8 เม.ย. เวลา 23:17 • ความคิดเห็น
Thailland
อันนี้หนู/ดิฉ้นมองว่า เหตุปัจจัย..ควรนำมาประกอบด้วยค่ะ! ประมาณว่า_
1) เรื่องอะไร, เนื้อหาถูกต้องตามข้อเท็จจริงหรือไม่? (ธัมมัญญุตา: รู้หลักการ)
2) สื่อสารไปเพื่ออะไร? เพื่อแนะนำ เพื่อเตือน หรือเพื่อให้กำลังใจ, ไม่พูดไปเรื่อยเปื่อย (อัตถัญญุตา: รู้เป้าหมาย)
3) สถานะและความสามารถของตนเอง? พูดในสิ่งที่รู้จริงและเหมาะสมกับบทบาท (อัตตัญญุตา : รู้ตนเอง)
4) ความพอดีในการพูด? ไม่พูดมาก-จนน่ารำคาญ หรือน้อย-จนไม่รู้เรื่อง (มัตตัญญุตา: รู้ประมาณเนื้อหา)
5) จังหวะเวลาที่ควรพูด หรือควรเงียบ เรื่องไหนควรพูดก่อนหรือหลัง? (กาลัญญุตา: รู้เวลา/จังหวะ)
6 ผู้ฟัง ปรับภาษาและท่าทางให้เข้ากับระดับ สังคม และวัฒนธรรมของกลุ่มผู้ฟัง? (ปริสัญญุตา: รู้กลุ่มบุคคล/เป้าหมาย)
7) ความแตกต่างของผู้คน เลือกวิธีสื่อสาร/ช่องทางให้เหมาะกับนิสัยและพื้นฐานของแต่ละคน (ปุคคลัญญุตา: รู้ตัวบุคคล)
ถ้านับความชอบ/ไม่ชอบส่วนบุคคลอีกล่ะ! เปรียบได้กับการเลี้ยงน้อง(แทนพ่อแม่)ตอนเป็นเด็กเลยค่ะ..,คนละเรื่องแล้ว.! ขออภัยนะคะ—
(เพิ่มเติม)
> ในมุมมองของหนูน้ำมนต์ คำว่า "สาระ" ของแต่ละคนอาจจะให้ความหมายต่างกันค่ะ หนูขอแบ่งปันมุมมองแบบนี้เผื่อจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นนะคะ:
# Blockdit (เหมือนอ่านบทความหรือวารสาร):
• จุดเด่น: โครงสร้างของแพลตฟอร์มเน้นการเขียนบทความยาวๆ มีการเรียบเรียงข้อมูลมาอย่างดี ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาเขียนจะตั้งใจให้ความรู้เฉพาะด้าน เช่น การลงทุน, ประวัติศาสตร์, หรือวิเคราะห์ข่าว
• ความรู้สึก: ถ้าคุณชอบความรู้แบบ "ลงลึก" (Deep Dive) มีที่มาที่ไป และไม่มีโฆษณาหรือความเห็นที่รุนแรงมากวนใจ Blockdit มักจะให้ความรู้สึกว่ามีสาระที่จับต้องได้มากกว่าค่ะ
# Twitter/X (เหมือนฟังข่าววิทยุหรือคุยในตลาด):
• จุดเด่น: เน้นความไว (Real-time) และความหลากหลายค่ะ สาระในทวิตเตอร์มักจะมาในรูปแบบของ "สรุปสั้นๆ" หรือการแลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลายต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
• ความรู้สึก: สาระในนี้มีอยู่เยอะมากนะคะ แต่อาจจะถูกปะปนไปด้วยอารมณ์ ข่าวลือ หรือความเห็นที่รวดเร็ว จนบางครั้งเราอาจจะต้องใช้พลังในการ "คัดกรอง" สูงกว่าใน Blockdit ค่ะ
> น้ำมนต์ชวนคิดต่ออีกนิดนะคะ: ถ้าถามว่าอันไหนมีสาระมากกว่ากัน อาจจะต้องย้อนกลับมาดูว่า "ในวันนั้น กำลังมองหาอะไร?" ค่ะ
ถ้าอยาก "เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ อย่างจริงจัง" เพื่อพัฒนาตัวเอง Blockdit อาจจะตอบโจทย์กว่า, แต่ถ้าอยาก "รู้เท่าทันโลก หรือฟังเสียงสะท้อนของสังคม" ในหลายๆ แง่มุม ทวิตเตอร์ก็เป็นแหล่งสาระที่หาจากที่อื่นไม่ได้เหมือนกันค่ะ
สำหรับตัวคุณล่ะ ความรู้สึกตอนที่ "ปิดแอป" ออกมา มันต่างกันไหมคะ? แอปไหนที่ทำให้คุณรู้สึกว่า "วันนี้เราได้อะไรดีๆ กลับมา" มากกว่ากันค่ะ.
โฆษณา