Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
A-Sim (ไม่) อยากเล่า
•
ติดตาม
8 เม.ย. เวลา 09:21 • ประวัติศาสตร์
อาซิ้ม (ไม่) อยากเล่า" : หรูระดับวัง หรือปังแบบฮิปปี้? ความลับ ”พู่ห้อย (Tassel) “ที่คุณไม่เคยรู้"
เวลาอาซิ้มไปเดินเที่ยวปราสาทราชวังวังเก่าๆ ในยุโรป สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาจนต้องหยุดมองคือ “พู่ห้อย” ที่รัดผ้าม่านค่ะ มันสวย สง่างามและอลังการจนอาซิ้มอดคิดไม่ได้ว่า คนสมัยก่อนเขาช่างประณีตเหลือเกิน แค่จะทำที่ผูกรัดผ้าม่าน มันต้องสวยขนาดนี้เลยรึ?
พอหันมาดูแฟชั่นสมัยนี้ อ้าว... ไหงพู่พวกนี้ไปอยู่บนสร้อยคอสายฮิปปี้ หรือกระเป๋าสไตล์โบฮีเมียนเต็มไปหมดล่ะคะ? สรุปน้องพู่คนนี้เขาจะมาสายหรูหรือสายเซอร์กันแน่ วันนี้อาซิ้มไปสืบหาคำตอบมาให้หายข้องใจแล้วค่ะ!
🔮 1. จุดเริ่มจาก "เครื่องราง" กันผี!
รู้ไหมคะว่า จริงๆ แล้วพู่นี่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิดมาก รากศัพท์ย้อนไปไกลถึงอียิปต์โบราณ เมโสโปเตเมีย ไปจนถึงชาวเบดูอินในทะเลทรายเลยค่ะ แต่ยุคนั้นเขาไม่ได้ใส่เพื่อความสวยสะดุดตาใครหรอกนะคะ แต่มันคือ "เครื่องราง" (Amulet & Protection) ต่างหาก!
• ขับไล่สิ่งชั่วร้าย: คนสมัยก่อนเชื่อว่าการที่พู่มันส่ายไปส่ายมาเวลาเราเดินเนี่ย จะช่วย "ปัดเป่า" หรือทำให้น้องวิญญาณชั่วร้ายสับสนจนเข้าใกล้ตัวเราไม่ได้ค่ะ (เก๋ไหมคะ เดินไปปัดเป่าผีไป!)
• สัญลักษณ์ของสติปัญญา: บาง
วัฒนธรรมใช้เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์หรือพระ เพื่อสื่อถึงการเชื่อมต่อกับสวรรค์และความคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อาซิ้มมานึกย้อนอดีตถึงตอนรับปริญญาบัตรค่ะ ที่หมวกของเหล่าบัณฑิตก็จะเห็นว่ามีพู่ห้อยอยู่ด้วยเช่นกันค่ะ
• กักเก็บโชคลาภ: การผูกปมพู่เขามีความหมายว่าเป็นการ "กักเก็บ" พลังงานบวกไว้กับตัว ดังนั้นการมีพู่ติดตัวจึงเหมือนเราดึงดูดความโชคดีมาไว้ใกล้ๆ นั่นเองค่ะ
👑 2. สู่ความหรูหราอลังการ (The Height of Luxury)
พอมาถึงศตวรรษที่ 16-18 พู่ห้อยก็อัปเกรดตัวเองกลายเป็นสัญลักษณ์ของ "ฐานะและอำนาจ" ค่ะ ยิ่งในฝรั่งเศสยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 นะคะ การทำพู่ถือเป็นงานฝีมือขั้นสูงที่เรียกว่า Passementerie (ปาสมองทรี) คำนี้ไม่ได้แปลว่าพู่ธรรมดานะคะ แต่มันคือศิลปะที่ต้องใช้ช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ ใครจะทำขายต้องเข้าโรงเรียนฝึกกันถึง 7 ปีเลยทีเดียว!
พู่ผ้าม่านในวังไม่ได้ทำจากด้ายไก่กาที่ไหนนะคะ แต่ทำจากไหมแท้ ดิ้นทอง หรือดิ้นเงิน ประดับด้วยอัญมณีก็มี ยิ่งพู่ใหญ่และซับซ้อนเท่าไหร่ ก็ยิ่งโชว์ว่าเจ้าของวังเขาร่ำรวยมั่งคั่งมากๆเลยค่ะ โอ้โห! เห็นแบบนี้แล้วอยากจะมีมาห้อยที่บ้านอาซิ้มสักพวงค่ะ แต่บุญพาวาสนายังไม่ร่ำรวย เลยขอเดินชมตามวังเก่าเป็นบุญตาแล้วกันค่ะ
🌈 3. แล้วมาเกี่ยวอะไรกับ "Bohemian" (ฮิปปี้)?
ตรงนี้เองแหละค่ะที่ทำให้อาซิ้มแอบสับสน! ความเป็นโบฮีเมียนเริ่มชัดเจนมากในช่วงยุค 1960s-70s:
• การต่อต้านระเบียบเดิม: เหล่าศิลปินหยิบพู่จากผ้าม่านหรูๆ มาติดบนเสื้อผ้าและสร้อยคอ เพื่อสื่อถึงความเป็นอิสระ การเดินทาง และกลิ่นอายวัฒนธรรมตะวันออก
• เสน่ห์งานทำมือ: ชาวฮิปปี้หลงรักงานฝีมือจากวัสดุธรรมชาติ เช่น หนัง เชือกฝ้าย หรือลูกปัด พู่จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความ "ง่ายๆ สบายๆ" ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ของสังคมชนชั้นสูงนั่นเองค่ะ
💡 สรุปแล้ว... หรูหราหรือฮิปปี้?
อาซิ้มคิดว่า "ขึ้นอยู่กับวัสดุและบริบท" ค่ะ:
• สายหรู (High-End): ถ้าเป็นไหม (Silk) หรือดิ้นทอง มีอัญมณีประดับ อยู่บนผ้าม่านหรือชุดราตรีเนี้ยบๆ
• สายฮิป (Chic/Hippie): ถ้าทำจากเชือกฝ้าย, หนัง หรือลูกปัด อยู่บนเสื้อผ้าลายพิมพ์พริ้วๆ
แต่น้องพู่เขาก็ดูสวยงามลงตัว ทั้ง2บริบทเลยนะคะ เพื่อนๆเห็นยังไงบ้างค่ะ
👜 แฟชั่นพู่ห้อยกับกระเป๋า Chanel Vintage Camera Bag
อาซิ้มมาสังเกตเห็นว่า กระเป๋าของ Chanel รุ่นหนึ่ง คือรุ่น Camera Bag ในยุค 80s - 90s (ยุคปู่ Karl Lagerfeld) เกือบทุกใบจะมี "พู่ห้อยหนัง" (Leather Tassel) ขนาดใหญ่ติดที่หัวซิป โดยมีตุ้มทองที่ทำการสลักเสลาติดอยู่ด้วย ต้องบอกเลยค่ะว่าปู่คาร์ลออกแบบมาได้ฉลาด และลงตัวสุดๆค่ะ:
1. Baroque Influence: ปู่คาร์ลหยิบความหรูหราแบบบารอกที่ Coco Chanel หลงรัก มาใส่ในกระเป๋าเพื่อสื่อถึงความ "รวยและหรู" แบบในวังยุโรป
2. Jet-set Bohemian: เขาชอบความขัดแย้งค่ะ เลยเอาทรงกระเป๋าสี่เหลี่ยมเรียบๆ ที่ได้แรงบันดาลใจจากกระเป๋าช่างถ่ายภาพ มาติดพู่พริ้วๆ เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาแบบสาวโบฮีเมียนชั้นสูงที่รักอิสระ ทำให้กระเป๋าทรงกล่องไม่ได้ดูแข็งทื่อจนเกินไป พู่ห้อยพริ้วๆยังช่วยทำให้กระเป๋าดูเก๋และสไตล์ชวนมอง ดูไม่เป็นทางการเกินไปด้วยค่ะ แต่จะคือไปทำงานก็ไม่ขัดตาด้วยรูปทรงกระเป๋าแบบเรขาคณิต อาซิ้มต้องร้องว่า …อูมามิ กลมกล่อมลงตัวที่สุด
3. ความเชื่อที่ใช้งานได้จริง: พู่ยาวๆ ที่เห็นนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามเท่านั้นนะคะ แต่เขาบอกว่า ซิปสมัยก่อน มันไม่ได้รูดลื่นปรื๊ด แบบสมัยนี้ค่ะ พู่จึงช่วยทำหน้าที่ให้รูดซิปง่ายขึ้นมาก (Practical) แถมเวลาเดินแล้วพู่สะบัดไปมา มันให้ความรู้สึกเหมือนเรามี "เครื่องราง" คอยปกป้องและเสริมบารมีอยู่ข้างตัวตลอดเวลาเลยล่ะค่ะ
"พู่ห้อย" (Tassel) จึงเป็นวัตถุที่มีชีวิตสองด้านจริงๆ ค่ะ ด้านหนึ่งคือความมั่งคั่งของสังคมชั้นสูง (Aristocratic) แต่อีกด้านคือความอิสระไร้ขอบเขต (Bohemian) โอ้โห! แตกต่างอย่างสุดขั้วแต่ช่างลงตัวเหลือเกิน
อาซิ้มหลงเสน่ห์ ”พู่ห้อย“ อาจเพราะลึกๆ อาซิ้มชอบและเห็นถึงคุณค่าของ "งานฝีมือที่ต้องใช้ความเพียร" ลองคิดดูสิคะ กว่าจะทอหรือตัดเย็บให้เรียงเส้นสวยงามขนาดนี้ได้ มันสะท้อนถึงความปรานีต ใจเย็น และรสนิยมที่ละเอียดอ่อน ของช่างฝีมือจริงๆค่ะ
นี่คือเสน่ห์ของงาน Passementerie ศิลปะชั้นสูงจากราชสำนักฝรั่งเศสที่อาซิ้มเทใจให้เต็มร้อยเลยค่ะ! 🖤✨
คราวนี้เวลาอาซิ้มเห็นพู่ห้อยที่ไหน อาซิ้มคงจินตนาการแน่ๆค่ะ ว่าเจ้าของเขาห้อยเพราะใช้เป็นเครื่องรางหรือเพื่อเพิ่มความหรูหรากันแน่ ?
References: Tassel necklace: trend + protection from evil spirits
: The Niche Fashion Girl's Favorite Accessory of 2025
: Inside Les Passementeries de L’île de France | House & Garden
ประวัติศาสตร์
blockdit
แฟชั่น
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย