4 เม.ย. เวลา 07:58 • กีฬา

จะแก้ปัญหา ต้องยอมรับความจริงก่อน….

อิตาลี อดไปบอลโลกอีกแล้ว หลังเสียท่าให้บอสเนีย
เล่นเอาเลี่ยนชน ด่ากันขรมทั้งประเทศ
เช่นเดียวกับกองเชียร์ทั่วโลก ที่ตามให้กำลังใจ
3 สมัยติดต่อกัน มันไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าจะเกิดขึ้นได้
กับทีมอดีตแชมป์โลก 4 สมัย ที่ยิ่งใหญ่มายาวนาน
…แล้วนี่ก็ไม่รู้ด้วยว่า จะผ่านรอบคัดเลือก ไปเล่นยูโร
รอบสุดท้ายครั้งหน้าไหม ถ้าเล่นได้แค่นี้….
ผมเคยเขียนไปแล้ว ถึงสาเหตุความตกต่ำของพวกเขา
ว่ามันมีหลายปัจจัยมาก ตั้งแต่การบริหารสุดห่วย
ของสมาคมฟุตบอลอิตาลี ปัญหาการเงินของทีมในลีก
ที่เป็นจุดเริ่มทั้งหมด จนไปกระทบกับการพัฒนาเยาวชน
(สนใจอ่านได้ในลิ้งค์ด้านล่าง)
แต่ปัญหาที่มากที่สุด ที่เป็นต้นตอ คือ “ความจมไม่ลง”
กับอดีตที่หอมหวลของพวกเขา
ความเป็นมหาอำนาจลูกหนังของอิตาลีในช่วงก่อนปี
2010 ไม่มีใครกล้าตั้งเครื่องหมายคำถาม
นี่คือแชมป์โลกสี่สมัย และเข้าชิงทัวร์นาเมนต์เมเจอร์
มากที่สุดของโลกนี้
นั่นทำให้คนอิตาลีนั้นติดภาพตรงนี้มากเกินไป
จนทำให้ปัญหาที่ก่อตัวช้าๆ มันถูกมองข้ามมาตลอด
เมื่อเทรนด์ของฟุตบอลเปลี่ยนไป จากกติกาของฟีฟ่า
ที่เอื้อประโยชน์ให้ทีมที่เล่นเกมส์รุกมากกว่า
คือ ฟีฟ่านั้นไม่ชอบที่จะให้ใครเล่นบอลตั้งรับอยู่แล้ว
พวกเขาเลยเปลี่ยนกติกา เพื่อบีบให้ทุกทีมเล่นเกมส์รุก
เพื่อความสนุกสนานมากขึ้น
แต่อิตาลียังคงหยิ่งทนงเกินไป จากความสำเร็จในอดีต
พวกเขาจึงไม่เปลี่ยนวิธีคิดให้ทันกับกติกาหรือเทรนด์
และพอเริ่มทำ ก็กลายเป็นล้าหลังทีมอื่น อย่างที่เราเห็นกัน
การเงินอาจมีปัญหา แต่ไม่ใช่ข้ออ้างนัก
มันอาจจริง ที่ทีมสโมสรในอิตาลีมีปัญหาการเงินหนักมาก
พวกเขาคือลีกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากโควิด
และหนี้จากวันนั้น ก็ยังสุม และพอกพูนมาถึงวันนี้
ใช่ ทำทีมต้องใช้เงิน
แต่ถ้าเราไปดูชาติอื่น อย่างฮอลแลนด์
พวกเขาใช้เงินในสโมสรน้อยกว่าทีมอิตาลีมาก
แต่ก็ยังสร้างนักเตะฝีเท้าดี มาทดแทนได้เรื่อยๆเสมอ
ยิ่งไม่ต้องไปเทียบกับทีมยุโรปตะวันออก ที่งบประมาณ
น้อยกว่าอิตาลีเป็นสิบเท่า แต่พวกเขาก็ยังไปได้สวย
เช่น เช็ก ที่สร้างทีมได้อย่างน่าชมเชย จนกลับไปเล่น
ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้
เมื่อเปรียบเทียบแบบนี้ มันก็ยิ่งชัดเจน ว่าปัญหาจริงๆ
มันคือวิธีการบริหารมากกว่าเงิน ….
จริงๆแล้ว โมเดลเดิมที่อิตาลีใช้มานาน เกี่ยวกับโควต้า
เด็กในท้องถิ่น สามารถแก้ปัญหาให้อิตาลีกลับมาบินสูงได้
แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจเหตุผลเหมือนกัน ว่าทำไมพวกเขาไม่ทำ
มีการนินทากันว่า เพราะมันไม่ได้คอมมิชชั่นซื้อขายนั่นแหละ
ผู้บริหารทีมต่างๆ ก็เลยเน้นซื้อนักเตะ โดยเฉพาะจากอเมริกาใต้ โดยสวมพาสปอร์ตเอา
…ในอเมริกาใต้ มีคนเชื้อสายอิตาลีเยอะมาก ไล่ไปไล่มา
ก็จะสามารถหาความเชื่อมโยงทางเชื้อชาติ ของอิตาลีเอง
หรือเชื้อสายชาติยุโรปในอียูได้สบายๆ ….
แล้วผู้บริหารทีมต่างๆ ก็กินค่าคอมฯกันเปรม
จนสุดท้ายเด็กอิตาลีแท้ๆหมดโอกาส
…แล้วมาตรฐานมันก็ดิ่งเหวอย่างที่เห็น….
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดอีกอย่าง คือ การทำทีมแบบไม่หวังก้าวหน้า
ของบรรดาทีมในกัลโช่ฯเอง
เราจะเห็นชัดเจน ว่ากัลโช่เริ่มกลายเป็นลีกที่รองรับนักบอล
ที่สอบตกจากลีกใหญ่อื่นมาพักใหญ่แล้ว
คิดง่ายๆ นักเตะที่ไม่ประสบความสำเร็จในลีกอังกฤษ
สามารถมาเล่นที่กัลโช่แล้วกลายเป็นเทพได้หน้าตาเฉย
มันสะท้อนความตกต่ำของลีกได้เป็นอย่างดี
ซึ่งกลับกับสมัยก่อน ที่การมาเล่นในอิตาลี
คืออะไรที่ยากที่สุด
สมัยก่อน ตำนานลิเวอร์พูลอย่างเอียน รัช
มาเล่นให้ยูเว่ ยังเอาตัวไม่รอดเลย นั่นแหละสะท้อน
ว่าลีกอิตาลีมันเขี้ยวแค่ไหน ในยุคนั้น
แต่ก็นั่นแหละ ชาวอิตาเลียนโดยเฉพาะพวกในวงการฟุตบอล
ยังคงมีแต่ภาพจำ และความโอหัง กับเรื่องในอดีต
ทั้งที่ความเป็นจริง มันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
ทีมอิตาลียังคงไม่พยายามปรับตัวเองให้เข้ากับกติกามากพอ
ในลีก มีสปีดเกมส์ที่ช้ามาก เพื่อเน้นผลการแข่งขันเฉพาะหน้า
สิ่งนี้ ทำให้นักเตะอิตาลีนั้น ค่อนข้างขาดความแข็งแกร่ง
ในด้านสภาพร่างกายเอามากๆ เนื่องจากเล่นช้าๆ สบายๆ
เป็นประจำ พอเจอทีมที่เล่นเร็วกว่า ก็สู้ไม่ได้
ด้วยกติกา และแผนการเล่นปัจจุบัน
เราคงต้องยอมรับว่า ฟุตบอลสมัยนี้
คือเรื่องของความแข็งแกร่ง และระบบทีม
มากกว่าเทคนิค หรือความสามารถเฉพาะตัว
นักเตะอิตาลีเอง จึงค่อนข้างอ่อนแอกว่าคู่แข่งเสมอ
ในจังหวะปะทะบริเวณแผงกองกลาง ที่มักเสียบอล
และช้ากว่าคู่แข่งไปหนึ่งจังหวะเสมอ
และความจริงด้านสรีระ คือคนอิตาลีนั้นตัวเล็กกว่า
ค่าเฉลี่ยของยุโรปอยู่แล้ว นั่นจึงยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้มากขึ้น
ซึ่งมันเป็นการบ้านที่ผู้บริหารทั้งในส่วนของสมาคมบอลอิตาลี
และสโมสรต่างๆ ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน
…หากอยากกู้ชื่อวงการบอลอิตาลีหลังจากนี้….
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้สิ้นหวังซะทีเดียว…
แม้ภาพรวมจะตกต่ำสุดขีด แต่สิ่งที่นักเตะอิตาลียังหลงเหลือ
ตกทอดมาไม่ขาดตอน คือเรื่องของความสามารถเฉพาะตัว
พวกเขายังคงมีเบสิค และเทคนิคการเล่นที่ดีลำดับต้นๆ
ของโลก และถ้าพูดถึงเรื่องนี้ บางครั้งอาจดีที่สุดในยุโรป
…เรื่องนี้ พวกเขาดีกว่านักเตะเยอรมัน หรือยุโรปเหนือมาก…
ยังมีความคลาสสิคตามสไตล์บอลลาตินไม่ต่างจากเดิม
เนื่องจากนักฟุตบอลอิตาลีเอง ก็หลงไหลกับการเล่นสไตล์นี้
ปัญหาที่ต้องแก้ มันจึงอยู่เพียงว่า จะทำอย่างไร
ให้มีการประสานกันของเทคนิคดั้งเดิม กับแผนการเล่น
ที่เหมาะสมกับฟุตบอลสมัยใหม่ และการพัฒนาด้านกายภาพ
บางที การปล่อยให้นักฟุตบอลไปเติบโตในต่างแดน
กับลีกที่เล่นเร็วกว่า น่าจะช่วยได้ ในระยะสั้น
เราจะเห็นได้ชัด ว่านักเตะอย่าง ซานโดร โตนาลี
ที่เล่นในลีกที่เร็วกว่าอย่างอังกฤษ ยังคงสามารถ
โชว์ฟอร์มได้ดีกว่าเพื่อร่วมทีม และยังเป็นมิดฟิลด์ระดับท็อป
ของยุโรป ที่ทีมใหญ่ต่างต้องการตัวไปร่วมทีม
เมื่อเทียบกับผู้เล่นตำแหน่งเดียวกัน รุ่งมาไล่ๆกัน
อย่าง มานูเอล โลคาเตลลี่ ที่ยังปักหลักเล่นกับยูเวนตุสในบ้าน
เราจะเห็นได้ชัดเลยว่า โตนาลี มีพัฒนาการที่ดี และรับมือกับ
บอลสมัยใหม่ได้ดีกว่า
ปัญหาคือนักเตะอิตาลีนั้น เป็นพวกติดบ้าน ไม่ค่อยยอม
ออกไปผจญภัยลีกอื่น ถ้ามีทางเลือก พวกเขาจะเลือก
เล่นในบ้านกีอน และเชื่อฝังหัวว่ากัลโช่นั้นดีพอกับลีกอื่น
สำหรับการพัฒนาตัวเอง
ทั้งที่มันไม่ใช่อีกแล้ว ผลงานใน UCL ของทีมอิตาลี
ที่ตกต่ำลง มันบอกได้ชัดเจน
นี่เอง คือปัญหาว่าทำไม นักเตะอิตาลีมากมาย
ต้องหยุดพัฒนาการตัวเองไว้อย่างน่าเสียดาย
เมื่อกับโช่อ่อนแอ แต่นักเตะยังไม่คิดขยับขยาย ทั้งที่มีโอกาส
มันจึงไม่มีพัฒนาการที่มากพอ ขาดความหลากหลาย
การแก้ปัญหาในระยะสั้น อิตาลีจำเป็นต้องฝากเลี้ยงนักเตะ
กับลีกอื่นไปก่อน จนกว่ากัลโช่จะกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิมได้
มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ที่ต้องยอมรับความจริง
ว่าลีกตัวเองปัจจุบันมันดีไม่พอ
มหาอำนาจลูกหนังปัจจุบัน อย่างฝรั่งเศส โปรตุเกส
และฮอลแลนด์ ต่างก็ใช้วิธีฝากเลี้ยงนักเตะแทบทั้งนั้น
นักเตะอิตาลี จำเป็นต้องยอมทิ้งอีโก้ชั่วคราว
เพื่อเปลี่ยนวิธีคิด ปรัชญาฟุตบอลให้เหมาะกับยุค
อะไรดีๆ ก็คงไว้ อะไรล้าสมัยก็ทิ้งไป
…ถ้าทำได้ มันก็ไม่ยากที่จะกลับมายิ่งใหญ่…
แต่ปัญหาที่สุด ก็คือที่จั่วหัวไว้นั่นแหละ
คือพวกเขายังไม่ยอมรับความจริง ว่าสิ่งที่เคยเป็น
มันไม่ได้ผล หรือไม่ได้ดีอีกแล้วในปัจจุบัน
การแก้ปัญหาใดๆ มันจะเกิดไม่ได้เลย ถ้าไม่ยอมรับความจริง
…การเอาแต่อ้างอดีตที่หอมหวาน ในอดีต…
…มันจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นอย่างแน่นอน…
…มันจะเป็นได้เพียงพวกยึดติด เพ้อฝ้น ที่ล้มเหลวเท่านั้น….
โฆษณา