Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Letter From History
•
ติดตาม
17 เม.ย. เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
ลาว
ประเทศลาว ตอนที่ 5 ผลประโยชน์ร่วม
สถาบันกษัตริย์ของลาวในเวลานั้น ทรงเป็นผู้สนับสนุนความเป็นกลาง โดยพระเจ้าศรีสว่างวัฒนา ได้นำคณะรัฐบาลผสมเดินทางไปเยือนยังบรรดาประเทศต่างๆ ทั้งโลกเสรีและโลกคอมมิวนิสต์ เพื่อแสดงออกถึงความเป็นมิตร ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือ ขอให้ยอมรับความเป็นกลางของลาวนั่นเอง และนับเป็นการตอกย้ำความเป็นกลางครั้งที่ 2 แล้วแต่ทว่าทั้ง 2 ครั้งนี้
ก็ยังเป็นแค่เพียงภาพแห่งความเป็นกลางทางนิตินัยเท่านั้น เพราะด้วยที่ตั้งของราชอาณาจักรลาวทางภูมิศาสตร์นั้น ต้องถือเป็นชัยภูมิสำคัญที่เอื้อประโยชน์อย่างมากให้กับฝ่ายเวียดนามเหนือ และเวียดกงได้ใช้เป็นฐานที่มั่นนอกประเทศของตัวเองอีกส่วนหนึ่ง
โฮจิมินห์เทรลหรือเส้นทางโฮจิมินห์ ปี 1967
พื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงกำลังพล ยุทธภัณฑ์ และเสบียง นั่นก็คือเส้นทางที่เรารู้จักกันดีคือ “โฮจิมินห์เทรล” ทางด้านสหรัฐอเมริกาเองก็ให้เงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลราชอาณาจักรลาว เพื่อต้องการให้เจ้าสุวรรณภูมา(ฝ่ายกลาง)รวมถึงเจ้าบุญอุ้ม(ฝ่ายขวา)นั้นได้ใกล้ชิดกับตนเองมากยิ่งขึ้น และเดินหน้าในการปราบปรามฝ่ายคอมมิวนิสต์อย่างเต็มที่ นั่นก็คือช่วงเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองในลาว ที่ยกระดับความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ในช่วงที่สหรัฐอเมริกาเข้ามามีบทบาทต่อการเมืองในลาวมากขึ้น เจ้าสุภานุวงศ์(ฝ่ายซ้าย) ท่านเห็นท่าไม่ดีนัก ถ้าตัวเองยังอยู่ในเวียงจันทน์ต่อไป น่าจะถูกฝ่ายขวา หรือฝ่ายซีไอเอ ลอบสังหารก็เป็นได้ จึงตัดสินใจกลับไปอยู่ในฐานที่มั่นของคณะประเทดลาว ที่จังหวัดเวียงไซ แขวงหัวพัน ในขณะที่แนวลาวฮักซาด ซึ่งถือเป็นแขนงทางการเมืองของฝ่ายลาวแดง ก็ถอนตัวจากรัฐบาลผสม
ภาพเหตุการณ์ต่างๆในช่วงเวลานั้น
เพราะเริ่มไม่ไว้ใจในสถานการณ์ และก็เป็นจริงดังที่คาด ถึงแม้ลาวในทางนิตินัยจะเป็นกลาง แต่ทว่าเมื่อสหรัฐฯ ได้เดินหน้าเข้ามาจัดการปรับปรุงกองทัพลาว และจัดตั้งกองกำลังชาติพันธุ์ม้ง รวมถึงมีการผนวกกำลังทหารรับจ้างจากไทย พร้อมทั้งส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้ามาในลาว เพื่อที่จะตัดเส้นทางลำเลียงของเวียดนามเหนือที่เรียกว่า.. เส้นทางโฮจิมินห์
ในขณะที่ฝ่ายเวียดนามเหนือเองก็ช่วยฝ่ายประเทดลาวในการสร้างฐานที่มั่นในเขตเมืองเวียงไซ แขวงหัวพัน ใกล้กับชายแดนเวียดนามพูดง่ายๆ คือ มีความเป็นกลางเฉพาะในทางนิตินัยเท่านั้น แต่ในทางพฤตินัยแล้ว ทั้ง 2 ฝ่าย คือฝ่ายสหรัฐอเมริกา และฝ่ายเวียดนามเหนือกับเวียดกง ต่างก็ใช้ลาวเป็นพื้นที่ในการสู้รบ
เจ้าสุภานุวงศ์
คำถามที่น่าสนใจ.. ถ้าหากว่า ราชอาณาจักรลาว มีความเป็นกลางในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากการประชุมที่บันดง อินโดนีเซียหรือการที่มหาอำนาจโลก 2 ขั้วคือ โลกเสรีและคอมมิวนิสต์ต้องการให้เป็นแบบนั้นจริงๆ แล้วทำไม? สหรัฐอเมริกาจึงเดินหน้าเข้าไปปฏิบัติการต่อต้านเวียดกงและเวียดนามเหนือได้อย่างไรกันล่ะ!!!
ต้องขอบอกแบบนี้ว่า โดยปกติแล้วเวลาสหรัฐอเมริกาจะมีปฏิบัติการใดๆ จะใช้กองทัพสหรัฐ แต่ในครั้งนี้ ด้วยความที่ลาวมีความเป็นกลางในทางนิตินัย สหรัฐจึงเลือกรูปแบบในการปฏิบัติงานใหม่ และใช้หน่วยงานพลเรือนที่มีชื่อว่า “ซีไอเอ” (CIA – Central Intelligence Agency) หรือหน่วยข่าวกรอง เข้ามาปฏิบัติการสนับสนุนรัฐบาลฝ่ายขวาของราชอาณาจักรลาว เพื่อต่อต้านและผลักดันกองกำลังของคณะประเทดลาว เพื่อตัดเส้นเลือดของเวียดนามเหนือและเวียดกง
และด้วยปฏิบัติการที่ใช้หน่วยพลเรือนอย่างซีไอเอ จึงเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่า “สงครามลับ” เพราะว่าสงครามในครั้งนี้ มีข้อมูลระหว่างช่วงปฏิบัติการเล็ดลอดออกไปน้อยมาก ส่วนหนึ่งเพราะในฐานะที่ลาวเป็นประเทศที่เป็นกลาง พวกเขาไม่สามารถใช้กำลังพลของกองทัพสหรัฐฯ บางคนจึงเรียกว่า “สงครามที่ไม่ประกาศ” เพราะสหรัฐอเมริกาไม่สามารถประกาศสงครามกับประเทศที่เป็นกลางในทางการเมืองได้
ผู้พันวังเปา
แน่นอนว่า เมื่อออกหน้าไม่ได้ก็ต้องใช้วิธีการอื่นแทน แล้วจะใช้กำลังพลเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติการได้อย่างไร?? หนึ่งเลย ใช้กองกำลังชาติพันธุ์ของลาว นั่นก็คือ ชาวม้งและชาวเมี่ยง ที่อยู่บริเวณภูเขาทางฝั่งตะวันออกติดเวียดนาม ภายใต้การนำของ “วังเปา” (Vang Pao) ที่ต่อมาบางคนเรียกว่า ผู้พันวังเปา หรือแม้กระทั่งนายพลวังเปา
นอกจากนี้ การที่จะฝึกทหารลาว รวมถึงทหารม้ง ทหารเมี่ยง ในพื้นที่ลาวเองคงไม่ง่ายนัก จึงต้องหาพื้นที่ในการปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลย ต้องเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ “ประเทศไทย”
ในเวลานั้น ประเทศไทยถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญ และเป็นปราการด่านหน้าของสหรัฐอเมริกาในสมรภูมิสงครามเย็นในภูมิภาคนี้ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ประเทศไทยอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งตัวท่านเองก็มีศักดิ์เป็นน้าชายของนายพลตรีภูมี หน่อสวรรค์ เป็นนายทหารฝ่ายขวาของลาวในช่วงยุคสงครามเย็น และมีบทบาทสำคัญกับการก่อรัฐประหารในช่วงต้นทศวรรษที่ 1960(2503)
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับ นายพลตรีภูมี หน่อสวรรค์
นอกจากนี้ ที่ค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็ยังเป็นค่ายที่สหรัฐอเมริกาขอใช้เป็นฐานในการฝึกฝนทหารจากกองทัพราชอาณาจักรลาว ทั้งทหารบกและทหารอากาศ หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของสงครามลับครั้งนี้ ก็คือการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดจำนวนมหาศาล ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า ไหน?? บอกว่ากองทัพสหรัฐฯ ไม่เกี่ยวแล้วเครื่องบินพวกนี้มาจากไหนกัน!! เดี๋ยวจะค่อยๆไล่เรียงกันครับ
ได้มีการตั้งสถานีเรดาร์ที่ค่ายรามสูร จังหวัดอุดรธานี (ภาพหน้าปก) เพื่อใช้ในการประสานงานกับอากาศยานเหล่านี้ ไม่เพียงแค่นั้น ซีไอเอ ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ และเป็นเจ้าภาพหลักของสงครามที่ไม่ประกาศในครั้งนี้ ยังได้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการ ” รีครูท “(Recruit) สรรหากำลังพลทหารเข้าไปปฏิบัติการในลาว วิธีการก็คือ การจ้างตรง เรียกง่ายๆ ว่า ”ทหารรับจ้าง“ บางครั้งก็มีการดึงกำลังพลจากกองทัพไทยเข้าไปใช้งานด้วย
คำถามคือ อะไรเป็นแรงจูงใจ คำตอบก็คือ “เงินดอลลาร์” เพราะผลตอบแทนจากการเป็นทหารรับจ้างในปฏิบัติการลักษณะนี้ค่อนข้างสูง และต้องไม่ลืมว่า ”เงินดอลลาร์“ในเวลานั้นคือ สกุลเงินที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกด้วย ติดตามต่อตอนหน้าครับ
ฝากกดถูกใจ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
Reference ตอนที่ 5 ผลประโยชน์ร่วม
https://shorturl.asia/HhUoD
https://shorturl.asia/RtIwy
https://shorturl.asia/y1Geh
https://shorturl.asia/UZs8k
https://shorturl.asia/Akbi2
https://shorturl.asia/74GeH
https://shorturl.asia/Tk8wj
https://shorturl.asia/w5cf4
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
2 บันทึก
7
4
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ประเทศลาว สงครามลับในลาว
2
7
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย