Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
9 ชั่วโมงที่แล้ว • การเมือง
ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก EP.14 เขมรได้แต่มองเนิน 350-ตาควายจากข้างล่าง
"การเลือกตั้งของกัมพูชาในปีหน้าเป็นตัวกระตุ้นให้รัฐบาลกัมพูชาอาจต้องการสร้างชัยชนะทางการทหารเพื่อเรียกคะแนนนิยมท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศ ผมคาดการณ์ว่าควรจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดหลังสิ้นสุดหน้าฝนหรือประมาณเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการรบมากกว่าช่วงดินโคลน"
พลโท ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก
"กัมพูชามีแรงจูงใจที่จะทำให้เกิดการปะทะในสงครามครั้งใหม่เพื่อหวังผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างชัยชนะเพื่อคะแนนนิยม เนื่องจากกัมพูชากำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและมีแผนการเลือกตั้งในปีหน้า รัฐบาลอาจต้องการสร้างชัยชนะทางการทหาร เช่น การพยายามยิงเครื่องบินรบของกองทัพอากาศไทยให้ตกสักลำ หรือยิงรถถังไทยในสงครามคันหนึ่งเพื่อประกาศชัยชนะและเรียกความเชื่อมั่นจากคนในประเทศ"
พลโท พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสมช.
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงนี้ในพื้นที่ที่ทหารไทยยึดได้ ทหารกัมพูชาได้ขยับเข้ามาทีละนิดแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเราได้มีการวางรั้วลวดหนามตามพื้นที่สูงหรือแม้แต่การตั้งฐานบนจุดสูงข่ม ก็ทำให้ทหารกัมพูชาบุกขึ้นมาไม่ได้
ล่าสุดมีข่าวลือเรื่องทหารกัมพูชายึดปราสาทตาควายและเนิน 350 ได้แล้ว เรื่องนี้จริงเท็จประการใด หรือว่าอาจเป็น Fake News ที่จงใจสร้างสถานการณ์ ทหารไทยในแนวหน้ามีความกังวลใจหรือไม่อย่างไร "ล่าเรื่องร้อน รู้ให้ลึก" วันนี้จะพาไปดูถึงที่มาของข่าวร้อนแรงนี้กันครับ
ชุดพร้อมรบของทหารกัมพูชา
หลังจากการปะทะครั้งใหญ่ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กองทัพไทยสามารถยึดคืนพื้นที่เนิน 350 และปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ กลับมาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ปัจจุบันทหารไทยได้สถาปนาความมั่นคง วางกำลังตามแนวหน้าผา มีการขุดคูเรด วางลวดหนามหีบเพลง และตั้งบังเกอร์เพื่อป้องกันการรุกราน ทำให้ฝ่ายกัมพูชาต้องล่าถอยลงไปอยู่ในพื้นที่ราบด้านล่าง ซึ่งมีสภาพเป็นเขมรต่ำอย่างแท้จริง
ทุกวันนี้ทหารกัมพูชาที่ลาดตระเวนอยู่ในภูมิประเทศที่ต่ำกว่าเทือกเขาพนมดงรัก ทำได้เพียงแหงนมองขึ้นมาบนยอดเนิน และเห็นธงชาติไทยโบกสะพัดพริ้วไหวตามรงลมจากฐานปฏิบัติการของทหารไทย ทำให้พวกเขาต้องโพสต์คลิปลงโซเชียลมีเดียแสดงความเจ็บใจที่เห็นทหารไทยควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญไว้ได้ทั้งหมด โดยยอมรับว่าทหารไทยมีกำลังพลหนาแน่นอยู่บนนั้น
กว่าจะเป็นที่มาของ Fake News ขอเล่าย้อนถึงยุทธการยึดเนิน 350 และปราสาทตาควาย กันอีกครั้ง หากท่านผู้อ่านท่านใดจำไม่ได้ ในช่วงเดือนธันวาคมพ.ศ.2568 ทหารไทยและทหารพรานสามารถยึดพื้นที่เนิน 350 และปราสาทตาควายกลับคืนมาได้อย่างเด็ดขาด หลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงในห้วงเดือนธันวาคม โดยเฉพาะในวันที่ 28 ธันวาคม ซึ่งทหารไทยสามารถผลักดันกองกำลังกัมพูชาให้ลงจากเทือกเขาไปสู่พื้นที่ราบด้านล่างได้ทั้งหมด
ทหารไทยที่เนิน 350
ในช่วงการรบ ทหารพราน กรกต เกตุแก้ว อดีตทหารพรานค่ายปักธงชัยกล่าวว่ากัมพูชาได้สร้างกระเช้าเพื่อใช้ลำเลียงพลและเสบียงขึ้นมาส่งให้กำลังพลของตนบนเนิน 350 เนื่องจากฝั่งกัมพูชาเป็นหน้าผาชัน
ในขณะเดียวกันทหารไทยได้ใช้ความวิริยะ ความพากเพียรทั้งทหารบกลายพรางเขียว ทหารพราน หน่วยรบพิเศษจากลพบรุและการสนับสนุนเครื่องบินรบจากกองทัพอากาศมาทิ้งระเบิดทำลายกระเช้าและฐานที่มั่นดังกล่าวจนฝ่ายกัมพูชาต้องทิ้งฐานหนีตาย
ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวคือฐานปฏิบัติการถาวรของทหารพรานและทหารหลักของไทยบนจุดสูงข่มแห่งนี้ เมื่อพิจารณาจากพื้นที่แล้วพบว่าเนิน 350 คือจุดที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ทหารไทยที่ประจำการอยู่บนเนินสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวในฝั่งกัมพูชาได้ไกลกว่า 20 กิโลเมตรด้วยตาเปล่า เห็นทั้งถนนเส้น 58 หรือถนน K5 การวางกำลังทหารล็อตใหม่และหมู่บ้านทหารของกัมพูชาได้อย่างชัดเจน
หลังจบการรบทหารไทยได้สร้างเส้นทางยุทธศาสตร์ใหม่จากปราสาทตาควายและเนิน 350 เชื่อมต่อกับปราสาทคนา ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ปัจจุบันคืบหน้ากว่า 80% เพื่อใช้ในการเคลื่อนกำลังพลและเตรียมพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวในอนาคต ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมามีปฏิบัติการขุดเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่ใกล้จุดยุทธศาสตร์ เพื่อให้ทหารแนวหน้ามีน้ำใช้ตลอดทั้งปี โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรและน้ำมันจากภาคประชาชน ทำให้ทหารที่เนิน 350 และตาควายมีชีวิตอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้
หมู่บ้านในพื้นที่ฐานทหารกัมพูชาใกล้กับปราสาทตาควายและเนิน 350
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันที่ทหารไทยประจำการบนจุดยุทธศาสตร์ทั้ง 2 แห่งนี้ได้มีการปรากฎข่าวเกี่ยวกับโดรนปริศนาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ หนึ่งในนั้นคือบริเวณเนิน 350 และปราสาทตาควาย ได้สร้างผลกระทบทั้งในเชิงยุทธวิธีต่อกองทัพ และผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างรุนแรงต่อชาวบ้านในพื้นที่
โดรนปริศนาที่บินมาจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาในน่านฟ้าไทยบริเวณชายแดนจังหวัดสุรินทร์อย่างต่อเนื่องหลังการปะทะรอบ 2 ชาวบ้านในพื้นที่ที่เคยผ่านปะทะมาแล้วทั้ง 2 รอบต่างเชื่อว่าเป็นโดรนลาดตระเวนที่กัมพูชาใช้เพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวและการวางกำลังของทหารไทยบนปราสาทตาควายและเนิน 350
ในขณะที่ไทยได้เปรียบเรื่องชัยภูมิสูงข่มที่มองเห็นกองทัพมดหรือทหารกัมพูชาด้านล่างได้ชัดเจน การใช้โดรนจึงเป็นวิธีที่กัมพูชาพยายามใช้เพื่อมองลงมาเหนือหัวทหารไทยและส่องดูฐานปฏิบัติการของไทยที่อยู่ด้านบน เพื่อเตรียมการบุกยึดครั้งต่อไปในอนาคต
ชาวบ้านได้รับผลกระทบทางใจอย่างหนัก หลายคนตกอยู่ในสภาวะกินไม่ได้ นอนไม่หลับมายาวนาน มีรายงานว่าชาวบ้านบางรายเครียดสะสมจนถึงขั้นมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย เนื่องจากต้องอยู่กับความระแวงและสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน
ทหารไทยขณะพักผ่อนระหว่างปฏิบัติภารกิจ
ประกอบกับความตึงเครียดจากการเสริมกำลังของทหารกัมพูชาในพื้นที่ยุทธศาสตร์นี้หรือพื้นที่อื่นๆในอีสานใต้ทำให้ชาวบ้านบางส่วนมีอาการผวา แม้แต่เสียงหมาเห่าหรือเสียงฟ้าร้องก็ทำให้ตกใจนึกว่ามีเสียงปืนใหญ่เกิดขึ้น
บางบ้านไม่กล้าเปิดไฟในเวลากลางคืนเพราะกลัวจะตกเป็นเป้ากระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายตรงข้าม ส่วนข่าวเรื่องโดรนและการเสริมกำลังของกัมพูชาทำให้ชาวบ้านต่างบอกกับผู้สื่อข่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ากัมพูชาพยายามหาช่องว่างในการโจมตี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ชาวบ้านกำลังพักผ่อนหรือช่วงที่มีการสับเปลี่ยนกำลังพลกลับค่ายต่างจังหวัด
ทีนี้ขยับกลับมากันที่เนิน 350 และปราสาทตาควาย แกครั้ง แม้ว่าทหารกัมพูชาจะได้รับความสูญเสียอย่างหนักจากการปะทะในห้วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะการถูกกองทัพอากาศไทยใช้เครื่องบินรบบินมาทิ้งระเบิดทำลายจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างกระเช้าลำเลียงพลและเสบียงบนหน้าผาจนต้องทิ้งฐานหนีตายลงไปอยู่ด้านล่าง ทหารกัมพูชาก็ยังคงพยายามรุกคืบและสร้างสิ่งก่อสร้างใหม่ประชิดบนพื้นที่ต่ำกว่าที่ทหารไทยอาศัยอยู่
นี่ไม่ใช่การเผาป่าเพื่อทำเกษตรกรรม แต่เป็นการอำพรางสายทหารไทยจากการเสริมกำลังทางทหาร
จากการสังเกตการณ์บนที่สูงของทหารไทยพบว่าปัจจุบันมีฐานปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชาถูกสร้างขึ้นใหม่ในพื้นที่ป่าด้านล่างปะปนกับหมู่บ้านของชาวบ้าน โดยจะใช้หลังคาสังกะสีสีเงินสะท้อนแสงกระจายตัวอยู่หลายจุดในการอำพรางให้ดูกลมกลืนจนคิดว่าเป็นชาวบ้านกัมพูชาอาศัยอยู่ สำหรับฐานที่มั่นใหม่เหล่านี้ตั้งอยู่ห่างจากแนวหน้าผาฝั่งไทยเพียง 300-400 เมตร เท่านั้น ซึ่งเป็นการขยับแนวเข้ามาเรื่อยๆ จากเดิมที่เคยถอยร่นไปอยู่หลังถนนสาย 58
กัมพูชาไม่ได้สร้างเพียงที่พัก แต่ยังมีการขุดคูเรตแบบซิกแซก ยาวประมาณ 300 เมตร มีการขนปืนใหญ่มาเตรียมยิงและมีการตั้งฐาน ปืน ค. หรือเครื่องยิงลูกระเบิดเตรียมพร้อมไว้ตลอดแนวประชิดหน้าผา
สำหรับยุทธวิธีรุกเงียบนี้พลโท กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 วิเคราะห์ว่ากัมพูชาเปลี่ยนมาใช้ยุทธวิธีรุกเงียบ เนื่องจากไม่สามารถรบขั้นแตกหักในที่สูงได้ จึงใช้วิธีส่งกำลังแทรกซึมผ่านช่องทางธรรมชาติและขยายกำลังออกทางด้านข้างเพื่อโอบล้อมเนิน 350 และปราสาทตาควายจากด้านล่าง ไม่เพียงเท่านี้ทหารกัมพูชาพยายามรุกคืบเข้ามาประชิดบันไดทางขึ้นเดิม โดยใช้ข้ออ้างว่าพื้นที่ด้านล่างเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายตนเคยตั้งฐานอยู่ก่อนการปะทะ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการวางกำลังใหม่
เนิน 350 หลังการปะทะรอบ 2
หนึ่งในจุดที่ได้ความสนใจนั่นคือบังเกอร์ของทหารกัมพูชาบนจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเนิน 350 เคยถูกสร้างขึ้นด้วยปูนหรือคอนกรีตเพื่อให้มีความคงทนถาวร
บังเกอร์เหล่านี้มักตั้งอยู่บนขอบหน้าผาชัน ซึ่งฝั่งกัมพูชาจะใช้วิธีสร้างกระเช้าไฟฟ้าเพื่อลำเลียงเสบียงและกำลังพลขึ้นมายังบังเกอร์บนยอดเนิน
ในบางจุดมีการใช้ป่าดิบและพื้นที่อับสายตาตามแนวเทือกเขาพนมดงรักเป็นที่อำพรางการก่อสร้างบังเกอร์และฐานปฏิบัติการจากการตรวจการณ์ของทหารไทย ทีนี้อาจมีท่านผู้อ่านสงสัยว่าทำไมจึงต้องสร้างให้ทนทานแรงระเบิดจาก F-16 ของกองทัพอากาศไทย แน่นอนว่าในการสร้างฐานและบังเกอร์ใหม่ประชิดแนวปราสาทตาควายและเนิน 350 เป็นผลมาจากบทเรียนในการรบในปี 54 และการปะทะรอบแรก
พอมาถึงการปะทะช่วงเดือนธันวาคม กองทัพอากาศไทยได้ใช้เครื่องบินรบทั้ง F-16 และ Gripen บินขึ้นทิ้งระเบิดโจมตีฐานที่มั่นและบังเกอร์ของกัมพูชาอย่างแม่นยำ การโจมตีทางอากาศดังกล่าวทำให้ฐานที่มั่นเดิมและระบบกระเช้าลำเลียงพลได้รับความเสียหายอย่างหนักจนทหารกัมพูชาต้องทิ้งฐานบนเนินนี้ไว้ดูต่างหน้า
บรรยากาศฝั่งกัมพูชาจากเนิน 350
เพื่อรับมือกับการโจมตีในลักษณะเดิม กัมพูชาที่ต่ำกว่าในพื้นที่ดังกล่าวรวมไปถึงที่มาประชิดตามชายแดนอีสานใต้จึงเปลี่ยนมาใช้วัสดุก่อสร้างที่แข็งแรงขึ้น โดยมีการขนส่งเสาปูนและปูนซีเมนต์จำนวนมากผ่านทางรถบรรทุกเพื่อสร้างบังเกอร์ ฐานทัพและที่พักทหารใหม่
ส่วนการเตรียมพร้อมสำหรับยุทธการรอบ 3 ทหารกัมพูชาตระหนักดีว่าหากเกิดการปะทะรอบใหม่ บังเกอร์แบบชั่วคราวจะไม่สามารถต้านทานอาวุธหนักและระเบิดจากโดรนหรือเครื่องบินรบของกองทัพอากาศไทยได้ จึงต้องเร่งสร้างบังเกอร์เสริมคอนกรีตหนาหลายชั้นเพื่อใช้เป็นที่มั่นในตั้งรับจากการถูกถล่มทางอากาศอีกทั้งเป็นการเซฟชีวิตทหารได้อีกด้วย
พี่กรกตในฐานะอดีตทหารพรานระบุว่าไทยได้ยึดพื้นที่เนิน 350 และปราสาทตาควายไว้อย่างเบ็ดเสร็จตั้งแต่การรบในเดือนธันวาคม พื้นที่นี้เป็นเนินสูงข่มที่สำคัญที่สุด ใครที่ยึดเนินนี้ได้จะเป็นผู้คุมเกมการรบทั้งหมด เพราะสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวในฝั่งกัมพูชาได้ไกลถึง 20 กิโลเมตรด้วยตาเปล่า
สภาพเนิน 350 โล่งเตียนมากเพราะทหารทั้ง 2 ฝ่ายยิงปะทะกันอย่างหนัก
ส่วนเขมรต่ำที่พยายามเป็นเขมรสูง แกได้กล่าวถึงที่มาของคำนี้ว่าว่าปัจจุบันทหารกัมพูชาถูกผลักดันลงไปอยู่ในพื้นที่ราบด้านล่างหน้าผา ซึ่งเรียกว่าพื้นที่เขมรต่ำ ดังนั้นการที่กัมพูชาเสริมกำลังและพยายามรุกคืบขึ้นมา เป็นความพยายามของ เขมรต่ำที่อยากจะขึ้นมาเป็นเขมรสูงบนแผ่นดินไทย
แกเล่าเพิ่มเติมว่ากัมพูชาจะใช้ยุทธวิธี "รุกเงียบ" โดยการส่งทหารกลุ่มเล็กๆ แทรกซึมผ่านช่องทางธรรมชาติหรือหน้าผาในเวลาที่ทหารไทยเผลอเช่น กลางคืนหรือเช้ามืด เพื่อขยายแนวออกด้านข้างและโอบล้อมฐานของไทย
เมื่อทหารกัมพูชารู้ว่าไม่สามารถรบแบบแตกหักไทยเหมือนทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาได้เนื่องจากเสียเปรียบด้านอาวุธและชัยภูมิ
จึงหันไปใช้สงครามกองโจรเพื่อให้สงครามครั้งต่อไปต้องยืดเยื้อ ยุทธวิธีนี้คือการซุ่มโจมตี ลอบวางระเบิด และสร้างความรำคาญใจเหมือนเห็บ เพื่อให้ทหารไทยเกิดความเครียดและสูญเสียกำลังพลไปเรื่อยๆ จนสามารถปราสาทตาควายและเนิน 350 กลับไปเป็นของกัมพูชาอีกครั้งได้
ปราสาทพังแล้วสามารถบูรณะได้ แต่ประเทศจะพังไม่ได้ ดังนั้นหากทหารปกป้อง ประเทศชาติก็จะไม่พังทลายเพราะน้ำมือศัตรู
ปัจจุบันทหารไทยได้มีการส่งรถถัง รถหุ้มเกราะ Stryker สำหรับรับมือรถยิงหลายลำกล้องจรวด BM-21 รุ่นใหม่ที่มีสภาพใหม่เอี่ยมเข้ามาประชิดชายแดนจังหวัดสุรินทร์รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ไม่เพียงเท่านี้ BM-21 อาจหันลำกล้องจรวดไปทางเนิน 350 และตาควายเพื่อเปิดทางให้ทหารกัมพูชาบุกได้สะดวกโยธิน
ประกอบกับบนฟ้ามีการบินลาดตระเวนของ F-16 เหนือภาคอีสานตอนใต้ แม้จะเป็นเสียงที่ทหารกัมพูชากังวล แต่ก็มีทหารบางกลุ่มไม่ประมาทจึงบทเรียนจากการถูกกองทัพอากาศไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen โจมตีในรอบก่อนมาสร้างฐานใต้ดินควบคู่ไปกับบังเกอร์คอนกรีตถาวรบนดินเพื่อป้องกันแรงระเบิดจากการโจมตีทางอากาศ
ทหารพรานกรกตได้ขึ้นไปสำหรับจุดยุทธศาสตร์นี้แล้วยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีทหารกัมพูชาขึ้นมาประชิดปราสาทตาควายหรือบันไดทางขึ้นตามที่มีข่าวลือ ในขณะนี้ทหารไทยยังคงควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จและวางกำลังอยู่อย่างหนาแน่นตลอดแนวหน้าผา ส่วนจุดหนึ่งที่ทหารไทยคุมได้คือบันไดทางขึ้นทั้งที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 อยู่ห่างจากจุดที่ฝ่ายกัมพูชาอยู่ประมาณ 3-4 กิโลเมตรที่เคยใช้รั้วลวดหนามปิดไปแล้ว ซึ่งการจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านด่านและฐานทหารไทยจำนวนมาก
ทหารไทยถ่ายรูปหมู่ที่ปราสาทตาควาย
แม้บนเนินจะไม่มีทหารกัมพูชา แต่พบว่าด้านล่างมีการขยับแนวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากการสร้างก่อสร้างสิ่งก่อสร้างทางการทางการทหาร และเริ่มมีการเติมกำลังทหารกัมพูชาเข้ามาเพื่อเตรียมก่อกวนก่อนจะเกิดสงครามครั้งใหม่ ในขณะเดียวกันทหารไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะมีการเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว ดังวลีที่ว่า "ฝึกอย่างไร รบอย่างนั้น"
ปราสาทตาควายและเนิน 350 กำลังถูกจับตามองไม่แพ้ที่เขาพระวิหาร ภูมะเขือ พลาญหินแปดก้อน หรือแม้กระทั่งช่องบก เพราะตราบใดที่ทหารกัมพูชายังไม่ถอนทั้งคนและอาวุธจากแนวชายแดน ไฟสงครามที่รอวันปะทุก็มใกล้เข้ามาทุกที แล้วชาวบ้านตามแนวแดนจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร จะมีโอกาสรอดมากน้อยเพียงใด โปรดติดตามกันต่อไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34
กัปตัน ปิงค์
ทหารพราน กรกต เกตุแก้ว
หมู่บาส
ส่องเขมร
เรียบเรียงโดย : นักรบดาวแดง
สงคราม
ทหาร
กัมพูชา
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย