Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Worlds Trend
•
ติดตาม
22 มี.ค. เวลา 02:17 • ข่าวรอบโลก
สงครามที่ไม่ได้เกิดเพราะแผนที่ แต่เพราะเงิน
เมื่อการก่อสงครามชายแดนคือต้นทุนที่ถูกที่สุดในการปกป้องอาณาจักรอาชญากรรมมูลค่าครึ่ง GDP
เส้นแบ่งระหว่างไทยและกัมพูชามีข้อพิพาทมายาวนานกว่าร้อยปี ตั้งแต่สมัยอาณานิคมฝรั่งเศส ตกลงกันไม่ได้สมบูรณ์ และปะทุขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกสองสามทศวรรษ ดังนั้นเมื่อทหารสองฝ่ายปะทะกันในเดือนพฤษภาคม 2025 ทั้งโลกจึงอ่านมันว่าเป็นเรื่องเดิมที่เกิดขึ้นใหม่
แต่นักวิเคราะห์ที่ติดตามประเด็นนี้ใกล้ชิดอ่านมันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ก่อนอื่นต้องเข้าใจตัวเลขตัวหนึ่งที่ทำให้เข้าใจทุกอย่าง
กัมพูชาเป็นที่ตั้งของศูนย์แสกมมากกว่า 50 แห่ง รายได้จากปฏิบัติการเหล่านั้นเกิน 12,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเทียบได้กับเกือบครึ่งหนึ่งของจีดีพีอย่างเป็นทางการของประเทศ ลองนึกภาพประเทศที่เศรษฐกิจในบัญชีทางการมีขนาดหนึ่ง แต่มีอุตสาหกรรมมืดอีกชุดที่ใหญ่ขนาดเดียวกันทำงานขนานกันอยู่ตลอดเวลา เศรษฐกิจแบบนี้ปกป้องได้ง่ายแค่ไหนถ้าคนที่ควบคุมมันคือตัวรัฐบาลเอง
ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาทีละอิฐโดยฮุนเซน
ยุคของฮุนเซนที่ขึ้นสู่อำนาจในปี 1988 มีลักษณะร่วมกันคือการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ การกระจุกตัวของทรัพยากรเศรษฐกิจในหมู่ชนชั้นนำทางการเมือง และการสร้างพันธะใกล้ชิดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงกับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ โดยเฉพาะในธุรกิจการพนัน คาสิโน และการค้ามนุษย์
ในโครงสร้างอำนาจของกัมพูชา ไม่มีอุตสาหกรรมสำคัญใดที่จะดำรงอยู่ได้โดยไม่ผ่านตระกูลฮุน นักลงทุนที่ต้องการเปิดคาสิโนหรือศูนย์แสกมต้องทำงานร่วมกับกลุ่มผลประโยชน์ที่ฮุนเซนไว้วางใจ ขณะที่ผู้ให้บริการแสกมที่เช่าพื้นที่ภายในต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ภายใต้การคุ้มครอง ถ้าคนที่อยู่บนสุดของโครงสร้างไม่สามารถรับประกันสิ่งนี้ได้ ระบบทั้งหมดก็พังทลาย
หลักฐานที่เชื่อมตระกูลฮุนเข้ากับธุรกิจนี้โดยตรงนั้นไม่ใช่การคาดเดา
ฮุนโต ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของนายกรัฐมนตรีฮุนมาเน็ตและเป็นหลานของฮุนเซน เป็นกรรมการบริษัทในเครือ Huione Group อย่างน้อยสองแห่ง กระทรวงการคลังสหรัฐตัด Huione Group ออกจากระบบการเงินสหรัฐโดยอ้างว่าบริษัทนี้ฟอกเงินให้กับผู้ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงเกาหลีเหนือ รวมมูลค่าอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ระหว่างปี 2021 ถึง 2025
และในกรณีที่โดดเด่นที่สุดคือ เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้ง Prince Group ที่ถูกสหรัฐฟ้องและสั่งริบสินทรัพย์ เขาเคยเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของทั้งฮุนมาเน็ตและฮุนเซน ได้รับบรรดาศักดิ์ "เนียก อุกนา" จากพระมหากษัตริย์กัมพูชา และเคยเดินทางไปคิวบากับฮุนเซนในฐานะ "ที่ปรึกษา" ในปี 2022 ก่อนที่จะถูกจับและส่งตัวให้จีนในเดือนมกราคม 2026
ทั้งหมดนี้สำคัญเพราะมันอธิบายว่าทำไมในปี 2025 เมื่อไทยเริ่มกดดันกัมพูชาเรื่องแสกมเมอร์ จึงกลายเป็นวิกฤตระดับอัตถิภาวะของตระกูลฮุน
มีสองแรงกดดันเกิดขึ้นพร้อมกันในต้นปี 2025 ที่ฮุนเซนทนไม่ไหว
แรงกดดันแรกคือ รัฐบาลแพทองธารเตรียมออกกฎหมาย Entertainment Complex ที่จะทำให้คาสิโนถูกกฎหมายในไทย ซึ่งจะเป็นคู่แข่งโดยตรงของอุตสาหกรรมคาสิโนในกัมพูชา พร้อมกันนั้นไทยยังเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามศูนย์แสกมบริเวณชายแดนกัมพูชา ซึ่งตามข้อกล่าวหามีเงินไหลกลับไปเลี้ยงพรรคประชาชนกัมพูชา
แรงกดดันที่สองลึกกว่านั้น มันเกี่ยวกับการฟอกเงิน ไม่ใช่แค่การหารายได้
กัมพูชาต้องการช่องทางนำเงินสกปรกมหาศาลเข้าสู่ระบบอย่างถูกกฎหมาย คาสิโนและสินทรัพย์ในต่างประเทศคือทางออก หนึ่งในกรณีที่เกิดขึ้นจริงคือ ยิม เลียก ซึ่งทางการไทยระบุว่าเป็น "ทายาทของเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในกัมพูชา" ถูกพบว่าถือหุ้นในบริษัทบางจากมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาทผ่านบัญชีซื้อขายหุ้นที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินยึดไป
บทวิเคราะห์ของ Asia Sentinel ชี้ว่า การที่หุ้นในบริษัทอย่างบางจาก ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจเชิงยุทธศาสตร์ของไทย เปลี่ยนมือเป็นบล็อกมูลค่าพันล้านบาทผ่านกองทุนที่คลุมเครือ และสาวไปถึงบุคคลเบื้องหลังที่เชื่อมโยงกับตระกูลผู้ปกครองกัมพูชา ทำให้เกิดคำถามเรื่องความสมบูรณ์ของตลาดหลักทรัพย์ไทยต่อการแทรกแซงจากต่างชาติ กัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดนี้
ในระดับส่วนตัว ยังมีเรื่องที่ฮุนเซนกลืนไม่ลงอีกอย่าง นั่นคือการถูกดูถูกต่อหน้าสาธารณะ
ฮุนเซนครองอำนาจมาสี่สิบปีโดยไม่เคยยอมให้ใครทำให้เขาเสียหน้า ในสุนทรพจน์ยาวสามชั่วโมงที่เขากล่าวต่อสาธารณะก่อนปล่อยคลิปโทรศัพท์ เขาพูดถึงการที่กัมพูชาถอนกำลังออกจากช่องบอกตามที่ตกลงกันไว้ แต่ฝั่งทหารไทยยังดันทุรังปิดด่านต่อ เขาบอกว่านั่นคือการ "หักหลัง" ที่ยอมไม่ได้ เมื่อมีคนไทยนำภาพของเขาไปทำเป็นเป้ายิงปืนในงานวัด เขาโพสต์เฟซบุ๊กยาวโดยระบุว่า "แม้ประเทศของเราจะเล็ก ประชากรน้อย และเศรษฐกิจอ่อนแอ แต่เราไม่ได้อ่อนแอทางศีลธรรม" และเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาแบนสินค้าไทยและหยุดใช้เงินบาท
คนที่รู้สึกว่าตัวเองถูกดูถูกในฐานะผู้นำประเทศเล็กและอ่อนแอ มักตอบสนองด้วยการพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้อ่อนแอ
วันที่ 15 มิถุนายน 2025 แพทองธารโทรศัพท์ถึงฮุนเซนเพื่อคลายความตึงเครียด
ในการสนทนา แพทองธารเรียกฮุนเซนว่า "อา" และขอให้เขา "เห็นใจหลานหน่อย" พร้อมบอกว่า "คนไทยไล่ฉันให้ไปเป็นนายกฯ ที่เขมรแล้ว" เธอยังพูดถึงผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ว่าเป็นคนจาก "ฝั่งตรงข้าม" ที่พูดอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อชาติ
วันที่ 18 มิถุนายน ฮุนเซนปล่อยการบันทึกเสียงทั้งหมดบน Facebook ส่วนตัว ผลที่ตามมาคือ พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากรัฐบาล ทำให้รัฐบาลแพทองธารเหลือเสียงข้างมากเพียงเส้นบาง และในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนเธอออกจากตำแหน่งในเดือนสิงหาคม
