกเหมยเดือนสิบหอมระรื่นบนยอดเขา” (ห้าบวกห้าเป็นสิบ)
ยวนยางว่า “ตรงกลาง สองกับห้า รวมเป็นเจ็ด”
แม่น้าเซวียว่า “สาวทอผ้าพบคนเลี้ยงวัวคืนชีซี (七夕 วันที่เจ็ดเดือนเจ็ด)”
ยวนยางว่า “รวมกันเป็น เอ้อหลางท่องห้าขุนเขา 二郎游五岳” (เอ้อ 二 สอง ; เทพอ้อหลาง 二郎 ; ไพ่มีห้าแต้มห้าครั้ง เป็นห้าขุนเขา)
แม่น้าเซวียว่า “คนบนโลกไม่สุขเท่าเทพเซียน”
ทุกคนเอ่ยชม แม่น้าเซวียดื่มหนึ่งจอก
ยวนยางว่าต่อ “ชุดถัดไป ด้านซ้าย คู่เอี่ยว 长么 สองแต้มแดง” (ไพ่ด้านบนหนึ่งแต้ม ล่างหนึ่งแต้ม)
เซียงหยุนว่า “ตะวันจันทราเป็นคู่ส่องโลกหล้า”
ยวนยางว่า “ด้านขวา คู่เอี่ยว สองแต้มแดงอีก” (ไพ่หนึ่งบนหนึ่งล่าง มีชื่อเรียกว่า ไพ่ดิน 地牌 ตรงข้ามกับ ไพ่ฟ้า บนหกล่างหก)
เซียงหยุนว่า “ดอกไม้ร่วงสู่ดินไร้สุ้มเสียง”
ยวนยางว่า “ตรงกลาง เอี่ยวสี่” (ไพ่บนหนึ่งแดง ล่างสี่แดง)
เซียงหยุนว่า “ดอกซิ่งแดงทาบเมฆเคียงตะวัน” (ดอกซิ่งแดง แทนสี่แต้มแดง)
ยวนยางว่า “อิงเถาเก้าต้นบาน 樱桃九熟” (อิง 樱 ต้นซากุระ ; เถา 桃 ต้นท้อ ; แต้มไพ่ทั้งสามใบรวมแล้วเก้าแต้ม)
เซียงหยุนว่า “สกุณาคาบออกไปจากราชอุทยาน” (ราชอุทยานมีต้นไม้ดอกมาก)
กล่าวจบ ดื่มหนึ่งจอก
ยวนยางว่า “ชุดถัดไป ด้านซ้าย คู่สาม 长三” (ไพ่บนสามเขียว ล่างสามเขียว)
เป่าไชว่า “นางแอ่นเป็นคู่คู่สนทนาอยู่บนคาน”
ยวนยางว่า “ด้านขวา คู่สาม”
เป่าไชว่า “ดอกหัวใจลอยน้ำลมจัดเป็นแถบเขียว”
ยวนยางว่า “ตรงกลาง สามหก เป็นเก้า”
เป่าไชว่า “สามขุนเขาทาบอยู่ขอบฟ้าไกล”
ยวนยางว่า “รวมกันเป็น โซ่เหล็กล่ามเรือน้อยลอยเอกา”
เป่าไชว่า “ที่ใดมีคลื่นลมที่นั่นมีความระทม”
กล่าวจบ ดื่มหนึ่งจอก
ยวนยางว่า “ด้านซ้ายคือ ฟ้า”
ไต้วี่ว่า “ทิวทัศน์งามฤกษ์ยามดีมีหรือฟ้า”
เป่าไชฟังแล้วหันขวับมามอง ไต้วี่เกรงถูกปรับ จึงยังไม่สนใจ
ยวนยางว่า “ตรงกลาง ฉากปักลาย สีสันสดใส” ไพ่ฉากปักลาย 锦屏 ด้านบนสี่แต้มแดง ล่างหกแต้มเขียว รวมสิบแต้ม สี่แต้มแดงด้านบนเปรียบเหมือนฉากปักลาย)
ไต้วี่ว่า “นอกหน้าต่างไยไม่เห็นหงเหนียงแจ้ง” (หกแตัมเขียว คือหน้าต่างเขียว สี่แต้มแดง คือหงเหนียง ตัวละครเอกในเรื่องบันทึกหอตะวันตก)
ยวนยางว่า “ใบที่เหลือ สองหก เป็นแปดแต้ม” (บนสองแต้มเขียว ล่างหกแต้มเขียว)
ไต้วี่ว่า “ขุนนางเข้าเฝ้าหน้าบัลลังก์หยกสองครั้ง”
ยวนยางว่า “รวมเป็น ดอกไม้งามในตะกร้า” (แต้มในไพ่ทั้งชุดเป็นสีเขียวหมด ยกเว้นสี่แต้มแดงกลางวงล้อม)
ไต้วี่ว่า “หอมดอกเสาเหย้าแขวนกับไม้เท้าเซียน”
กล่าวจบจิบหนึ่งคำ
ยวนยางว่า “ซ้ายสี่ห้า เป็นเก้าบุปผา” (บนสี่แดง ล่างห้าเขียว)
หยิงชุนว่า “ดอกท้อกลางฝนหนัก”
ทุกคนหัวเราะว่า “ต้องปรับ ไม่สัมผัส ทั้งยังไม่สอดคล้อง”
หยิงชุนยิ้มแล้วจิบหนึ่งคำ
พี่เฟิ่งกับยวนยางต้องการดูหลิวเหล่าเลาปล่อยไก่ จึงจงใจให้ทุกคนต่อผิดและถูกปรับ จนถึงตาของหลิวเหล่าเลา
ยายเฒ่าหลิวว่า “ที่หมู่บ้าน เวลาว่างก็มีเล่นกันแบบนี้ เพียงแต่ไม่น่าฟังเท่า ข้าจะลองดู”
ทุกคนว่า “ง่ายออก ท่านกล่าวตามที่นึกได้ ไม่เป็นไรหรอก”
ยวนยางยิ้มว่า “ด้านซ้าย คู่สี่ ก็คือ คน” (คติจีน ฟ้าดินคน ฟ้าเบื้องบน ดินเบื้องล่าง คนอยู่กลางหว่างฟ้าดิน ; หกหกคือฟ้า หนึ่งหนึ่งคือดิน สี่สี่คือคน)
ยายเฒ่าหลิวคิดอยู่ครึ่งวัน จึงว่า “คือคนในหมู่บ้าน”
ทุกคนหัวเราะกันลั่นห้อง
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะว่า “กล่าวได้ดี ต้องอย่างนี้”
หลิวเหล่าเลายิ้มว่า “พวกเราคนชนบท นึกได้แต่ที่เห็นตรงหน้า พวกคุณหนูคุณนาย อย่าได้หัวเราะ”
ยวนยางว่า “ตรงกลางสามสี่ เขียวกับแดง”
ยายเฒ่าหลิวว่า “ไฟไหม้หลังตัวหนอน”
ทุกคนหัวเราะแล้วว่า “นี่ใช้ได้ นับว่ามีความสามารถ”
ยวนยางยิ้มว่า “ด้านขวา เอี่ยวสี่ น่าดูชม”
ยายเฒ่าหลิวว่า “หนึ่งหัวผักกาด หนึ่งหัวกระเทียม”
ทุกคนหัวเราะอีก
ยวนยางว่า “รวมเป็น ดอกไม้หนึ่งกิ่ง”
ยายเฒ่าหลิวทำมือกะขนาด แล้วว่า
“ดอกไม้ร่วงกลายเป็นฟักทอง”
(จบบทที่สี่สิบ)
ยายเฒ่าหลิวทำมือกะขนาด แล้วว่า
“ดอกไม้ร่วงกลายเป็นฟักทอง”
ทุกคนหัวเราะอีก พอดื่มจอกปิดท้ายเสร็จ ยายเฒ่าหลิวยังนึกสนุกกล่าวว่า
“พูดตามตรง มือเท้าข้าหยาบกระด้าง พอดื่มแล้วเมาอาจพลั้งมือทำจอกกระเบื้องนี้ตกแตก มีจอกไม้ก็เอามา ถึงข้าทำหล่นก็ไม่เป็นไร”
พี่เฟิ่งว่า “จะใช้จอกไม้จริง เดี๋ยวข้าเอามาให้ แต่ต้องบอกไว้ก่อน จอกไม้นี้มาเป็นเถา ดื่มทีต้องดื่มให้หมดเถา”
หลิวเหล่าเลาฟังแล้วคิดในใจว่า
“ข้าแค่พูดเล่น ใครจะรู้ว่ามีจริง ข้าเคยไปงานเลี้ยงพวกคหบดีในชนบท จอกเงินจอกทองก็เคยเห็น แต่ไม่เห็นใครใช้จอกไม้ ออ! นึกออกแล้ว ถ้วยไม้ของเล่นของพวกเด็กๆ คงหลอกให้ข้าดื่มมากขึ้นสักสองถ้วย ช่างเถิด เหล้านี้หอมเหมือนน้ำผึ้ง ดื่มมากหน่อยจะเป็นไรไป”
คิดแล้วก็บอกว่า
“เอามาก่อนค่อยว่ากัน”
พี่เฟิ่งสั่งเฟิงเอ๋อว่า “ข้างนอกนั่น บนชั้นหนังสือที่ห้องด้านในมีจอกทำจากรากต้นไผ่สิบจอก เจ้าเอามาให้หมด”
เฟิงเอ๋อรับคำแล้วจะออกไปเอา ยวนยางยิ้มว่า
“ข้ารู้จักสิบจอกที่ว่านั่นมันเล็ก อีกทั้งไม่ใช่ไม้ เป็นรากต้นไผ่ เอาจอกรากไม้หยางเหลืองของพวกเราดีกว่า มีเป็นชุดใหญ่เล็กสิบจอก กรอกนางทีเดียวสิบจอก”
พี่เฟิ่งหัวเราะว่า “ยิ่งดีสิ”
ยวนยางให้คนไปเอามาถึง หลิวเหล่าเลาเห็นแล้วทั้งตกใจทั้งชอบใจ ตกใจว่าจอกชุดนี้ใหญ่เล็กเรียงกันไป ใบใหญ่สุดน่าจะเรียกว่าอ่าง ไล่มาจนใบเล็กสุดขนาดเป็นสองเท่าของจอกที่ถืออยู่ในมือ ชอบใจว่าจอกไม้นี้แกะสลักเป็นทิวทัศน์สวยงาม ทั้งยังสลักตราประทับอักษรหวัด
ยายเฒ่ารีบบอกว่า “เอาใบเล็กสุดมาก็พอ”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “จอกชุดนี้ ไม่มีผู้ใดดื่มได้จุพอ จึงไม่มีใครกล้าใช้ ในเมื่อเหล่าเลาถามหาจึงได้ค้นออกมา ก็ควรดื่มเรียงลำดับไป”
ยายเฒ่าหลิวตกใจรีบบอกว่า “มิกล้า คุณนายอา ไว้ชีวิตข้าด้วย”
แม่เฒ่าเจี่ย แม่น้าเซวีย หวางฮูหยินรู้อยู่ว่านางอายุมากแล้ว ดื่มมากไม่ได้ ยิ้มแล้วรีบบอกว่า
“พูดเป็นพูด เล่นเป็นเล่น ไม่ต้องดื่มมากแล้ว เอาเพียงจอกแรกจอกเดียวพอ”
ยายเฒ่าเจี่ยว่า “อามิตาภพุทธ ข้าขอจอกเล็กก็พอ จอกใหญ่พวกนี้เก็บขึ้นก่อน ไว้ข้าเอากลับบ้านไปแล้วค่อยๆ ดื่ม”
ทุกคนพากันหัวเราะอีก ยวนยางจึงสั่งให้รินเต็มจอกใหญ่ หลิวเหล่าเลาใช้สองมือประคองดื่ม
แม่เฒ่าเจี่ย แม่น้าเซวียว่า “ค่อยๆ ดื่ม เดี๋ยวสำลัก”
แม่น้าเซวียสั่งพี่เฟิ่งให้จัดวางอาหาร พี่เฟิ่งยิ้มถามว่า
“เหล่าเลาอยากกินอะไร บอกชื่อมา ข้าจะคีบป้อนท่าน”
ยายเฒ่าหลิวว่า “ข้ารู้จักชื่อเสียที่ไหน ทุกอย่างน่ากินไปหมด”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ เอา “เฉียเสี่ยง 茄鲞” ป้อนให้นาง”
พี่เฟิ่งคีบ “เฉียเสี่ยง 茄鲞” ป้อนใส่ปากหลิวเหล่าเลา แล้วยิ้มว่า
“พวกท่านกินมะเขืออยู่ทุกวัน ลองชิมมะเขือของเราดูว่าถูกปากหรือไม่”
หลิวเหล่าเลาชิมแล้วยิ้มว่า
“ท่านอย่ามาหลอกข้า มะเขืออะไรมีรสชาติแบบนี้ ไม่เช่นนั้นเราปลูกแต่มะเขือก็พอ อย่างอื่นไม่ปลูกแล้ว”
ทุกคนหัวเราะว่า “เป็นมะเขือจริงจริง พวกเราไม่ได้หลอก”
หลิวเหล่าเลาแปลกใจว่า “มะเขือจริงหรือ ข้ากินเสียของเปล่าไม่รู้เรื่อง คุณนายป้อนข้าใหม่ ข้าจะค่อยๆ เคี้ยว”
พี่เฟิ่งป้อนให้ใหม่ ยายเฒ่าเคี้ยวอยู่ครึ่งวันจึงว่า
“ถีงจะมีรสมะเขืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนมะเขือ บอกข้าทีว่าทำอย่างไร ข้าจะได้ไปทำบ้าง”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ไม่ยากเลย เอามะเขือมาปอกเปลือกเหลือแต่เนื้อหั่นเป็นเต๋า เอาไปทอดด้วยมันไก่ เอาไก่แผ่นแห้ง เห็ดหอม หน่อไม้สด เห็ดหมอกู เต้าหู้แห้งห้ารส ผลไม้แห้งหลายอย่าง ทุกอย่างหั่นเป็นเต๋า เอาไปเคี่ยวด้วยน้ำต้มไก่ คลุกน้ำมันงา น้ำมันเจาอิ๋ว 糟油 เก็บใส่กระปุกผนึกแน่น จะกินก็ตักมาคลุกกับเนื้อไก่ผัด”
ยายเฒ่าหลิวฟังแล้วส่ายหน้าแลบลิ้นว่า
“พระพุทธองค์ ใส่ไก่แล้วใส่ไก่อีก ถึงมีรสชาติแบบนี้”
ตอนก่อนหน้า : จำอวดหญิง
ตอนถัดไป : อารามหลงชุ่ย

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา