วันนี้ เวลา 07:35 • การศึกษา
..จุดเทียนธรรมขึ้นมาที่จิต..ให้จิตมีแสงสว่างของธรรม..เค้าทำอย่างไรกัน
เรื่องราว คำว่า อวิชชา พูดง่าย แต่ก็รู้จักจริงได้ยาก ที่เรียกว่า อวิชชาปกคลุมจิต นั่นเป็นอย่างไร ทำไม ทำให้จิต เดีนทางเดี๋ยวขึ้นทีสูงเดี๋ยวลงต่ำ เรื่องราวของจิต ที่จะเดินทาง จนหลุดพ้น พ้นทุกข์ ไม่ต้องเกิดอีกต่อไป มันเป็นเรื่องราว ที่ว่า จิตใคร จิตมัน สะสม บุญกุศลบารมี ทำไม่จึงว่า สะสม บุญบารมี เป็นอสงไขยชาติ เรื่องราวอย่างนี้ ห่ากเราไม่เจอะเจอผู้ที่ ท่านทำได้ บอกหนทาง ให้ ว่า จะต้องสะสม สร้างบุญกุศลบารมีกันอย่างไร
มีเรื่องราวหนึ่ง ที่ว่า จุดเทียนธรรม ที่มีผู้ ส่งแสง เข้าไปสู่จิต ที่อาศันกายพีอแม่เป็นมนุษย์ นั่นก็คือ การเสาะหาครูยาอาจารย์ ที่ท่านทำได้ มีพระท่านบอก .ในสมัยต้นพุทธ คนที่เค้าเสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ อยากพบเจอ พระอรหันต์ ต้องบุกป่า ฝ่าอุปสรรค ด้วยลำบากกาย เดิน้ข้าไป เสี่ยงทายไปหาพระอรหันต์ เพียงเพื่อ ฟังธรรม ไม่กี่คำ เพื่อนำไป ฝึกหัดตัวเอง การฝึกหัดตัวเองทำอย่างไรกันบ้าง กว่าจะบรรลุธรรม
การที่เข้าไปหาพระอรหันต์ จิตของท่าน มีแสงรัตนะ เมื่อนอบน้อมเข้าไปหา กาย วิญญาณทั้งหก ก็ได้สัมผัสแสงสีของธรรม กายที่มีน้ำเบือดน้ำหนอง ที่เป็นกรรม คราวนี้ จิตที่อาศัยในกาย ก็พลอยสัมผัสรับรู้ด้วย ทำไม่ การสัมผัส รับรู้
พระท่านบอกว่า ทำการนิ่งๆ จิตเฉย ไม่มีอารมณ์นึกคิด ที่เป็นเหมือนหมอกควัน เป็นอารมณ์ต่าง ปกคลุมกายและจิต ที่อาศัยอยู่ในกาย เมื่อกายนั้น จิตนั้น นิ่ง. พระท่านก็เปล่งแสงรัตนะเข้าไปสู่จิต การรับแสงรัตนะ เข้าสู่จืตมต้องค่อยๆ ส่งให้มมิใช่ว่า กายนั้นจิตนั้นจะรับได้เต็มที่ หากในตัวตน มีแต่สิ่งสกปรก มากมายด้วยกรรมด้วยอารมณ์ ธาตุที่ประกอบกาย ก็ทนไม่ไหว
มีคำถามว่า แสงรัตนะมีความสำคัญอย่างไร แสงรัตนะจะช่วยให้จิตนั่น มองเห็นเรื่องราวคำว่า อวิชชา ที่ทำให้จิตหลงใหล ทำให้จิตต้องเกิดตายๆ ก็ไปละอวิชชานั้น ที่จิตนั่น ไม่มีสติปัญญารู้จักกรรม เราก็ทำให้จิตมีสติสัมปชัญญะ รู้จักกรรม ทำให้จิตรู้จักธรรม ที่มีสีแสงรัตนะ หนุนนำให้ กายมีบุญ ทำกายกรรม ให้เป็นกายบุญ แล้วก็อาศัยกายบุญมาประพฤติปฏิบัติธรรม สะสมบุญกุศลไปเรื่อยๆ เกิดครั้งใด ก็สะสมบุญกุศลบารมี จนชาติหนึ่งเต็ม ก็ใช้กายนั่น มาประพฤติ ปฏิบัติธรรม จิตไม่ไปยึดทุกข์อีกแล้ว ภายในจิตไม่มีอะไร จะทำให้ทุกข์อีก
คราวนี้ มาดูรอยทั้งสี่ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระท่านบอกว่า ในกีริยา ยืน เดิน นั่ง นอน ไม่นึกคิดอะไรเลย จิตภาวนา ยึดคำว่า พระไปก่อน ก็ที่ถาวนาคำว่า พุทโธ นึกคิดเมื่อไหร่นั่น คือกรรม นั่นคืออารมณ์ นั่นคือทุกข์ เราก็ไม่ยึดทุกข์ ใหจิตนั่นอยู่กับพระ คำว่าพุทโธ
เมื่อกายนิ่ง จิตนิ่ง เมื่อไหร่ พระก็สอนให้ ส่งแสง เข้าไปที่จิต ขณะที่ ฟ้าเปิด ไม่มีเมฆหมอก ปิดยังจิต . ตรงนี้ ต้องฝึกทำให้ได้ ที่ว่า กายนิ่ง จิตนิ่ง ที่จะเป็นหนทาง ให้จิตมีปัญญาธรรม ที่ว่ารู้จักกรรม ก็หนีกรรม รู้จักธรรม ก็สร้างบุญกุศลบารมี หนีเวรกรรม
..ทำกายนิ่งๆ จิตนิ่งๆ จิตเฉย ..จะส่งพระสัจธรรมให้.. พระท่านบอกมา .เราทำได้มั้ย . นำกาบิดามารดาที่จิตอาศัย มานอบน้อมกราบพระ จิตของข้าพเจ้า อาศัยอยู่เรือนกายของคุณบิดามารดา ข้าพเจ้าขอนำธาตุทั้งสองของคุณบิดามารดา มากราบพระ
..เอ้า .เอากิริยาอะไรมากราบพระ เอาจิตมากราบพระ หรือ อารมณ์นึกคิดมากราบพระ ..กราบพระ กราบอย่างไร ให้ถึงพระ เกิดแสงสีรัตนะ ที่จะช่วย หนุนนำจิต ตั้งแต่เริ่มต้น สวดมนตผ์ ปฏิบัติธรรม ภาวนา เมื่อจะจบการสวดมนต์ภาวนา ต้องทำอย่างไร . นั่นก็เป็นเรื่องราวการเรียนรู้ เอาจิตมาเรียนรู้ ไม่ใข่เอาอารมณ์มาเรียนรู้ แล้วก็มีสติสัมปชัญญะ ที่จะตรวจสอบ คำว่า กาย อารมณ์ จิต
คราวนี้ เรามาดู นั่งสมาธิ ท่องคาถาอาคม จิตนั่นยึดอะไร มีสติสัมปชัญญะได้มั้ย มีอะไรเข้ามา ในกายในจิต .สามารถ เรียนรู้จักได้มั้ย ก็มัวหมกมุ่นอย่างนั้น จะมีปัญญาแก้ไข กรรมอารมณ์ อวิชชาที่ปกคลุมได้มั้ย เปิดที่ว่า เมฆหมอกบดบังได้มั้ย .คาถาอาคม ไปเรียกร้องคนตายมาสิงกาย จะรู้จักได้มั้ย นั้นก็คิด มีแต่เรียกร้อง ให้เกิดอวิชชามากมายทับถมจิต ที่สุดจิตออกจากกาย ก็ลงที่ต่ำ แบกของหนัก ลงนรกอบายภูมิ
คำว่า อวิชชา พูดกันง่าย .จะมีใครบ้าง ที่ไปเห็นตัวอวิชชา .ที่ว่า นำพาจิตลงนรก หากเห็นได้ ก็จะเกรวกลัวกรรม เกรงกลัวจิตจะมีทุกข์
โฆษณา