21 มี.ค. เวลา 08:27 • ข่าวรอบโลก

F-35 สิ้นมนต์ขลัง ?

มีรายงานว่า F-35 ถูกยิงอิหร่านยิง จนต้องลงจอดฉุกเฉิน
ที่ฐานทัพแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง ….
เล่นเอากองเชียร์ฝ่ายอิหร่านเฮตรึม
และหลายคนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องอาวุธครางฮือ
ว่าเป็นชัยชนะของเทคโนโลยีอิหร่าน
ว่าสเตลท์สหรัฐ สิ้นมนต์ขลังเสียแล้ว
…แต่มันเป็นงั้นจริงรึเปล่าล่ะ???….
ความจริงของเรื่องนี้ เราคงต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ
ว่านี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ และใหม่อะไรเลย
สหรัฐเอง ก็ไม่เคยบอกว่า F-35 จะไม่มีวันได้รับอันตราย
ต่างกันนะครับ การที่เขาโฆษณาว่ามันปลอดภัยที่สุด
ในตลาดอาวุธตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่า เขาคอนเฟิร์ม
ว่ามันปลอดภัย 100% และไร้เทียมทาน
ถ้าเป็นรถยนต์ ก็เหมือนกับเรารู้ว่าวอลโว่ปลอดภัยที่สุด
แต่เขาไม่ได้หมายความว่า ขับวอลโว่แล้วไม่มีวันตาย
เขาโฆษณาแค่นั้นครับ ไม่ได้บอกว่ามันเทพ
ไม่มีวันถูกตรวจจับได้ แบบที่แซะกัน
การถูกตรวจจับของ F-35 ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่…
ถ้าติดตามข่าวสารวงการอาวุธสงครามมาตลอด
ก็จะเห็นเรื่อยๆนั่นแหละครับ ทั้งรายงานจากฝ่ายจีน รัสเซีย
และฝ่ายผู้ใช้เองทางยุโรป และญี่ปุ่น
แต่สิ่งที่เราควรต้องรู้ คือมันถูกตรวจจับได้อย่างไร
สภาวะไหนของตัวเครื่องบิน
ความจริงจากรายงานเป็นทางการที่มีหลักฐานชัดเจน
มีรายงานการตรวจจับ F-35 แบบจงใจของคนตรวจ
“น้อยมาก” เมื่อเครื่องบินอยู่ในสภาพ Stealth mode
ส่วนมาก จะถูกตรวจจับได้ เมื่อเครื่องบินอยู่ในอีกสภาพ
คือ Beast mode.
หรืออีกกรณี คือ จงใจเปิดเผยตัวตน ด้วยการทำบางอย่าง
ที่ต้องห้ามในการทำ stalth เช่น ใช้ความเร็วเกินพิกัด
ให้เกิดความร้อนสูงๆ* หรือการกางล้อกลางอากาศ
เป็นต้น
…การจงใจเปิดเผยตัวตน มีเพื่อล่อให้ศัตรูล็อกเป้า
เพื่อให้ทราบตำแหน่งของศัตรู และทำลาย เนื่องจาก
สหรัฐค่อนข้างเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการลวงจรวด
จากระบบของมัน ว่าจะหลบพ้นและสวนกลับไปสู่ศัตรู
ที่ซ่อนอยู่ได้ ซึ่งวิธีนี้อิสราเอลชอบใช้มาก….
…กับอีกแบบคือการเปิดเผยตัวตน เพื่อแสดงตัวต่อพันธมิตร
แล้วบังเอิญถูกฝ่ายตรงข้ามตรวจจับได้ อันนี้จะพบมาก
ในกรณีของญี่ปุ่น เมื่อเข้าเขตน่านฟ้า หรือเข้าใกล้เรือรบของเกาหลีใต้หรือไต้หวัน แล้วจีนซึ่งอยู่บริเวณนั้น ตรวจจับได้….
