2 เม.ย. เวลา 14:00 • ข่าวรอบโลก
สหรัฐอเมริกา

สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างไร?

ดูเหมือนว่าสหรัฐฯ กำลังถอยร่นทางยุทธศาสตร์ สงครามครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการเตรียมการสำหรับการถอยร่น
ดูเหมือนความพยายามดังกล่าว เป็นความพยายามที่จะสร้างสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์การเมืองที่เอื้ออำนวยต่ออิสราเอล
ในขณะเดียวกันก็สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าแผนนี้จะล้มเหลว
เหมือนกับว่านาโตกำลังมีบทบาทอะไรบางอย่างในยูเครนตอนนี้ รัสเซียก็จะชนะได้โดยไม่ต้องพึ่งนาโต
ขณะที่จีนกำลังจับตาดูศักยภาพในการระดมกำลังของสหรัฐฯ และติดตามดูว่าสหรัฐฯ ต้องการกำลังทหารจำนวนเท่าใดเพื่อคงอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
แม้หลังจากที่ทรัมป์ขอให้จีนแก้ไขปัญหาความมั่นคงของช่องแคบฮอร์มุซโดยเฉพาะ จนแล้วจนรอด
จีนก็ยังไม่ตอบสนอง ใดๆ....
ส่วนทาง นาโต้ก็พยายามใช้โตเกียวเป็นฐานเพื่อขยายอิทธิพลทางทหารในเอเชียมานานแล้ว
ในขณะที่อิทธิพลของนาโต้กำลังจะขยายไปสู่เอเชีย
ทรัมป์ได้ทดสอบความจงรักภักดีและความมุ่งมั่นของสมาชิกนาโต้ในความขัดแย้งกับอิหร่านไปในตัว
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้เชิญทั้ง 7 ประเทศให้ร่วมกันรักษาความปลอดภัยของช่องแคบฮอร์มุซ แต่....ไม่มีประเทศใดตอบรับ
ต่อมาทรัมป์กล่าวว่านาโต้ได้ทำผิดพลาดอย่างโง่เขลา
ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่านาโต้มีทางเลือกสองทาง คือ ยอมให้สหรัฐฯ ถอนตัว หรือยอมให้สหรัฐฯ สั่งการและควบคุม
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นาโต้ได้ต่อต้านรัสเซียในความขัดแย้งในยูเครน รักษาความสมดุลของอำนาจ
และทำให้ความขัดแย้งในยุโรปตะวันออกอยู่ในภาวะชะงักงันมาหลายปี
หากนาโตล่มสลายหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ความขัดแย้งในยุโรปจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเช่นเดียวกัน
และในที่สุดรัสเซียอาจเข้าควบคุมดินแดนส่วนใหญ่ของยูเครนได้
หากรัสเซียครอบงำเวทีการเมืองยุโรป สหรัฐฯ ก็อาจหันมาใช้กลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับเอเชียมากกว่ายุโรป
ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่จีน ซึ่งตั้งอยู่ในเอเชียก็จะเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักจากคู่แข่งอย่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
ดังนั้น การดำรงอยู่ของนาโตจึงมีประโยชน์ในการป้องกันการบแบบขยายตัวของสงครามและรักษาสมดุลทางยุทธศาสตร์ระหว่างสองค่ายใหญ่ในโลก
แม้ ทรัมป์จะดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะเจรจาเศรษฐกิจและการค้ากับจีน ถึงขนาดกล่าวถึงการเยือนหลายครั้ง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยการที่คู่แข่งของอเมริกาหลายรายอ่อนแอลงหรือเป็นกลาง และสหรัฐฯ ก็หวังที่จะบีบให้จีนยอมจำนนต่อการครอบงำของตน
ในช่วงสงครามอิหร่านนั้นเอง
ดังนั้น สหรัฐฯ จึงได้แต่เฝ้าติดตามและทดสอบการตอบสนองของจีน
พร้อมทั้งเรียกร้องให้จีนมีส่วนร่วมในการรักษาสันติภาพในช่องแคบฮอร์มุซไปพร้อมๆ กับการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของจีน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่สหรัฐฯ ส่งกองกำลังเอเชียแปซิฟิกจำนวนมากไปประจำการใกล้กับอิหร่าน
ซึ่งยิ่งกระตุ้นให้สหรัฐฯ เฝ้าระวังปฏิกิริยาของจีนมากขึ้น
นับตั้งแต่ปี 2564 องค์การนาโตและพันธมิตรในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกนาโตอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์
พวกเขาได้กลายเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของการขยายอิทธิพลของนาโตไปทางตะวันออกในมุมมองของจีน
สหรัฐอเมริกาจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพานาโตเพื่อต่อต้านอิทธิพลของจีนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
แม้ว่านาโตจะแตกแยก ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการวางกำลังทหารของสหรัฐฯ ในเอเชีย ตรงกันข้าม มันจะเร่งความพยายามของสหรัฐฯ ในการล้อมจีนด้วยหลายประเทศในเอเชีย
จนทำให้เกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ขึ้น
จีนเองก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยามากนักต่อสงครามครั้งนี้ เพราะกำลังเฝ้าดูว่ากำลังทหารของสหรัฐฯ จะลดลงอย่างไรในสงครามครั้งใหญ่ครั้งนี้
และแรงกดดันจากความคิดเห็นของประชาชนภายในประเทศสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นหรือไม่ อีกอย่าง
จีนกำลังทดสอบขีดความสามารถในการระดมกำลังของสหรัฐฯไปด้วยในตัว
โดยติดตามว่าสหรัฐฯ ต้องการกำลังทหารจำนวนเท่าใดเพื่อรักษาการปรากฏตัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ในขณะเดียวกันก็เบี่ยงเบนความสนใจของสหรัฐฯ จากสนามรบในเอเชียด้วยเช่นกัน
ดังที่ผมเกริ่นไว้....แม้ว่าทรัมป์จะเรียกร้องให้จีนแก้ไขปัญหาความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซอย่างเจาะจง
แต่จีนก็ยังไม่ตอบสนอง ฮาาาาาา...
สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซในตะวันออกกลางเท่านั้น
แต่ยังเป็นการทดสอบระบบการทหารโลกทั้งหมด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาโตและการประจำการของพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
สงครามครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงความตระหนักรู้ทางการทหารของประเทศในเอเชียแปซิฟิกอย่างมีนัยสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และจะเขียนระเบียบโลกใหม่ที่เน้นให้สหประชาชาติเป็นศูนย์กลางหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง.
โฆษณา