4 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าวรอบโลก
สหรัฐอเมริกา

ทรัมป์ชนะทุกวัน ....การช่วยเหลือนักบินเครื่องบินขับไล่ F-15E ของกองทัพสหรัฐฯ

และผมเองก็คาดว่าเรื่องนี้จะถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในเร็วๆ นี้ ถึงแม้จะน่าประทับใจ แต่สิ่งนี้ก็เผยให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลด้วย!
กองกำลังทหารอันดับหนึ่งของโลกถูกทำลายโดยทรัมป์ และนายพลมืออาชีพจำนวนมากถูกปลดออกจากตำแหน่ง!
เอาล่ะ...ตอนนี้พวกคุณ(ชาวอเมริกัน)สูญเสียเครื่องบินไปกี่ลำแล้ว?
แต่เดี๋ยวก่อน....อิสราเอลยังไม่สูญเสียเครื่องบินเลยสักลำ อย่างนั้นแล้วมีปัญหาอะไรกับผู้บัญชาการระดับสูงในสหรัฐอเมริกาบ้างหรือเปล่าหนอ......?
นั่นแสดงว่า ถ้าแม้แต่เทคโนโลยีทางการทหารของอิหร่านยังสามารถยิงเครื่องบิน F-15 ตกได้ แสดงว่าผลงานของกองทัพอากาศนั้นย่ำแย่มากไม่ใช่หรือ?
เอาล่ะผมขอกลับมาที่พาดหัวไว้ ....สหรัฐอเมริกาประกาศเมื่อเช้าวันอาทิตย์ (5 เมษายน) ว่าหน่วยคอมมานโดของกองทัพสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือลูกเรือที่สูญหายของเครื่องบินขับไล่ F-15E
ที่อยู่ลึกเข้าไปในแนวหลังของศัตรูในอิหร่าน
ปฏิบัติการช่วยเหลืออันน่าทึ่งเบื้องหลังฉากถูกเปิดเผยในภายหลัง ปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการประสานงานระดับสูงระหว่างเหล่าทัพต่างๆ ของกองทัพสหรัฐฯ ได้อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อวันที่ 3 เมษายน เครื่องบินขับไล่ F-15E ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกในน่านฟ้าอิหร่าน และลูกเรือสองคนดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย
นักบินคนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือในวันนั้น แต่ลูกเรืออีกคนหนึ่งสูญหาย และกองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือทันที
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ระงับปฏิบัติการทางทหารสำคัญอื่นๆ ในอิหร่านบางส่วนเพื่อจัดลำดับความสำคัญของปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ
และส่งกำลังพลหน่วยรบพิเศษหลายร้อยนายเข้าร่วมในการค้นหา โดยมุ่งเน้นไปที่การค้นหาสัญญาณระบุตำแหน่งของลูกเรือที่ติดอยู่
น่าประหลาดใจที่ในขณะที่ฝ่ายศัตรูกำลังเตรียมโจมตีเจ้าหน้าที่ค้นหาและกู้ภัยของสหรัฐฯ
กองทัพสหรัฐฯ ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมรบได้สำเร็จเท่านั้น แต่ยังไม่มีทหารเสียชีวิตเลยตลอดปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยทั้งหมด
แต่กองทัพสหรัฐฯ ต้องใช้ระเบิดและอาวุธทำลายเครื่องบินขนส่งของตนเองไปถึงสองลำเพื่อแลกกับปฏิบัติการในครั้งนี้...
หนึ่งในนั้น...ลูกเรือที่หายไปยศพันเอก เขาแสดงทักษะการเอาชีวิตรอดที่น่าทึ่งในดินแดนของศัตรูในอิหร่าน
ตามข่าว พันเอกดีดตัวออกจากเครื่องบินในเช้าตรู่ของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ปีนขึ้นไปบนสันเขาที่สูงหลายพันฟุต
และซ่อนตัวอยู่ที่นั่นเกือบ 48 ชั่วโมง
เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้ยืนยันว่าเกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และกองทัพอิหร่านในระหว่างที่กองทัพสหรัฐฯ เข้าใกล้ลูกเรือที่ติดอยู่
ไม่มีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บในปฏิบัติการกู้ภัย และลูกเรือที่ได้รับการช่วยเหลือได้ถูกส่งตัวไปยังคูเวตเพื่อรับการรักษาพยาบาล
เจ้าหน้าที่ทั้งสองยังระบุด้วยว่ากองทัพสหรัฐฯ ใช้ระเบิดและอาวุธในปฏิบัติการทางทหารที่ดุเดือดนี้เพื่อป้องกันไม่ให้กองกำลังอิหร่านเข้าใกล้ที่ซ่อนของนายทหารที่หายไป
พวกเขายังเปิดเผยอีกว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมีเพียงปืนพกไว้ป้องกันตัวเมื่อถูกล้อม
ระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือ เครื่องบินขนส่งของสหรัฐฯ สองลำที่บรรทุกเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถบินขึ้นจากฐานทัพห่างไกลในอิหร่านได้
เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกศัตรูยึด
เครื่องบินทั้งสองลำจึงถูกทำลายโดยกองทัพสหรัฐฯเอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เดินทางต่อด้วยเครื่องบินอีกสามลำที่มารับ
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเครื่องบินกู้ภัยทั้งสามลำบินจากอิหร่านไปยังคูเวต ซึ่งอยู่ห่างกันเพียงเล็กน้อย ภารกิจเสร็จสิ้นก่อนเที่ยงคืนวันเสาร์
และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ทั้งหมดได้รับการอพยพออกจากน่านฟ้าของศัตรูแล้ว
ซึ่งสอดคล้องตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้เปิดเผยว่าระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือ เครื่องบินปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐฯ สองลำต้องถูกทำลายบนพื้นดินของอิหร่าน
รายงานระบุว่า MC-130J Commando II เป็นเครื่องบินพิเศษที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้เฉพาะสำหรับการปฏิบัติภารกิจแทรกซึมลับและการอพยพกำลังพลหลังแนวข้าศึก
แต่ เจ้าหน้าที่ไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดเครื่องบินจึงติดหล่มระหว่างปฏิบัติการกู้ภัย แต่ระบุว่าในที่สุดแล้วจำเป็นต้องทำลายเครื่องบินเหล่านั้น
ทางฟ็อกซ์นิวส์เองก็ได้รับทราบว่าเครื่องบินลำหนึ่งติด(จม)อยู่ในโคลนและต้องถูกทำลายเพื่อป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของศัตรู
และนี่เป็นกลยุทธ์หลอกลวงเพื่อทำให้ศัตรูเข้าใจผิดโดย CIA
สื่ออื่นๆ ก็ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ว่าหน่วยข่าวกรองกลาง (CIA) มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในปฏิบัติการกู้ภัยในครั้งนี้
ก่อนที่จะพบพันเอกที่หายไป
ซีไอเอได้เริ่มปฏิบัติการหลอกลวง โดยเผยแพร่ข้อความภายในอิหร่านว่ากองทัพสหรัฐฯ ว่าพบตัวเจ้าหน้าที่ที่หายไปแล้ว
และกำลังอพยพเขาออกจากประเทศโดยการขนส่งทางบก จุดประสงค์ของกลยุทธ์หลอกลวงนี้คือ เพื่อปกป้องความปลอดภัยของพันเอกที่หายไป
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กล่าวว่าในขณะที่การ(ข่าว)หลอกลวงกำลังดำเนินอยู่ ซีไอเอยังใช้ความสามารถในการติดตามพันเอกไปยังสันเขาด้วย
ซีไอเอรายงานตำแหน่งที่แน่นอนของลูกเรือไปยังเพนตากอนและทำเนียบขาว
ต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์สั่งการให้เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือทันที ในขณะที่ซีไอเอให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง
ฟ็อกซ์นิวส์ได้รับทราบว่าอิสราเอลก็มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือนักบินชาวอเมริกันในอิหร่านด้วย
มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่อิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาในระหว่างปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ
จนภารกิจในครั้งนี้เหมือนฉากในภาพยนตร์ และสมควรได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์จริงๆ
ตามรายงานของฟ็อกซ์นิวส์ ภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษชั้นยอดจากหลายเหล่าทัพของกองทัพสหรัฐฯ และเครื่องบินรบหลายประเภท
โดยมีกำลังพลของกองทัพสหรัฐฯ หลายร้อยนายเข้าร่วม
“มันเหมือนฉากในภาพยนตร์” เจนนิเฟอร์ กริฟฟิน ผู้สื่อข่าวของฟ็อกซ์นิวส์กล่าว “เมื่อเรื่องราวทั้งหมดเปิดเผยออกมา ฉันคิดว่าพวกเราทุกคนต่างตกตะลึง”
เธอกล่าวว่าเธอไม่เคยเห็นปฏิบัติการใดที่เทียบได้กับปฏิบัติการนี้ในแง่ของความซับซ้อนของภารกิจ การช่วยเหลือที่ประสบความสำเร็จ และขนาดของกำลังพลและเครื่องบินที่เกี่ยวข้อง
“นี่เป็นปฏิบัติการทางประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง” เธอกล่าว
อเล็กซ์ พลิตซาส นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของซีเอ็นเอ็นและนักวิจัยอาวุโสประจำแอตแลนติกเคาน์ซิล กล่าวว่า
การช่วยเหลือลูกเรือเครื่องบินขับไล่ F-15 เป็นหนึ่งในปฏิบัติการที่ "น่าตื่นเต้น" ที่สุดในประวัติศาสตร์การทหารของสหรัฐฯ เพราะเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการลึกเข้าไปในแนวหลังของศัตรู
เขากล่าวว่าการช่วยเหลือที่ประสบความสำเร็จยังช่วยป้องกันไม่ให้ทหารสหรัฐฯ ถูกจับและกลายเป็น "ตัวต่อรอง" ของระบอบอิหร่าน
ประธานาธิบดีทรัมป์และทีมงานติดตามปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดจากทำเนียบขาว
ทรัมป์ประกาศการช่วยเหลือที่ประสบความสำเร็จในช่วงเช้าวันอาทิตย์ โดยกล่าวว่า
"นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การทหารของสหรัฐฯ ที่นักบินชาวอเมริกันสองคนได้รับการช่วยเหลือลึกเข้าไปในดินแดนของศัตรู" และไม่มีบุคลากรของสหรัฐฯ เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติการทั้งหมด
อดีตรองผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตนักบิน แอมเบอร์ สมิธ กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า ทีมค้นหาและกู้ภัยการรบชั้นยอดได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะสำหรับภารกิจที่มีความเสี่ยงสูงเช่นนี้
สมิธกล่าวว่าทั้งนักบินและทีมกู้ภัยได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดด้านการเอาชีวิตรอด การหลบหนี การต่อต้าน และการหลบเลี่ยง
ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้พวกเขาปฏิบัติการในดินแดนที่เป็นศัตรูและหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม
เนื่องจากความล่าช้าของเวลาและทิศทางลม ลูกเรือมักจะพลัดหลงกันหลังจากดีดตัวออกจากเครื่องบิน และลมอาจพัดพาพวกเขาไปยังสถานที่ต่างๆ บนพื้นดิน
นักวิเคราะห์เชื่อว่าถึงแม้ภารกิจค้นหาและกู้ภัยในสมรภูมิรบจะเป็นภารกิจที่อันตรายอย่างยิ่ง แต่ก็เป็นประสบการณ์ภาคปฏิบัติที่มีคุณค่าเช่นกัน
ซึ่งแสดงให้ศัตรูของอเมริกาเห็นถึงความสามารถที่โดดเด่นของกองทัพสหรัฐฯ ในการตอบสนองต่อสถานการณ์การรบต่างๆ ในสงคราม...
โฆษณา