เราต้องเข้าใจอีกด้วยว่า ธรรมชาติของเครื่องบินล่องหน
ของทุกชาติ ทุกผู้ผลิต จะมีสองโหมดเสมอที่บอกไปแล้ว
Stealth mode ใช้เมื่อต้องการลอบเร้นจริงๆ
เข้าไปทำภารกิจในน่านฟ้าข้าศึก มักใช้ในการเปิดทาง
เพื่อให้เครื่องบินรุ่นเก่ากว่า ในยุค 4.5 ตามเข้ามา
Beast mode ใช้เมื่อมั่นใจว่าครองน่านฟ้าได้แล้ว
มีการต่อต้านต่ำ จึงจงใจละเมิดข้อห้ามการพรางตัว
ด้วยการติดตั้งอาวุธภายนอกช่องเก็บ หรือใช้ความเร็ว
สูงกว่ากำหนดไว้ในสภาพ Stealth เพื่อต่อตี
ซึ่งเมื่อ F-35 ใช้ Beast mode มันก็จะไม่ใช่เครื่องบิน
ล่องหนอีกต่อไป มันจะถูกล็อกเป้าได้เหมือนเครื่องบิน
ธรรมดายุค 4.5 แบบกริพเพน ,Rafale , SU34 นั่นเอง
และสภาพนี้แหละ ถูกรายงานการถูกตรวจจับมากที่สุด
ทั้งจงใจ และไม่จงใจ
กับกรณีล่าสุดที่อิหร่าน และภาพที่อิหร่านเผยแพร่
ก็ยังไม่มีความชัดเจนและน่าเชื่อถือมากพอ ว่ามัน
เป็นภาพจากอุปกรณ์บางอย่างจริงๆ ไม่ใช่ภาพที่ทำขึ้น
และมีความย้อนแย้งหลายอย่าง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ได้
ออกตัวก่อนนะครับ เครื่องบินโดนอิหร่านยิงน่ะจริง
แต่ภาพที่เห็นนั้น ไม่มีการยืนยันว่าเป็นของจริง
และความผิดปกติของภาพ ทำให้เชื่อว่า มันถูกสร้างขึ้น
จากน้ำมือมนุษย์ หรือ AI เสียมากกว่า
ถ้าลงรายละเอียดว่า ทำไมภาพนี้ ถึงถูกมองว่าปลอมล่ะ ?
เหตุผลก็คือ มันผิดปกติของภาพจากกล้องความร้อนครับ
จะเห็นว่าว่ามันขาวโพลนไปทั้งลำ ทั้งตัวเครื่องบิน
และตัวไอพ่น ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ที่ความร้อนตัวเครื่องบิน
จะสูงเท่าไอพ่น และถ้าเป็นกล้องความร้อนจริงๆ
ภาพตัวเครื่องบิน จะมีการไล่ระดับความร้อนที่ชัดเจน
ขัดกับที่ทางสื่อโปรอิหร่านรายงาน
ว่าตรวจจับได้ด้วยการไล่ตามความร้อน
ดังนั้นรูปนี้จึงถูกมองว่าปลอม เชื่อถือไม่ได้มากพอ
ที่จะนำมาวิเคราะห์ได้นั่นเอง…
ความย้อนแย้งอีกประการ คือการถูกตรวจพบ
ในกรณีว่าเป็นอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดจากอิหร่านจริงๆ
ถ้าเป็นแบบนั้น คำถาม คือ ทำไมจึงไม่มีระบบลักษณะนี้
ในการปกป้องศูนย์กลางอำนาจหรือทำเนียนรัฐบาล
จนต้องสูญเสียผู้นำคนเก่าไป
แต่กลับไปโผล่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ
ที่ปกติไม่เคยถูกโจมตี จากความไม่สำคัญทางยุทธศาสตร์
และอิหร่านไม่มีศัตรูทางตะวันออก ซึ่งมีรัสเซียคอนโทรลให้
เพิ่งมาช่วงหลังนี่เองที่อิสราเอลมองว่า ต้องเก็บให้หมด
และเปิดน่านฟ้าทางตะวันตกติดอ่าวเปอร์เซียได้สำเร็จ
จึงบินลึกเข้าไปถล่ม ก่อนที่สหรัฐจะตามเข้าไป
แล้วก็โดนยิงบริเวณนี้เอง….
จากข้อมูลเท่าที่มีตอนนี้
ความเป็นไปได้มากที่สุดตามสายตานักวิเคราะห์
คือความผิดพลาดของฝ่ายยุทธการฝ่ายสหรัฐ
ที่ประเมินความเสี่ยงผิดพลาดอย่างร้ายแรง
พวกเขาน่าจะประเมินว่า แถบนี้กำลังป้องกันของอิหร่าน
น่าจะมีไม่มาก และไม่เป็นชั้นสูงอะไรนัก
จึงปล่อยให้ F-35 ค่อนข้างฟรีสไตล์ หรืออาจให้เป็น
Beast mode เพื่อติดตั้งระเบิด GBU ได้มากๆด้วยซ้ำไป
คือ โลภ ประมาทนั่นแหละ แทนที่จะใช้ขีปนาวุธร่อน
ระยะไกลมาก ตระกูล JASSM AGM-158 ER/XR
ที่มีพิสัยกว่า 1,000 กม. เปิดทางตามสูตรก่อนเหมือนเดิม
แต่พอคิดว่าอิหร่านศักยภาพร่อยหรอไปมากแล้ว
ด้านนี้เองก็ไม่สำคัญ ไม่น่ามีการป้องกันมากนัก
ก็เลยพลาดแบบปลาตายน้ำตื้น
ไปเจอของแข็งเข้า แล้วก็โดนยิงกลับมา
ก็กลายเป็นเสียหน้า ให้อิหร่านทำสงครามข่าวสาร ไปในที่สุด
…เพราะความประมาทล้วนๆ ถ้าสาเหตุมันตามนี้นะ….
อย่างไรก็ตาม
ความไม่ชัดเจนยังมากขึ้นไปอีก
เนื่องจากเครื่องบินสหรัฐไม่ได้ตก แต่บินกลับฐาน
จากจุดเกิดเหตุที่ค่อนข้างไกลได้
มันแสดงถึงว่า ความเสียหายของเครื่องบินเอง
ต้องน้อยมากๆ จึงสามารถบินได้ไกลขนาดนั้น
โดยไม่เสียเชื้อเพลิงหมดไปก่อน หลังถูกยิง
ซึ่งไม่สอดคล้องกับการถูกยิงด้วยระบบขีปนาวุธ
พื้นสู่อากาศต่อสู้อากาศยาน ที่มักโดนแล้วตก
หรือเสียหายหนัก ในนัดเดียว
ที่เกิดขึ้น มันราวกับว่า F-35 ถูกยิงด้วยปืนใหญ่อากาศ
หรือการมั่วขึ้นมาจากพื้น ด้วย ปตอ. ธรรมดาๆเสียมากกว่า
ที่จะโดนยิงด้วยจรวด หรือแม้กระทั่ง Manpad
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเลยสับสนไปหมด
ว่าจริงๆมันคืออะไรกันแน่
สหรัฐโดนโจมตีน่ะใช่แน่ และอิหร่านก็ทำสำเร็จจริงๆ
ในฐานะที่โจมตี F35 ให้สิ้นสภาพได้เป็นชาติแรก
แต่มันเกิดจากความจงใจ บังเอิญ หรืออะไรกันแน่
ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ความจริงได้
และอะไรแน่ที่ F-35 โดน ปืนกล หรือจรวดแบบเฉียดๆ
อะไรยังไง ตอนนี้ไม่มีใครรู้เลย
แต่ที่แน่ๆ….
F-35 ไม่ใช่ว่าหมดความน่ากลัวแล้วแน่ๆ
สหรัฐและอิสราเอล บินพวกมันมากกว่าพันรอบ
หลังยุทธการครั้งนี้เริ่มต้น อัตราความสูญเสีย
ที่ 1 ต่อ พันกว่าๆ ในสถานการณ์เสี่ยงสูงเช่นนี้
ยังต้องถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดงาม
และการสามารถทำลายระบบป้องกันจากทั้งรัสเซียและจีนได้
นั่นก็หมายถึงชัยชนะต่อคู่แข่งตัวจริงได้ไปนานแล้ว
การเสีย F-35 มองในแง่หนึ่ง ก็คือเสียหน้าให้อับอาย
…แต่ในอีกแง่ นี่ก็คือเครื่องยืนยัน…
…ว่าจนถึงปัจจุบัน F-35 คือเครื่องบินล่องหนรุ่นเดียว
ของโลก ในสมรภูมิรบจริง ไม่ใช่บินทดลอง…
…มันเหนือกว่าพี่มัน อย่าง F-22 ด้วยซ้ำ หากดูที่สถิติการรบ..
…ในโลก เครื่องบินที่ไม่เคยตก หรืออย่างน้อยไม่เป็นข่าว….
…คือเครื่องบินที่ไม่เคยรบ หรือปิดข่าวเก่งเท่านั้นแหละครับ…
…ของจริง เทพแค่ไหนก็ต้องเคยมีแผลครับ….
ไม่ใช่เก่งแต่ในกระดาษแล้วเอามาโม้ ว่าข้าไม่เคยตก 😁😁
(*ในบรรดาเครื่องบินรบที่ประจำการทุกชาติ
F-35มีเครื่องยนต์ต่อหน่วยที่ทรงพลังที่สุด แรงขับสูงที่สุด
และสร้างพิสัยปฏิบัติการได้ดีที่สุดในโลก
แต่ที่มันถูกจำกัดความเร็วไว้ที่ 1.6 มัค เพื่อรักษาสถานะ
การล่องหนต่อการโดนตรวจจับแบบต่างๆของข้าศึก
หากจำเป็น มันสามารถเปิดสันดาปท้าย เพื่อต่อตี
หรือหนี แล้วความเร็วจะทะลุ 2 มัคไปได้อีกไกล
เพื่อผลทางยุทธวิธีที่เหมาะสม
แต่ความร้อนจากสันดาปท้ายจะสูงมาก จนทำให้ถูก
ตรวจับความร้อนได้ เสียสถานะความเป็น stealth ไป*)
โฆษณา