ผลพลอยได้ทันทีคือร่างกฎหมาย Entertainment Complex ที่จะทำให้คาสิโนถูกกฎหมายในไทย ถูกยกเลิกไปเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ท่ามกลางวิกฤตการเมืองที่เกิดจากการถูกสั่งพักงานของนายกรัฐมนตรี
ด้วยการกดปุ่มปล่อยคลิปโทรศัพท์ครั้งเดียว ฮุนเซนล้มนายกรัฐมนตรีไทย ทำให้รัฐบาลใหม่ที่เป็นมิตรกับทหารขึ้นมาแทน และฆ่ากฎหมายที่จะแข่งขันกับธุรกิจคาสิโนของตัวเองได้พร้อมกัน
ฝ่ายไทยตอบสนองด้วยสิ่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องดินแดน
กองทัพไทยโจมตีอย่างน้อยหกคอมเพล็กซ์คาสิโนและโรงแรมชายแดน บรรดาเป้าหมายรวมถึง O'Smach Resort ซึ่งสหรัฐคว่ำบาตรเจ้าของในข้อหาค้ามนุษย์เพื่อบังคับใช้แรงงานแสกมตั้งแต่เดือนกันยายน 2024
เป้าหมายที่น่าสังเกตที่สุดคือบริเวณทมาดา ซึ่งเจ้าของคือ ตรี แผน อดีตที่ปรึกษาส่วนตัวของฮุนเซนที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรตั้งแต่ปี 2019 ในข้อหาทุจริตและละเมิดสิทธิมนุษยชน กองทัพไทยยังโจมตีบ้านของ ตรี แผน บริเวณชายแดนเหนือที่ติดกับคาสิโนด้วย
นักวิชาการ นีล ลอฟลิน จากมหาวิทยาลัย City St George's ให้ความเห็นว่า "ชัดเจนว่าไทยกำลังกระทบกระเป๋าของชนชั้นนำกัมพูชาด้วยการโจมตีศูนย์แสกม แม้จะโจมตีเป็นจำนวนน้อย และยังมีอีกหลายร้อยแห่งที่ยังไม่ถูกโจมตี"
ในเดือนธันวาคม 2025 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินยึดสินทรัพย์มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท รวมถึงบัญชีซื้อขายหุ้น เรือยอทช์มูลค่า 800 ล้านบาท รถหรูแปดคันมูลค่า 78 ล้านบาท และเงินสดในบัญชีธนาคาร 1,100 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนไทยอย่างบางจากผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์
ขณะที่ปฏิบัติการทางทหารและกฎหมายยังดำเนินอยู่ ราคาที่คนธรรมดาจ่ายนั้นหนักมาก
ชาวกัมพูชาจากพื้นที่ชายแดนมากกว่าครึ่งล้านคนต้องอพยพไปอยู่ในค่ายผู้พลัดถิ่นที่แออัดหลายสิบแห่ง การค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและไทยลดลงมากกว่า 90% ในช่วงที่ปิดชายแดน
และในรายงานล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่ากัมพูชาคือ "จุดศูนย์กลางระดับโลกของการฉ้อโกงข้ามชาติยุคใหม่ในปี 2025"
สำหรับนักลงทุนและนักธุรกิจที่ติดตามภูมิภาคนี้ บทเรียนไม่ใช่เรื่องดินแดนหรือชาตินิยม บทเรียนคือเมื่อรัฐไม่สามารถแยกตัวออกจากเครือข่ายอาชญากรรมได้ การที่ประเทศภายนอกกดดันเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติจึงไม่ใช่แค่การกดดันเชิงนโยบาย มันคือการคุกคามอัตถิภาวะของระบอบ และเมื่อระบอบรู้สึกว่าตัวเองถูกคุกคามอย่างถึงราก การตอบสนองที่มีเหตุผลที่สุดในสายตาของพวกเขาก็คือสงคราม
ปฏิบัติการแสกมที่ถูกบังคับให้ย้ายออกจากคอมเพล็กซ์ที่โดนระเบิด กำลังย้ายไปพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า พร้อมที่จะหลอกลวงต่อในวันถัดไป
สงครามที่ไทยชนะในสนามรบ แต่กำไรจากแสกมเมอร์ยังคงไหลต่อเนื่องไม่หยุด
ข่าวรอบโลก
การเมือง
กัมพูชา
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย