7 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ

สรุปหนังสือ “The let them theory ทฤษฎีปล่อยเขา”

ผู้เขียน Mel Robbins
ผู้แปล เขมลักขณ์ ดีประวัติ
สำนักพิมพ์ AMARIN HOW-TO
Part 1 : ทฤษฎีปล่อยเขา
1. การ “ปล่อยเขา” คือ การเลิกนำจิตใจ อารมณ์ความรู้สึก พลังงาน ที่เป็นของเรา ไปผูกติดไว้กับการกระทำของคนอื่น แล้วปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามทางของมัน
2. จงตระหนักว่าสิ่งเดียวที่เราควบคุมได้ คือ ตัวเราเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของลัทธิสโตอิก
- ลัทธิสโตอิก คือ ปรัชญาที่มุ่งการยอมรับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และมุ่งเน้นพัฒนาตนเองในสิ่งที่ควบคุมได้ (ทัศนคติและการกระทำ) เพื่อสร้างความสงบภายใน (Ataraxia)
3. ความกลัวส่งผลให้เราอยากควบคุมสิ่งต่างๆ ให้มากที่สุด
- เช่น เรากลัวที่จะสูญเสียคนรัก เราจึงยิ่งอยากควบคุมพฤติกรรมของคนรัก ห้ามออกไปไหน ห้าม ห้าม และห้าม…
4. ความอยากควบคุมในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ส่งผลให้เราเกิดภาวะอารมณ์ Low Vibe เช่น ความรู้สึกต่ำต้อย ความอิจฉาริษยา
- ยิ่งเรามีภาวะอารมณ์ Low Vibe เรายิ่งสูญเสียอำนาจควบคุมตนเอง เพราะเรามัวแต่โฟกัสอยู่กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
5. การ “ให้ฉัน” คือ การนำพลังงานกลับมาโฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้ นั่นคือตัวเราเอง
Part 2 : จัดการกับความเครียด
1. สาเหตุของความเครียดของเราส่วนใหญ่เกิดจากการที่เราจดจ่ออยู่แต่กับสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เราสามารถเข้าถึงสิ่งกระตุ้นความเครียดได้อย่างง่ายดาย
2. ส่วนใหญ่ร่างกายจะตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมหรือเหตุการณ์ต่างๆ โดยอัตโนมัติ เช่น เจอรถยนต์ขับช้าแช่ขวา เรามีแนวโน้มที่จะบ่นทันทีแม้ว่าจะเป็นการบ่นในใจ
- ปล่อยเขา ช่วยให้เราหยุดกระบวนการตอบสนองโดยอัตโนมัติ และดึงการโฟกัสกลับมา
1
- ให้ฉัน เลือกวิธีการสนองตอบออกไป โดยมุ่งโฟกัสในสิ่งที่เราควบคุมได้ และเลือกการตอบสนองที่คุ้มค่ากับทรัพยากรที่เราต้องใช้ เวลา พลังงาน ดังนั้น เมื่อเจอรถยนต์ขับช้าแช่ขวา เราก็แค่แซงซ้ายรถยนต์คันนั้นไป
3. สมองของมนุษย์ 2 ส่วน
1) พรีฟรอนทอลคอร์เท็กซ์ (Prefrontal Cortex) = สมองส่วนหน้าที่ช่วยให้เราทำหน้าที่ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ในภาวะปกติ ด้วยการใช้ ตรรกะเหนืออารมณ์
2) อะมิกดาลา (Amygdala) = จะมีอำนาจควบคุมเมื่อเราตกอยู่ในสภาวะเครียด สมองส่วนนี้จะเลือกใช้อารมณ์เป็นหลักในการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ โดยการเลือกว่าจะหนี (การผัดวันประกันพรุ่ง) หรือเอาตัวรอด (การใช้อารมณ์โกรธ)
Part 3 : กลัวความคิดเห็นของคนอื่น
1. ความคิดเห็นของคนอื่นส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราหรือไม่
- เราตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไร เพราะกลัวความคิดเห็นของคนอื่น
- เราไม่กล้าโพสทุกอย่างลงบน Social Media เพราะกลัวความคิดเห็นของคนอื่น
- เราไม่กล้าแสดงความเห็นในที่ประชุม เพราะกลัวความคิดเห็นของคนอื่น
สิ่งที่เราต้องทำก็แค่ปล่อยเขา คนอื่นจะคิดอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา คนอื่นจะแสดงความเห็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา
2. จงตระหนักว่าอะไรสำคัญมากกว่ากันระหว่าง ความเห็นของคนอื่น กับ อนาคตของตัวเอง
3. การที่คนอื่นมีความคิดเห็นในแง่ลบกับเรา ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะมองเราลบกับทุกเรื่อง
4. กรอบประสบการณ์ คือ สิ่งต่างๆ ที่คนๆ หนึ่ง ได้ประสบพบเจอจนหล่อหลอมความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละบุคคล ส่งให้แต่ละคนมีมุมมอง ทัศนคติ ความคิด ต่อเรื่องเดียวกันที่ไม่เหมือนกัน
- ยิ่งเราเข้าใจกรอบประสบการณ์ของแต่ละคนมากเท่าไร (การเข้าใจมุมมองของคนอื่น) เราจะยิ่ง ปล่อยเขา ได้มากขึ้น
Part 4 : การจัดการกับปฏิกิริยาทางอารมณ์ของคนอื่น
1. เรามีแนวโน้มการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดซึ่งหน้า โดยยอมแลกกับความเจ็บปวดในระยะยาว เพียงเพราะเราต้องการให้คนอื่นมีความสุข ด้วยการเสียสละความสุขของตัวเราเอง เราไม่กล้าปฏิเสธสิ่งที่ไม่อยากทำ เพียงเพราะไม่อยากให้คนอื่นโกรธ
2. จงยอมรับว่าผู้ใหญ่ทุกคนมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ภายใน เช่น การที่เด็กชอบวิ่งหนี = การหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าของผู้ใหญ่
- ทุกคนมีภาวะของการระเบิดอารมณ์ วิธีแก้ไขไม่ใช่ให้สิ่งที่เขาต้องการ แต่คือการสอนให้รู้จักการจัดการกับอารมณ์
1
3. การเก็บกดความรู้สึก เกิดจากการได้รับการสอนว่า อย่าไปคิดถึงมัน หยุดร้องไห้นะ หรือการไม่เข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดผลเสียตามมา สิ่งสำคัญคือการปล่อยมันออกมา ปล่อยให้เราได้แสดงอารมณ์ของเรา
- การเย็นชาของผู้ใหญ่ = การเก็บกดความรู้สึก หรือการขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์
- การที่เราเย็นชาเป็นเพราะเราต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เลือกที่จะเงียบมากกว่าที่จะพูดกันอย่างตรงไปตรงมา
Part 5 : เอาชนะนิสัยชอบเปรียบเทียบไม่หยุด
1. การเปรียบเทียบชีวิตเรากับผู้อื่น เหมือนกับถือไพ่บนมือ
- จงยอมรับว่าเราไม่อาจควบคุมไพ่ที่จะมาอยู่บนมือเราหรือมือผู้อื่นได้
- สิ่งเดียวที่ทำได้คือ ใช้ประโยชน์จากไพ่บนมือเราให้ได้มากที่สุด
2. การเปรียบเทียบ 2 แบบ
1) การเปรียบเทียบในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น หน้าตา ต้นกำเนิด สัญชาติ เป็นต้น
2) การเปรียบเทียบในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น การประสบความสำเร็จ เป็นต้น
- เราจึงควรมุ่งเน้นการเปรียบเทียบไปที่สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือ สร้าง ได้
3. คนส่วนใหญ่ชอบเปรียบเทียบแบบมองขึ้นข้างบน มองแต่สิ่งที่เราขาด ไม่รู้จักพอ
- การเปรียบเทียบแบบมองลงล่าง คือ การตระหนักว่าเรานั้นโชคดีแค่ไหน
Part 6 : เชี่ยวชาญการมีมิตรภาพแบบผู้ใหญ่
1. เสาหลัก 3 ประการของมิตรภาร
1) ความใกล้ชิด : จากงานวิจัย เราต้องใช้เวลา 200 ชั่วโมง เพื่อที่จะสนิทกับใครสักคน
2) จังหวะเวลา : ช่วงวัยที่ต่างกัน ย่อมทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน สิ่งที่พบเจอก็ไม่เหมือนกัน ยิ่งทำให้เรื่องที่จะคุยกันยิ้งมีน้อยลง
3) พลังงาน : ความรู้สึกถูกชะตาหรือไม่ถูกชะตา รู้สึกว่าคุยถูกคอ เพราะอาจมีมุมมองต่อเรื่องเดียวกันคล้ายๆ กัน แต่พลังงานของแต่ละคนย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามวัย
2. ความห่างเหินไม่ใช่ความผิดของใคร แต่อาจเป็นเพราะเสาหลักบางอย่างอาจหายไป
3. มิตรภาพต้องใช้เวลาในการสร้างและเราควรเป็นคนเริ่มต้นมิตรภาพ อย่ามัวแต่รอให้คนอื่นเริ่ม
Part 7 : สร้างแรงจูงใจให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลง
1. สิ่งสำคัญเราจะเปลี่ยนแปลงเมื่อเรารู้สึกอยากเปลี่ยนแปลง คนอื่นก็ไม่ต่างกัน ยิ่งเราไปกดดันให้คนอื่นต้องเปลี่ยนแปลง จะยิ่งเกิดการต่อต้าน และยิ่งทำให้เราเกิดความเครียด (จากการอยากควบคุมในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้)
2. สร้างอิทธิพลให้คนอื่นอยากเปลี่ยนแปลงด้วยตัวของเขาเอง โดยต้องไม่คาดหวังให้คนอื่นเกิดการเปลี่ยนแปลง
3. วงกลม ABC
1) A : Apologize & Ask = กล่าวคำขอโทษและถามคำถามปลายเปิด
- ถามคำถามเพื่อให้คนนั้นเกิดความขัดแย้ง ความไม่สอดคล้อง ระหว่างความรู้
(ความอยาก) กับพฤติกรรมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
2) B : Back off & Behavior = ถอยออกมาแล้วสังเกตพฤติกรรม
- เมื่อเราได้ทำในส่วนของเราแล้ว ต้องให้เวลาได้ทำงาน และต้องไม่คาดหวัง
3) C: Celebrate & Change
- ฉลองให้กับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ (แค่คำชมจากใจจริงก็เพียงพอ) เพื่อเชื่อมโยงความสุขเข้ากับความยากลำบาก
Part 8 : ช่วยคนที่กำลังประสบปัญหา
1. ระวัง! การช่วยเหลือของเราบางครั้งก็ทำให้คนอื่นไม่เคยเผชิญหน้ากับปัญหาที่ก่อขึ้นด้วยตัวเอง การที่คนนั้นไม่พบเจอความยากลำบาก ย่อมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง สุดท้ายก็จะกลับมาสร้างปัญหาเหมือนเดิม
2. บางครั้งการเยียวยาหรือการช่วยเหลือที่ดีที่สุด คือ การปล่อยให้รับผลของการกระทำ
3. การช่วยเหลือ คือ ให้การสนับสนุน มอบสิ่งต่างๆ เพื่อให้คนคนนั้นกล้าที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยตนเอง
- เรามีหน้าที่คอยส่งบอล เขามีหน้าที่เลือกว่าจะรับหรือไม่รับ และหากเขาไม่เต็มใจที่จะรับบอล (ไม่พร้อม) เราก็แค่หยุดส่ง และปล่อยเขา
- การให้อย่างมีเงื่อนไข เช่น ฉันจะจ่ายค่าไฟให้ถ้าคุณทำพฤติกรรมแบบนี้…
- การจัดสภาพแวดล้อมให้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง เช่น ลดน้ำหนักด้วยการไม่นำของหวานเข้าบ้าน
4. ธรรมชาติของมนุษย์เลือกสิ่งที่ง่ายก่อน และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ยาก
- การติดอยู่กับพฤติกรรมเดิมง่ายกว่าที่จะเปลี่ยนแปลง จนกว่าสิ่งที่เป็นอยู่จากสร้างความเจ็บปวดมากพอจนเลือกที่จะเปลี่ยนแปลง
Part 9 : เลือกความรักที่คู่ควร
1. การออกเดต คือ การค่อยๆ เรียนรู้ความต้องการของเราเกี่ยวกับความรัก
2. พฤติกรรมที่แสดงออก คือ การสื่อสารที่ตรงไปตรงมา
3. การเปลี่ยนแปลงสถานะต้องเกิดจากตัวเราเอง ไม่ใช่อยากเปลี่ยนแปลงเพื่อคนอื่น
4. ไม่มีสิ่งใดหรือใครที่สมบูรณ์แบบ
5. รักในตัวตนปัจจุบัน ไม่ใช่ตัวตนที่อาจเป็นไปได้ในอนาคต
- ยอมรับในสิ่งที่คนรักของเราเป็น
สนใจสั่งซื้อหนังสือได้ที่ : https://s.shopee.co.th/6Ah9SjMFl4
ติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/9Forwards
โฆษณา