28 มี.ค. เวลา 12:56 • ข่าวรอบโลก

สหรัฐ ประสบความสำเร็จไหมในสงคราม ? (จบ)

ตอนที่แล้ว ค้างกันไว้ที่ประเด็นใหญ่ที่สุด
ที่จะชี้วัดว่าสหรัฐประสบความสำเร็จไหม
ซึ่งก็คือ ความคุ้มค่านะครับ
เนื่องจากมันค่อนข้างยาว และมีหลายมิติให้มอง
จึงต้องแยกออกมา เป็นตอนที่สองในวันนี้
…ไปต่อกันเลยครับ….
“สหรัฐคุ้มค่าไหม กับสงครามนี้ ?”
นี่คือคำถามตัวโตๆที่สุด ที่ทุกคนกำลังตั้งคำถาม
เพราะสหรัฐใช้เงินไปแล้ว หลายหมื่นล้านเหรียญ
และเศรษฐกิจโลก ก็กำลังย่ำแย่ เมื่ออิหร่านใช้วิธีปิดช่องแคบ
ซึ่งแน่นอน ว่าเศรษฐกิจโลก ย่อมกระทบกับสหรัฐ
…คำถามประเด็นนี้จึงสำคัญที่สุด หากจะวิเคราะห์ว่าสหรัฐ
คุ้มหรือไม่คุ้ม กับสิ่งที่ทำไปแล้ว ….
ความคุ้มค่าของใคร และเพื่ออะไรล่ะ
ประเด็นนี้สำคัญที่สุดครับ และหลายคนสับสน
ระหว่างการทำลายเศรษฐกิจของอิหร่าน
ว่าจริงๆ มันมีผลต่อโลก หรือสหรัฐมากกว่ากันแน่
มันจริงครับ ที่ถ้าโลกแย่สหรัฐก็ต้องแย่
แต่ด้วยลักษณะพิเศษมากๆของระบบเศรษฐกิจสหรัฐ
มันทำให้ เวลาโลกแย่ พวกเขาจะแย่น้อยกว่าคนอื่นมาก
สหรัฐคือรัฐแบบที่เรียกตามนิยามได้ว่า “รัฐชาวเกาะ”
แม้จะไม่ใช่เกาะจริงๆก็ตาม
ความบีบคั้นทางภูมิศาสตร์ของประเทศลักษณะนี้
มักบีบให้พวกเขาต้องมีระบบเศรษฐกิจ ในแบบพึ่งพาตัวเอง
และจบครบในตัว
ซึ่งมีตัวอย่างรัฐในอดีตมากมาย ที่รุ่งเรืองมาในลักษณะนี้
และมักเจริญมากๆด้วย เพราะมันจำเป็น ที่รัฐพวกนี้
ต้องพยายามพัฒนาตัวเองมากกว่าคนอื่น
เพราะลักษณะทางภูมิศาสตร์ มันบังคับพวกเขา
ที่ชัดเจนที่สุด ก็คือ สหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ
อดีตมหาอำนาจเบอร์หนึ่งนั่นเอง
สหรัฐก็มีลักษณะไม่ต่างกัน ในวันที่เริ่ม
พวกเขาจึงวางการพัฒนาในลักษณะเดียวกับอังกฤษ
เนื่องจากไม่มี land power เหมือนอาณาจักรอื่นๆ
เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส รัสเซีย หรือจีนในอดีต
แล้วก็ใช้ยุทธศาสตร์แบบนี้มาจนถึงปัจจุบัน
สหรัฐจึงมีระบบที่ครบจบในตัว
โดยมองอเมริกาทั้งทวีป ตั้งแต่เหนือจรดใต้
เป็นเกาะเอกเทศขนาดยักษ์ที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ
จนเป็นอีกโลกหนึ่งไปเลย
และมองทะเลเป็นถนน สร้าง sea power ขึ้นมา
คุ้นๆไหมครับ?….
ใช่ครับ นี่คือที่มาของแนวคิด “ลัทธิมอนโร”
ซึ่งทรัมป์เองก็ดูชอบมากๆ และพยายามทำอยู่….
ตรงนี้แหละครับ ที่ทำให้ต้องมาดูกัน ว่าสหรัฐ
โดยเฉพาะระดับ deep state นายทุน
ที่มีอำนาจกำหนดสหรัฐ ว่าผลประโยชน์ของเขาคุ้มไหม
และเป้าหมายทางยุทธศาสตร์บนเกมส์อำนาจโลก
ที่แท้จริงของสหรัฐ ให้ชัดเจนก่อน
เราถึงจะบอกได้ว่า สหรัฐคุ้มค่าไหมกับสงคราม
ซึ่งถ้ามองถึงตอนนี้แล้ว…บอกได้เลย สหรัฐโคตรกำไร !
…และสิ่งที่อิหร่านทำ มีแต่ทำให้อำนาจของสหรัฐมีมากขึ้น….
…มันเป็นแบบนั้นด้วยซ้ำไป !….
เราต้องเข้าใจว่า ที่อิหร่านทำอยู่ ผลกระทบมากที่สุด
คือ ฝั่งเอเชียครับ ไม่ใช่ทางทวีปอเมริกา
จริงๆฝั่งนั้น ไม่ใช่แค่สหรัฐหรอก แต่ทุกประเทศ
กำลังสนุกกับการกอบโกยผลประโยชน์มากกว่า
เช่น บราซิล ตอนนี้กำลังเมามันส์กับการขายแร่ธาตุ
รวมถึงพลังงานที่ยอดกระฉูด
เช่นเดียวกับ แคนาดา เม็กซิโก ที่ยอดสั่งน้ำมันเพิ่มแบบ
คนทำบัญชีมึนไปหมด รวยไม่ไหวแล้ว
1
ทวีปอเมริกา โดยรวมกระทบน้อยมากครับ
หนักสุดคือฝั่งเอเชียเรานี่แหละ ซวยรองมา ก็คงเป็นยุโรป
1
ดังนั้น เราจะเห็นว่า ทรัมป์นั้นพูดแหย่ตลอด
ว่าให้ทางเอเชียกับยุโรปมาจัดการกับอิหร่านเอาเอง
ซึ่งจริงๆ มันก็ถูกของเขานั่นแหละ
…เขาเริ่มสงครามน่ะใช่ แต่คนปิดช่องแคบมันอิหร่าน…
เมกาไม่เกี่ยว ผลทางยุทธวิธีกำไรแล้วนี่ มาแก้ปัญหากันเองสิ
…นั่นคือวิธีคิดของทรัมป์ครับ….
1
สหรัฐก็ต้องน้ำมันแพงขึ้น เศรษฐกิจก็พังเช่นกัน ?
นี่คือสิ่งที่หลายคน กำลังเข้าใจผิดที่สุด
ใช่! หน้าปั๊มที่คนมาเติมแพงขึ้น
แต่ มันยังไม่ใช่ระดับที่คนอเมริกันจะรับไม่ได้
มันเคยแพงกว่านี้อีก ช่วงต้นสงครามยูเครน
ราคาปัจจุบัน แทบไม่มีผลกับเศรษฐกิจสหรัฐเลย
ตรงข้าม มันดีกับพวกเขา ในบางส่วนด้วยซ้ำ
เราต้องมองทั้งระบบของพวกเขาครับ
พวกเขามีค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ยทุกรัฐ ที่ชั่วโมงละ 9 เหรียญ
ในขณะที่น้ำมัน ตอนนี้แกลอนละ 4 เหรียญ
หรือตีเป็นง่ายๆเลยคือ ลิตรละ 35 บาท
ถ้าวัดแบบเติมเต็มถังมาตรฐาน 50 ลิตรในรถส่วนบุคคล
ก็จะต้องเติม 13 แกลลอน แกลลอนละ 4 เหรียญ
ก็คือต้องจ่าย 52 เหรียญ
แต่คนอเมริการะดับล่างสุด ทำงานชั่วโมงละ 9 เหรียญ
หรือวันนึง 8 ชั่วโมง ก็จะได้ 72 เหรียญ
หรือก็คือ ทำงานหนึ่งวัน ได้น้ำมันหนึ่งถัง
แบบเหลือกินข้าว อีก 20 เหรียญ
จะเห็นว่า คนอเมริกันแทบไม่ได้เดือดร้อนเลย
และดีเซลก็แพงกว่าไม่มาก มันจึงยังไม่ได้กระทบอะไร
กับชีวิตคนอเมริกันมากนัก
และนี่ คือราคาบริสุทธิ์ ที่ไม่ใช่ว่ารัฐมีภาระต้องอุ้มแบบไทย
ในทางตรงข้าม…
อเมริกากลับส่งออกพลังงานด้วยราคาตลาดโลก
ที่อิหร่านไปทำให้มันแพงมันแพงขึ้น
ถ้าคิดว่าที่อเมริกาขายในบ้าน คือราคาต้นทุน
ไอ้ที่ส่งออกไปขายทั่วโลกนี่คือกำไรล้วนๆครับ
…ปกติ shale oil ของสหรัฐ ต้นทุนมันจะประมาณ 45
เหรียญ และสหรัฐมักขายในบ้านราวๆ 60 เหรียญ
แต่เมื่อพวกเขาส่งออกด้วยราคาที่อิหร่านช่วยปั่นให้
ก็คือเขาได้กำไรในปัจจุบันมากกว่าเท่าตัว….
และหมายความว่า ยิ่งอิหร่านสร้างความตึงเครียดมากเท่าไหร่
อเมริกาก็ยิ่งได้กำไรจากพลังงานมากขึ้นเท่านั้น
แถมผลพลอยได้ คือ market share ที่อเมริกาจะแย่งมา
จากแหล่งตะวันออกกลางได้ในช่วงนี้
ตัวเลขการส่งออกน้ำมันของสหรัฐจึงพุ่งกระฉูด
สร้างกำไรบานเบอะ และเพิ่มการจ้างงานในอุตสาหกรรม
น้ำมันของสหรัฐอีกเป็นจำนวนมาก
ราคาน้ำมันโลก มันจึงไม่ส่งผลกระทบกับสหรัฐเท่าไหร่
ของนำเข้าอาจแพงขึ้นบ้าง แต่นั่นก็สมใจทรัมป์อยู่แล้ว
ไม่ต้องไปขึ้นภาษีนำเข้าให้เหนื่อยเลย
ก็ของนำเข้าแพงขึ้น คนอเมริกันก็จะใช้ของอเมริกัน
หรือของจากเพื่อนร่วมทวีปมากขึ้นแทน
เป็นการสกัดสินค้าราคาถูกจากจีน และของหรูจากยุโรป
ไปในตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์ต้องการอยู่แล้ว
…ถ้าพูดถึงสินค้านำเข้า อาจจริง ที่คนอเมริกันต้องซื้อแพงขึ้น
แต่เมื่อรวมทั้งระบบ ที่มีเงินเข้ามามาก อเมริกาจึงสบายมาก
และถือว่าได้ประโยชน์อย่างมาก จากสงครามครัั้งนี้…
…และนี่คือแค่ผลกระทบในส่วนของน้ำมันนะ เราจะเห็นชัดเลยว่า สิ่งที่อิหร่านทำ มันเสียเปล่า ถ้ามองที่ว่ามีผลกับสหรัฐแค่ไหน และอย่างไร ผลโดยสรุปมันให้ผลตรงกันข้าม….
พูดแบบไม่เกรงใจเลย คืออิหร่านโง่มาก ที่คิดจะเล่นงานสหรัฐ
ด้วยน้ำมัน และพลังงาน
เพราะถ้าเทียบปริมาณซัพพลายน้ำมันในตลาดแล้ว
สหรัฐคือเบอร์หนึ่ง ที่กำหนดตลาดได้ในส่วนของตัวเอง
มันจึงกลายเป็น อิหร่านช่วยให้สหรัฐรวยขึ้นอย่างที่เห็น
ราคาน้ำมันสหรัฐ ถูกว่าบ้านเรามาก แต่ค่าแรงเขาสูงจนกระทบน้อยมาก
เมื่อมองไปที่สินค้าส่งออกอื่นๆ สหรัฐก็รับเละ
แถมขูดรีดชาวโลกได้มากขึ้น เมื่อสินค้าจำเป็น
หลายรายการของพวกเรา ถูกเร่งสั่งจากทั่วโลก
เพื่อสต็อกเอาไว้เผื่อสงครามบานปลาย
ที่สำคัญที่สุดและมูลค่ามาก
คือ ยา และอุปกรณ์การแพทย์ ที่บริษัทสหรัฐรับเละ
ยังจะธัญพืชอีก สหรัฐไม่ต้องไปบังคับขายใครเหมือนเคย
เพราะทั่วโลกกำลังขาดปุ๋ย แต่สหรัฐยังชิวๆ ผลผลิตล้น
เราต้องเข้าใจว่า สินค้าของสหรัฐ ที่สร้างเงินเป็นกอบเป็นกำ
ให้พวกเขามากที่สุด คือสินค้าที่ถูกผูกขาดด้วยนวัตกรรม
ผูกขาดในระดับว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี
ชาวโลกก็ต้องซื้อพวกเขา ในทุกราคา เนื่องจากไม่มีทางเลือก
คือ ทางเลือกอาจมี แต่เปลี่ยนแปลงได้ยาก
เนื่องจากมันผูกขาดในระบบของโลกเราอยู่
ที่เห็นได้ชัดเลย คือ ซอฟท์แวร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
มันเป็นลักษณะว่า จีนอาจมีขาย แต่ด้วยระบบมันเข้ากันได้ยาก
การเปลี่ยนแปลงต้องทำแบบยกระบบ ค่าใช้จ่ายสูง
มันจึงไม่มีใครกล้าเปลี่ยนแปลง ลักษณะนี้เป็นต้น
ในสถานการณ์ที่โลกขาดความแน่นอน
สินค้าเหล่านี้ ยิ่งเป็นที่ต้องการ ใครๆก็ต้องอยากมี
เพื่อสต็อกเอาไว้ เผื่อเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมา
ยา อุปกรณ์การแพทย์ ถูกทั่วโลกสั่งซื้อแบบบ้าคลั่ง
เนื่องจากถ้าเกิดสงครามขยายวง มันจะขาดแคลน
อาวุธ หรืออะไหล่อาวุธต่างๆ ก็ถูกเพิ่มยอดเป็นจำนวนมาก
จากทั่วโลก เพราะคนที่เขาใช้ ก็กลัวว่าถ้ายืดเยื้อ
สหรัฐจะต้องผลิตใช้เองก่อน ไม่มีขายออกมา
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่เป็นอะไหล่สำคัญในภาค
พลเรือนก็เช่นกัน ยอดออเดอร์เข้าสหรัฐ ขายดีสุดๆ
จะเห็นชัดเลย ไหนล่ะ ผลกระทบต่อสหรัฐที่ว่าจะแย่
แน่นอน สินค้าจิปาถะอาจขายได้ยากสำหรับสหรัฐ
หากเศรษฐกิจโลกแย่
แต่ใครสนล่ะ เมื่อตัวทำเงินของพวกเขา มันคือสินค้า
ที่ยังไงคนก็ต้องซื้อ ไม่ได้ต่างอะไรจากน้ำมันเลย….
สุดท้าย คือสหรัฐโคตรคุ้ม ในการสร้างอำนาจ
เมื่อมองที่ยุทธศาสตร์ภาพรวมของโลก
อย่างที่บอกไปแต่ต้น การปิดช่องแคบของอิหร่าน
ที่จะซวยที่สุดคือฝั่งเอเชีย
แล้วเอเชียมีใครล่ะ ?
ใช่แล้ว มีจีนไง
ไม่ว่าจะอย่างไร ในปัจจุบันเลย ด้วยลักษณะโครงสร้าง
ทางเศรษฐกิจของจีน พวกเขาจะเจอผลกระทบมากกว่าสหรัฐ
ไอ้ราคาน้ำมันน่ะ แค่ปลีกย่อย เพราะจะอย่างไรซะ
จีนยังมีน้ำมันรัสเซียราคาถูกกว่าตลาดมาพยุงไว้ถึง 30%
ของความต้องการ และจีนเองก็ใช้ไฟฟ้าในภาคขนส่งเยอะ
ราคาน้ำมัน จึงอาจไม่ได้กระทบจีนนัก
ปัญหาคือ ประเทศปลายทางของสินค้าจีนต่างหาก
ที่จะหนัก และสิ่งนี้จะยัอนกลับไปเล่นงานจีน
ปัจจุบัน จีนมีลูกค้าที่สำคัญมากที่สุด ก็คือในเอเชีย
โดยเฉพาะภูมิภาคบ้านเรา ตะวันออกเฉียงใต้นี่แหละ
เนื่องจากทางยุโรป และอเมริกามีมาตรการกีดกัน
สภาพของแต่ละประเทศแถวนี้ ก็ไม่ต่างจากเรา
คือ เละ บักโกรก มีแค่สิงคโปร์ที่ดูมั่นคงหน่อย
ลูกค้ารองลงมาแถบเอเชียใต้และกลาง อย่างอินเดีย
และประเทศอดีตโซเวียต ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีนัก
และกระทบค่อนข้างหนัก จากปัญหาที่เกิดขึ้น
สิ่งเหล่านี้ จะมีผลกับยอดขายของสินค้าจีนแน่ๆในระยะยาว
สินค้าจีน ไม่ได้มีลักษณะผูกขาดด้วยตัวคุณสมบัติมันเอง
แบบสินค้าสหรัฐ คนจะซื้อไม่ซื้อก็ได้ ลักษณะนี้ จึงทำให้
เมื่อเศรษฐกิจแย่ สินค้าจีนจะถูกกระทบมากกว่าทางสหรัฐมาก
และจีนนั้น มีปัญหามากอยู่แล้ว ในแง่ของกำลังผลิตล้น
หากอิหร่านยังทำแบบนี้ต่อไปนานๆ จนลูกค้าจีนในเอเชีย
เศรษฐกิจง่อยกันหมด สินค้าจีนเองก็จะขายไม่ได้
เมื่อขายได้น้อยลงมาก ผู้ผลิตก็ต้องหยุด หรือลดการผลิต
ผลที่ตามมาคือกระแสเงินสด การจ้างงานในจีน
ที่กำลังแย่อยู่แล้ว มันจะแย่ไปกว่านี้มาก
แม้จีนจะมีสินค้าแร่ธาตุมาช่วย แต่มันคงไม่ไหวที่จะอุ้ม
ภาคการผลิตในส่วนของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้
ร้ายที่สุด คือบริษัทจีนขนาดใหญ่ทุกบริษัท มีเงินหนุน
จากรัฐบาล หรือธนาคารจีน
หมายความว่า ถ้าบริษัทจีนพวกนี้ กำไรน้อยลง
หรือหนักถึงขั้นเจ๊ง มันก็จะลามไปที่ภาคการเงิน
การธนาคารจีน อย่างเลี่ยงไม่ได้…..
เมื่อเปรียบเทียบ เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า
สหรัฐนั้นได้ประโยชน์ไปเต็มๆ จากการตอบสนองต่อสงคราม
ของอิหร่านเอง ในส่วนของการเล่นงานคู่แข่งทางยุทธศาสตร์
โดยที่สหรัฐ ไม่ต้องไปตีจีนตรงๆ ให้เสียทรัพยากรเลย
จีน อยู่ในสภาวะพะอืดพะอม กับเรื่องอิหร่านมาก
จะห้ามอิหร่าน ก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่ทำได้
อยากช่วยสหรัฐเปิด เพราะตัวเองกระทบที่สุด
ก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะมีสัญญาใจในแง่ความมั่นคง
กับทางอิหร่าน และรัสเซีย จีนก็กลัวเสียพวก
เราลองคิดถึงความคุ้มค่าในส่วนของการตีจีนของสหรัฐสิ
แล้วเราจะความจริงที่น่าตกใจ ว่าจริงๆสหรัฐกำไรแค่ไหน
ถ้าสหรัฐตีจีนตรงๆ เอาแค่สงครามการค้าก็พอ
ไม่ต้องรบหรอก พวกเขาจะเสียหายกว่านี้มาก
แต่นี่ ยืมมืออิหร่านทุบจีนทางอ้อม สหรัฐไม่เสียสักแดง
แค่เล่นละครไปตามบท ซึ่งเดี๋ยวก็เปิดตูด
ประกาศชัยชนะแล้วเลิกเมื่อไหร่ก็ได้
สหรัฐถอย อิหร่านไม่เลิก สหรัฐก็ไม่ได้เดือดร้อน
…มันเห็นได้ชัดมากๆครับ ว่านี่คืออะไรที่โคตรคุ้ม…
แถมการที่อิหร่านทำตัว ให้คนอื่นกลัวแบบนี้
ชาติอาหรับอื่น เขาก็ต้องยิ่งหาหลักประกันความปลอดภัย
กลายเป็นแม้จะเกลียดสหรัฐแค่ไหน ก็ต้องเอาสหรัฐไว้
ในภูมิภาค คอยดูเถอะ ฐานสหรัฐในชาติต่างๆ
จะใหญ่กว่าเดิมอีก
ความกลัว จะผลักดันให้ชาติอาหรับจ่าย
และทนอยู่กับสิ่งที่เกลียด
…เพราะสหรัฐจะอย่างไร ก็หากินอยู่ด้วยกัน เปิดทางในน่านน้ำ
ต่างๆให้พวกเขาใช้ และไม่เคยยิงจรวดใส่พวกเขา…
…อิหร่านทำแบบนี้ มันยิ่งทำให้เขาง่ายที่จะตัดสินใจเลือก
ว่าจะเอาใครไว้ในภูมิภาค ในบ้านตัวเอง….
…สิ่งที่อิหร่านเข้าใจว่าดี มันจึงไม่ได้ดีอย่างที่คิดเลย…
สุดท้าย คือ อิหร่านคิดผิดมาก เกี่ยวกับทรัมป์
อย่างที่บอกไปทั้งหมดจากสองตอน
เราจะพบว่า ที่จริงแล้ว สหรัฐมันไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย
หรืออย่างน้อยที่สุด คือมันคุ้มแล้ว กับสิ่งที่ทำมา
การที่อิหร่านทำแบบนี้ แล้วคิดว่าสหรัฐจะแคร์
ในสิ่งที่โลกเสียหาย มันผิดโดยสิ้นเชิง !
ถ้าเป็นรัฐบาลเดโมแครตที่แคร์โลก อิหร่านอาจทำถูก
แต่ปัจจุบันมันคือทรัมป์ !
1
ทรัมป์ที่ไม่เคยสนใจอยู่แล้ว ว่าใครจะเป็นยังไง
เมื่อสหรัฐได้สิ่งที่ต้องการแล้ว และจะได้ประโยชน์อีก
หากอิหร่านยังไม่เลิกปิดช่องแคบ
เขาจะแคร์อะไรล่ะ อยากทำอะไรก็ทำไปสิ ฉันกำไรอ่ะ
ทรัมป์ไม่แคร์ใคร แม้กระทั่งยุโรป ประสาอะไรกับที่อื่นๆ
การจะคาดหวังให้สหรัฐอยู่แก้ไขปัญหาที่ตัวเองก่อ
มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ก็เขาก็บอกแล้ว ใครใช้ช่องแคบ ก็มาเปิดเอาเอง
ทรัมป์มันหน้าด้านพอ ที่จะประกาศชัยชนะแล้วทิ้งปัญหาไว้
ให้คนอื่นแก้ไขปัญหากันเองครับ
อิหร่าน ไม่เข้าใจทรัมป์พอ และมองทรัมป์ดีเกินจริง
มันจึงพลาด
…หากสหรัฐเลิก ทิ้งปัญหาทั้งหมดตกอยู่กับโลกแบบชิวๆ…
…แรงกดดัน และคำถามถึงความชอบธรรมทั้งหมดในการปิด
ช่องแคบต่อ ก็จะตกอยู่กับอิหร่านเอง…
…และอิหร่าน ต้องรับหน้าจีนเอง ในการที่จะต้องตอบคำถาม
จากสปอนเซอร์รายใหญ่ที่สุดของตัวเอง ที่เขากระทบที่สุด ….
…จนอาจแตกกันเองได้ในที่สุด….
…คุ้มไหมล่ะครับ สำหรับสหรัฐ ก็ลองคิดดู….
โดยสรุป คือสหรัฐประสบความสำเร็จมากครับ
ในแทบทุกด้านเลย ทั้งผลประโยชน์ และการตัดขาคู่แข่ง
การปิดช่องแคบ ไม่ใช่สิ่งเกินความคาดหมายของสหรัฐ
เพราะอิหร่านทำเสมออยู่แล้ว
ดีไม่ดี มันอาจเป็นการจงใจด้วยซ้ำ เพื่อตีจีน
แต่มันอาจเป็นชัยชนะในระยะสั้นเท่านั้น
เพราะการทำแบบนี้ โลกย่อมจะไม่เชื่อใจสหรัฐอีกต่อไป
ในอนาคต ถ้าสหรัฐมีการเปลี่ยนรัฐบาล
แล้วสหรัฐยังเป็นแบบนี้อีก ชาติต่างๆ ก็จะหนีจากพวกเขา
แต่สำหรับกับทรัมป์นาทีนี้ เขาไม่ได้มองเรื่องนั้น
ทรัมป์เป็นคนที่เชื่อว่า ด้วยอำนาจในด้านต่างๆ
สหรัฐจะรักษาพันธมิตรไว้ได้ แม้จะเป็นในแบบที่
พรรคพวกจำใจอยู่ด้วยก็ตาม
…ในมุมมองของทรัมป์ คือสหรัฐประสบความสำเร็จจริงๆ…
…แต่สหรัฐหลังจากนี้ จะได้รับความเชื่อถือเหมือนเดิมไหม…
…นั่นคือสิ่งที่เราต้องดูกันต่อไป ….
…อีกยาวๆครับ ….
เพราะในเวลาอันใกล้นี้….คงไม่มีใครหนีจากสหรัฐได้จริงๆ
ยังไงก็ต้องยอมสหรัฐไปก่อน เพื่อเอาตัวรอด
…จึงต้องสรุปตรงนี้เลย ว่าสงครามครั้งนี้ สหรัฐคุ้ม
และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม…
…แม้โลกจะบอบช้ำอย่างหนักก็ตาม…
โฆษณา