สำหรับกองบินนาวิกโยธินสหรัฐฯ เป็นหน่วยบินแรกที่นำ Bronco เข้าประจำการ โดยทำหน้าที่เป็นอากาศยานควบคุมการโจมตีทางอากาศล่วงหน้า (Forward Air Control : FAC) และการลาดตระเวนด้วยอาวุธ นักบินจะบินเจ้า Bronco ในระดับต่ำและช้าเหนือแนวรบเพื่อค้นหาตำแหน่งศัตรู และชี้เป้าด้วยจรวดควันให้กับเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดสมรรถนะสูง โดยนาวิกโยธินทำชั่วโมงบินรบรวมกันสูงถึงกว่า 38,000 ชั่วโมง
กองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF): เน้นการใช้งานในบทบาท FAC และการประสานงานการโจมตี
โดยมีการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษในโครงการ Pave Nail ซึ่งมีกระเปาะชี้เป้าด้วยเลเซอร์เพื่อสนับสนุนการทิ้งระเบิดนำวิถีของเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด F-4 Phantom II บนเส้นทางโฮจิมินห์ในเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังถูกใช้ในภารกิจรบทางเคมีคือ Operation Ranch Hand และบางครั้งยังใช้พื้นที่ห้องบรรทุกสัมภาระด้านหลังในการทำภารกิจค้นหาและช่วยชีวิตนักบินที่ถูกยิงในสงครามลับที่ลาวอีกด้วย
กองทัพเรือสหรัฐฯมีฝูงบิน VAL-4 Black Ponies ถือเป็นหน่วยบินเดียวที่ใช้ Bronco ในฐานะเครื่องบินโจมตีเบาโดยตรง ภารกิจหลักคือการคุ้มกันเรือเร็วในแม่น้ำและหน่วย SEAL ในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งอากาศยานแบบนี้มักจะให้การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support : CAS) ด้วยอาวุธหนักอย่างจรวด Zuni ขนาด 5 นิ้ว ที่มีอานุภาพรุนแรง โดยติดตั้งกับกระเปาะจรวดที่ใต้ปีกทั้ง 2 ข้าง