Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
คณะเเพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
•
ติดตาม
17 มี.ค. เวลา 03:41 • สุขภาพ
5 เรื่องต้องรู้ก่อนรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยเครื่องกระตุ้นเส้นประสาท “HGNS”
บทความโดย ศาสตราจารย์ นายเเพทย์ วิชญ์ บรรณหิรัญ
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
การกระตุ้นทางเดินหายใจส่วนบน (upper airway stimulation, UAS) หรือที่หลายคนเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า “เครื่องกระตุ้นประสาทลิ้น (hypoglossal nerve stimulation, HGNS)” เป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่การรักษา OSA ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่อึดอัด ไม่สามารถทน หรือไม่สะดวกในการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกต่อเนื่อง (Continuous Positive Airway Pressure - CPAP) โดยเป็นการรักษาที่นิยมใช้ในประเทศแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา และเพิ่งเข้ามาในประเทศไทยไม่นานนี้
แม้ดูน่าสนใจ แต่ UAS ไม่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน และต้องพิจารณาหลายด้านอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะในบริบทของประเทศไทยที่ระบบประเมินและคัดกรองยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
บทความนี้จะสรุป 5 ปัจจัยสำคัญ ที่ผู้ป่วยควรทราบก่อนเลือกแนวทางรักษานี้
1. การวินิจฉัยและประเมินความรุนแรงของ OSA อย่างถูกต้อง
- UAS เหมาะกับผู้ป่วย OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรง ที่ไม่สามารถใช้ CPAP ได้ หรือมี compliance ต่ำ
- การวินิจฉัยต้องอาศัย polysomnography (PSG) โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และต้องประเมินร่วมกับดัชนีการหยุดหายใจและหายใจแผ่ว การลดลงชองความอิ่มตัวของระดับออกซิเจน และข้อมูลการตรวจอื่น ๆ ประกอบ
2. การตรวจทางเดินหายใจขณะหลับโดยใช้ยา (drug-Induced Sleep Endoscopy, DISE) เป็น “ข้อบังคับ”
- ก่อนพิจารณาทำ UAS ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินทางเดินหายใจขณะหลับด้วย DISE เพื่อดูลักษณะบริเวณคอหอย
- UAS จะได้ผล เฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่มีการยุบตัวโดยรอบ (complete concentric collapse) ของเพดานอ่อน
- หากขาดขั้นตอนนี้ อาจทำให้ทำการผ่าตัดโดยไม่ได้ผล และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย
3. ผู้ป่วยต้องมีลักษณะทางกายภาพและสุขภาพที่เหมาะสม ได้แก่
- ดัชนีมวลกาย (BMI) ไม่ควรเกิน 32–35 กก/ตรม.
- ไม่มีภาวะทางเดินหายใจอื่นร่วม เช่น central apnea หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังรุนแรง
- ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจที่ยังควบคุมไม่ได้
- ไม่ใช่ผู้ที่มีความผิดปกติของเส้นประสาทลิ้น
4. ต้องเข้าใจว่า UAS มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้าง “สูงมาก” และไม่ใช่ “จบแล้วจบเลย”
หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยต้องต้องติดตามและปรับการกระตุ้นต่อเนื่องโดย:
- กลับมาตั้งค่าระบบ (device titration)
- ปรับระดับกระตุ้นไฟฟ้าตามผล PSG
- ตรวจติดตามเป็นระยะ และมีการประเมินผลตอบสนองใน 3–6 เดือน
5. ควรปรึกษากับทีมโสต ศอ นาสิกแพทย์ด้านการนอนหลับ (ENT Sleep Specialist)
- UAS เป็นการผ่าตัดที่เชื่อมโยงหลายศาสตร์ ต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางที่ ”เข้าใจทั้งด้านโครงสร้างและพยาธิสรีรวิทยาของทางเดินหายใจส่วนบนอย่างลึกซึ้ง”
- การเลือกศูนย์หรือทีมที่มี การประเมินโครงสร้างทางเดินหายใจ, ความรุนแรงของ OSA, ความเหมาะสมของการกระตุ้นประสาท และการดูแลระยะยาว เป็นหัวใจของความสำเร็จ
สรุป
- Upper Airway Stimulation (UAS) หรือ Hypoglossal Nerve Stimulation (HGNS) คือ “ความหวังใหม่” สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทนใช้ CPAP ได้ แต่ต้องอาศัย “ทีมเฉพาะทางด้าน Sleep Surgery” และการประเมินที่ครอบคลุม จึงจะได้ผลดีที่สุด
ศิริราช
นอนหลับ
สุขภาพ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย