17 มี.ค. เวลา 05:43 • ข่าวรอบโลก
ปาเลสไตน์

การปิดด่านราฟาห์ตัดขาดผู้ป่วยหนักกาซาจากการรักษา คร่าชีวิตเด็กและผู้ป่วยมะเร็ง

โดย
ลามา อาบู เรดา เตรียมกระเป๋า และ เอกสารทางการแพทย์รอวันพาลูกสาววัย 5 เดือน อัลมา เดินทางออกจากกาซาผ่านด่านราฟาห์ไปรักษาที่จอร์แดนในวันที่ 1 มีนาคม แต่อิสราเอลประกาศปิดด่านโดยไม่มีกำหนดเพียงวันก่อนหน้า เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัยพร้อมกับเริ่มปฏิบัติการทางทหารร่วมกับสหรัฐฯ ในอิหร่าน
อัลมาป่วยด้วยถุงน้ำในปอด ไม่สามารถหายใจได้โดยไม่มีเครื่องออกซิเจน และ เคยเข้ารักษาตัวในไอซียูสามครั้งภายในเดือนเดียว แพทย์ระบุว่าเธอจำเป็นต้องผ่าตัดซึ่งไม่สามารถทำในกาซาได้เนื่องจากทรัพยากรจำกัด
“พวกเขาบอกฉันว่าด่านปิดโดยไม่มีการเตือนเพราะสงครามกับอิหร่าน” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ลูกสาวฉันไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีออกซิเจนเลย ถ้าขาด เธอจะเหนื่อยมาก ฉันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าการเดินทางล่าช้าอีก”
ฮาดีล โซรอป สูญเสียลูกสองคนในเดือนกุมภาพันธ์ และ มีนาคม 2025
จากโรคทางพันธุกรรมที่หายาก ขณะรอการส่งตัวรักษาต่างประเทศที่ไม่มีวันมาถึง ลานา ลูกสาววัย 8 ขวบ เสียชีวิตก่อนกำหนดเดินทางเพียงไม่กี่วัน ส่วนโซฮัยบ์ ลูกชายวัย 6 ขวบ เสียชีวิตตามมา
“ฉันเฝ้าดูลูกๆ ตายอย่างช้าๆ ต่อหน้าต่อตา ทีละคน โดยไม่สามารถทำอะไรได้” เธอระบายด้วยน้ำตา “การปิดด่านคร่าชีวิตลูกๆ ของฉัน! โลกไม่ให้คุณค่ากับชีวิตเราหรือลูกๆ ของเราเลย มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว”
อามัล อัล-ตาลูลี ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามมานาน 5 ปี สูญเสียบ้าน และ ต้องใช้ชีวิตกับญาติ ในขณะที่ขาดแคลนยา และ บุคลากรทางการแพทย์อย่างรุนแรง เคมีบำบัดทำให้เธอเป็นโรคกระดูกพรุน และ มีน้ำในดวงตา ขณะที่ภาวะขาดแคลนอาหารก็ซ้ำเติมอาการ
“ตอนนี้ฉันแค่อยากให้ด่านเปิดอีกครั้งเพื่อมีโอกาสหาย และ ใช้ชีวิตต่อกับลูกๆ” เธอกล่าว “มันมากเกินไปที่จะขอหรือ?”
ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุขกาซา มีผู้ป่วย และ ผู้บาดเจ็บกว่า 20,000 คนรอเดินทางไปรักษาต่างประเทศ รวมถึงผู้ป่วยมะเร็ง 4,000 คน เด็ก 4,500 คน ผู้ป่วยวิกฤติ 440 คนที่ต้องได้รับการแทรกแซงเร่งด่วน และ ผู้บาดเจ็บเกือบ 6,000 คนที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลนอกพื้นที่
สมาคมสิทธิมนุษยชนอัล-ดามีร์ เรียกว่าการปิดด่านราฟาห์คือการลงโทษร่วมกันต่อพลเรือนในกาซา และ เป็นการ "ตัดสินประหารผู้ป่วยเพิ่มขึ้น" พร้อมซ้ำเติมวิกฤตมนุษยธรรมที่รุนแรงอยู่แล้ว
Credit :
👇
โฆษณา