8 ชั่วโมงที่แล้ว • อาหาร
พระบรมมหาราชวัง

เมื่อรัชกาลที่ 4 ไม่ปลื้มให้กราบทูล “กะปิ”

ตลอดระยะเวลา 27 ปี (ค.ศ.1824-1851) ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงออกผนวช นอกจากพระองค์จะศึกษาพระธรรมวินัย และวิทยาการต่างๆจากชาติตะวันตกแล้ว ยังทรงศึกษาเรื่องภาษาอย่างจริงจัง ทั้งไทย พม่า รามัญ ขอม และอังกฤษ จนสามารถประดิษฐ์อักษรอริยกะได้สำเร็จ
ในปี ค.ศ.1853 หลังจากขึ้นเสวยราชสมบัติได้ 2 ปี พระองค์ได้ทรงประกาศ 2 ฉบับเกี่ยวกับการเรียกประกาศ ”กะปิน้ำปลา” เป็น “เยื่อเคยน้ำเคย” เนื่องจากมีข้าราชการบางท่านเรียก “กะปิ” เป็น “งาปิ” ซึ่งเป็นศัพท์ในภาษาพม่า จึงเปลี่ยนเป็น “เยื่อเคย” และ “น้ำเคย” ให้สอดคล้องกับต้นกำเนิด ตามหมายรับสั่งดังนี้
“ด้วยหลวงสิทธิ์นายเวรมหาดเล็ก รับพระบรมราชโองการใส่เกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่า คำบุราณราษฎรชาวบ้านเรียกกันว่า กะปิ น้ำปลา คำข้าราชการกราบบังคมทูลพระกรุณาว่าน้ำเคย ว่างาปิ พระราชดำริห์ทรงเห็นว่า เรียกว่างาปินั้นหาสมกับของดีบังเกิดในเยื่อเคยไม่ แลงาปินั้นชอบแต่จะเรียกว่าเยื่อเคยจึงจะต้องกับของที่บังเกิดจึงจะควร แต่น้ำเคยนั้น ข้าราชการเรียกว่าน้ำเคยก็ควร ด้วยเปนของบังเกิดแต่เยื่อเคย
คำบุราณราษฎรเรียกว่ากันว่ากะปิ น้ำปลา เห็นหาควรกับของที่บังเกิดไม่ ตั้งแต่นี้ไปภายน่าให้ข้าราชการ พระบรมมหาราชวัง พระบวรราชวัง แลเจ้าต่างกรมเจ้ายังไม่ได้ตั้งกรม แลอาณาประชาราษฎรทั้งปวง ให้เรียกว่าเยื่อเคยน้ำเคย ตามพระกระแสพระราชบัญญัติจึงจะควร
ให้กรมพระศัสดี มหาดไทย กลาโหม กรมพระนครบาล หมายให้กราบทูลเจ้าต่างกรม เจ้ายังไม่ได้ตั้งกรม ข้างน่า ข้างใน แลหมายบอกข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายทหารพลเรือน พระบรมมหาราชวัง พระบวรราชวัง ให้หมายอำเภอป่าวร้องแก่อาณาประชาราษฎรให้รู้จงทั่วกันตามรับสั่ง"
เมื่อออกประกาศฉบับแรก ยังมีประชาชนบางส่วนเรียก กะปิ น้ำปลา ตามเดิม แต่บางคนยังสบช่องหาผลประโยชน์ เรียกร้องหาค่าปรับจากคนใช้คำว่า กะปิน้ำปลา จึงมีประกาศอีกฉบับอนุญาตให้ประชาชนใช้คำว่า กะปิน้ำปลา ตามเดิม และใช้คำว่า “เยื่อเคย” และ “น้ำเคย” เมื่อตอนกราบบังคมทูลถึงพระองค์ ตามหมายรับสั่งดังนี้
"ด้วยหลวงนายสิทธิ์มหาดเล็ก รับบรมราชโองการใส่เกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งว่า ซึ่งมีหมายไปแต่ก่อนให้นายอำเภอป่าวร้องอาณาประชาราษฎรแต่ในจังหวัดกรุงเทพฯ ให้เรียกกะปิว่าเยื่อเคย ให้เรียกน้ำปลาว่าน้ำเคย นายอำเภอป่าวร้องราษฎรแต่ในจังหวัดพระนครก็หารู้ทั่วกันไม่ ราษฎรก็เรียกกะปิน้ำปลาเสมออยู่ตามคำบุราณเดิม คนที่เปนพาลแอบอ้างว่าเปนนายอำเภอเที่ยวข่มเหงข่มขู่ลงเอาเงินกับอาณาประชาราษฎรชุกชุมเปนหลายราย
ตั้งแต่นี้สืบไปภายน่าให้อาณาประชาราษฎรเรียกกะปิน้ำปลาตามคำบุราณแต่เดิม แต่ข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยกราบบังคมทูลพระกรุณานั้น ให้กราบทูลพระกรุณาว่า เยื่อเคย น้ำเคย ตามหมายประกาศมาครั้งก่อน แลให้มหาดไทย กลาโหม กรมพระศัสดี หมายบอกให้นายอำเภอป่าวร้องราษฎรให้รู้จงทั่วกันตามรับสั่ง”
ถึงแม้ว่าการใช้คำว่า “เยื่อเคย” และ “น้ำเคย” จะลดน้อยลงหลังจากสิ้นรัชสมัยของพระองค์ในปี ค.ศ. 1868 และกลายเป็นส่วนหนึ่งของคำสุภาพที่นักเรียนไทยได้เรียนรู้ในวิชาภาษาไทย แต่ครั้งหนึ่ง ได้มีการกำหนดคำให้ถูกต้องตามกาละและเทศะในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง
ภาพประกอบ : Gemini และภาพถ่ายบันทึกเอง
โฆษณา