3 เม.ย. เวลา 06:37 • ข่าว

พีท เฮคเซธปลดฟ้าผ่าเสนาธิการทหารใหญ่ งานนี้ ล้างไพ่ หรือ ไม่ลงรอย??

ข่าวใหญ่ฟ้าผ่ากลางหลังคาแพนทากอนวันนี้ (3 เมษายน 2026) เมื่อ พีท เฮคเซธ รัฐมนตรีกระทรวงสงครามคนสนิทของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกคำสั่งปลด นายพล แรนดี้ จอร์จ เสนาธิการทหารบกคนที่ 41 ให้เกษียณอายุก่อนราชการมีผลบังคับทันที ท่ามกลางข่าวลือสนั่นถึงความไม่ลงรอยระหว่างฝ่ายทหาร และ ฝ่ายการเมืองในช่วงที่สหรัฐกำลังเตรียมแผนถล่มอิหร่านชุดใหญ่ตามคำสั่งของทรัมป์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว
1
ในศึกสงคราม โบราณท่านว่า "อย่าเปลี่ยนม้ากลางศึก" ที่หมายถึง ในขณะที่คิดการใหญ่ติดพันอยู่ อย่าเพิ่งไปเปลี่ยนระบบการทำงานที่คุ้นเคยกะทันหันเพราะอาจทำให้งานรวนได้
แต่สำหรับทรัมป์ เขาไม่สนใจในเรื่องนั้น ถ้าเขาไม่พอใจก็ไล่ออก แล้วเอาคนที่เขาพอใจเข้ามาทำแทนเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่ง พีท เฮคเซธ ลูกหม้อคนสนิทของทรัมป์ ก็รับเอาแนวคิดนั้นมาเต็มๆ ถ้าคนที่ทำงานด้วยกัน ไม่มีวิสัยทัศน์ที่ไปในทิศทางเดียวกันก็ไล่ออกทันที แบบไม่มีเวลาให้คนแก่ได้เก็บกระเป๋า
ชอน แพแนลล์ โฆษกกลาโหมได้ออกมาแถลงข่าวผ่านสื่อวันนี้ว่า แรนดี้ จอร์จ จะเกษียณจากตำแหน่งเสนาธิการทหารบกคนที่ 41 มีผลทันทีในวันนี้ และได้กล่าวขอบคุณการอุทิศตนรับใช้ชาติของเขามานานกว่า 40 ปี และวันนี้ก็ขอให้เขาเกษียณอย่างมีความสุข
นอกจาก แรนดี้ จอร์จ แล้ว ยังมีนายทหารระดับสูงอีก 2 คนที่ถูกปลดพร้อมกัน คือ นายพล เดวิด โฮดน์ และ พลโท วิลเลียม กรีน
นายพล แรนดี้ จอร์จ ถือเป็นนายทหารที่มีประสบการณ์สูง และผ่านศึกสงคราม รับใช้นโยบายประธานาธิบดีสหรัฐมาแล้วหลายสมัย
หลังจากจบการศึกษา West Point โรงเรียนนายร้อยชั้นนำของสหรัฐ และโรงเรียนเสนาธิการด้านการทหารระดับสูง พ่วงดีกรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ เขาก็เข้าประจำการในปี 1988 และร่วมรบในสงครามอ่าว ภายใต้ปฏิบัติการพายุทะเลทรายของประธานาธิบดี จอร์จ บุช (คนพ่อ) ต่อมายังมอบหมายให้เข้าร่วมในสงครามปลดแอกอิรักในสมัย จอร์จ บุช (คนลูก) และ สงครามอาฟกานิสถานในตำแหน่งระดับผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4
เรียกได้ว่า แรนดี้ จอร์จ เป็นผู้บังคับบัญชาที่มีประสบการณ์สูงในสมรภูมิตะวันออกกลาง และมีความมุ่งมั่นในภารกิจสูง และในปี 2023 เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้รับตำแหน่ง เสนาธิการทหารบก คนที่ 41 โดยผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภาซึ่งตรงกับสมัยของ โจ ไบเดน
โดยตำแหน่งเสนาธิการทหารบก มีวาระ 4 ปี แต่พอรับตำแหน่งไปได้แค่ปีกว่าๆ ก็โดนพีท เฮคเซธ ปลดออก บอกให้เกษียณก่อนวาระเสียแล้วในวันนี้ โดยได้แต่งตั้ง นายพล คริสโตเฟอร์ ลาเนิฟ ให้ขึ้นมารักษาการแทนในทันที
โฆษกกลาโหมแถลงยืนยันว่า คริสโตเฟอร์ ลาเนิฟ เสธ.ใหญ่คนใหม่ก็เป็นผู้นำที่ประสบการณ์ตรงด้านการสู้รบมาหลายสิบปี และ "ได้รับความไว้วางใจอย่างเต็มที่" จาก พีท เฮคเซธ ที่จะ "ดำเนินแผนการตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้" ได้โดยไม่ผิดพลาด
จากแถลงการณ์ของโฆษกกลาโหม ก็น่าจะบอกถึงเหตุผลที่ปลด เสธฯคนเก่าออกค่อนข้างชัดเจนว่า แรนดี้ จอร์จ ไม่ใช่คนที่ "ได้รับความไว้วางใจอย่างเต็มที่" จากรัฐมนตรีสงคราม และอาจไม่สามารถ "ดำเนินแผนการตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้" ได้ นั่นเอง
จะมองว่าเป็นการล้างไพ่ของฝ่ายการเมือง ที่เป็นเรื่องธรรมดาในบ้านเราก็ได้ เมื่อมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง ก็จะมีการล้างไพ่ เพื่อวางคนของฝ่ายตัวเองเข้าไปแทนในตำแหน่งสำคัญ
แต่ในกรณีของ พีท เฮคเซธ ดูจะหนักหนาสาหัสกว่าการล้างไพ่ธรรมดาเสียแล้ว เมื่อสื่อวงในสายรีพับริกันเปิดเผยว่า ความขัดแย้งกันเองระหว่าง พีท เฮคเซธ กับ แดเนียล ดริสคอล ที่เป็นรัฐมนตรีทบวงทหารบก นั้นเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อ เฮคเซธ ใช้อำนาจแทรกแซงการโปรโมท โยกย้ายในโผทหารข้ามหน้าดริสทอลหลายครั้ง และมีข่าวว่า แดเนียล ดริสคอล เคยปฏิเสธคำสั่งของ เฮคเซธ มาแล้ว
ถ้าการโยกย้ายเสธ. ใหญ่ ทหารบกครั้งนี้ แค่ต้องการสนองความพอใจของรัฐมนตรีสงคราม ที่ต้องการแสดงแสนยานุภาพทางการเมือง รอยร้าวคราวนี้อาจกลายเป็นรอยแยกในแพนทากอนได้เลย
เปลี่ยนม้ากลางศึกว่าแย่แล้ว ทะเลาะกันเองกลางสงครามนี่หนักกว่าหลายเท่า
แหล่งข้อมูล
โฆษณา