7 เม.ย. เวลา 03:50 • สิ่งแวดล้อม

จากโควิดถึงสงคราม… CRISIS ที่อาจ ‘บีบ’ ให้เกิด Transformation แบบจำเป็นต้องเปลี่ยน

ผลกระทบจากสงครามใหญ่ทำให้เส้นทางขนส่งหลักจากตะวันออกกลางปิด ราคาน้ำมันขึ้นสูงอย่างชัดเจน ถ้าเหตุการณ์ยังไม่คลี่คลายภายในเดือนนี้ น้ำมันสำรองที่มีอยู่เดิมรวมกับที่อยู่ในระหว่างการขนส่งมาไทยก็อาจจะมีพอใช้อีกประมาณ 3 เดือนกว่า
สินค้าที่ต้องใช้น้ำมันในการขนส่งมีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘พลาสติก’ ที่ผลิตมาจากน้ำมัน
โรงงานปิโตร ฯ บางแห่ง Shut down จากการขาดแคลนสารตั้งต้นในการผลิตมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว ทำให้ราคาเม็ดพลาสติก packaging และสินค้าที่ใช้ solvent ในตลาดสูงขึ้นจากปกติมาก แพงไม่พอ ยังมีโควต้าจำกัดด้วย
ดีไม่ดี ต้นทุนแพคเกจจิ้งจะมากกว่ากำไรแล้วไหม 😅
เมื่อหลายปีก่อนรัฐออกนโยบายสิ่งแวดล้อม เริ่มจากการลดการใช้ถุงพลาสติกที่ส่วนใหญ่เป็นการใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (จริง ๆ แล้วพลาสติกจำเป็นกับโลกมาก ยังไงเราก็ขาดพลาสติกไม่ได้ แต่พลาสติกที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่คือพวกใช้แล้วทิ้งโดยไม่จำเป็น เพียงเพราะมันเลอะหรือยับไม่สวยเหมือนของใหม่)
หนึ่งในนั้นคือให้ลดการใช้ถุงหูหิ้วแบบบาง หลอดและกล่องโฟม โดยขอความร่วมมือจากห้าง ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ งดการแจกถุงพลาสติก หลอดพลาสติก แต่สุดท้ายผู้นำร่องทั้งหลายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อคำด่าของผู้บริโภค (แบบใช้คำว่า ’ด่า’ ได้เต็มปาก) และเริ่มย้ายไปซื้อสินค้าของคู่แข่งที่แจกถุงพลาสติกอย่างไม่อั้น จนตอนนี้ต้องกลับมาแจกถุงพลาสติกกันทุกเจ้าแล้ว มีแต่ Amazon ที่ยังคงใช้ Bioplastic ที่ผลิตได้เองอยู่
หรือผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ?
ถ้าจำกันได้ ก่อนหน้าโควิดระบาด คนส่วนใหญ่ยังไม่ยอมใช้ Online Banking (Mobile Banking & QR Payment) จ่ายเงินกันมากนัก ทั้งที่ก็พยายามเปลี่ยนมานาน
ข้อมูลจากแบงค์ชาติและ ETDA (สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์) บอกว่าในช่วงโควิดระบาด การใช้งาน Online banking ในไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด และกลายเป็นเหมือน ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ที่เข้าไปอยู่ในทุกกิจกรรม ไม่ใช่แค่ซื้อของออนไลน์ แต่รวมถึงสแกน QR ซื้อของหน้าร้าน และรับเงินช่วยเหลือจากรัฐด้วย
เป็นการบังคับกลาย ๆ ให้เปลี่ยนพฤติกรรมการจ่ายเงินของคนไทยแบบกระจายทั้งประเทศ ที่ไม่ใช่แค่ใน e-Commerce แต่ไปทั่วเลย ทั้งร้านตามสั่ง ตลาดสด วินมอเตอร์ไซค์ แม้แต่ในวัด!
รวมถึง Telemedicine ที่ดูว่าน่าจะเกิดได้ยาก ก็จำเป็นต้องใช้ แต่พอเหตุการณ์ดีขึ้น คนส่วนใหญ่ก็สบายใจที่ได้ให้หมอตรวจแบบเจอตัวเป็น ๆ อยู่ดี
ไม่รู้ว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้จะหนักและยืดเยื้อพอให้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลาสติกของคนไทยได้ไหม ซึ่งแน่นอน ผลกระทบทางเศรษฐกิจน่าจะมหาศาล แต่ในวิกฤตทุกครั้ง ก็มักมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นเสมอ
เพราะแค่ความสมัครใจมักไม่แรงพอให้เปลี่ยนอะไรใหญ่ ๆ ได้
บอกไว้ก่อนว่าผู้เขียนไม่ได้ยินดีกับสถานการณ์แบบนี้เลย แค่ชี้ให้เห็นว่า วิกฤตอาจเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เราทำไม่สำเร็จมานานก็ได้ แง่มุมอื่นมีคนพูดถึงเยอะแล้ว เขียนมุมนี้แหละ
ภาพประกอบเป็น Reusable shopping bag ใบลายที่พับอยู่มีอายุประมาณ 15 ปีแล้ว พกเข้าซุปเปอร์ใส่นมเป็นแพค ใส่ซอสขวดแก้วหนัก ๆ ก็ไม่ขาดสักที ส่วนใบสีขาวทำจากสแลนบังแดด อายุการใช้งานไม่กี่ปี พับไม่ได้
และทั้ง 2 ถุงนี้ทำจาก PLASTIC ล้วน !
โฆษณา