Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Vate's Pharma Scope
•
ติดตาม
25 เม.ย. เวลา 05:20 • สุขภาพ
นอนไม่หลับ...เรื่องเล็กที่อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก
สวัสดีครับห่างหายไปนานเลย กลับมาอัพเดตบทความสักหน่อยนะครับ วันนี้ผมอยากชวนคุยเรื่องนอนไม่หลับ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Insomnia เรื่องที่หลายคนอาจมองข้าม คิดว่าเดี๋ยวก็หาย หรือแค่กินยานอนหลับก็จบ แต่รู้ไหมครับว่า ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา วงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์มีการเปลี่ยนมุมมองอย่างใหญ่หลวงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมุมมองใหม่นี้อาจเปลี่ยนวิธีที่คุณดูแลตัวเองคืนนี้เลยก็ได้
2
ในอดีต หากใครมีอาการนอนไม่หลับร่วมกับโรคอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคปวดเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล แพทย์มักจะมองว่าอาการนอนไม่หลับเป็นเพียงผลที่ตามมาของโรคหลักเหล่านั้น เราเรียกภาวะนี้ว่า Secondary Insomnia และมักไม่มุ่งรักษาอาการนอนโดยตรง
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ครับ เมื่อหลักฐานงานวิจัยเริ่มชี้ชัดว่า
- อาการนอนไม่หลับอาจ "เกิดขึ้นก่อน" โรคอื่นๆ เสียอีก
- แม้โรคหลักจะดีขึ้นหรือหายแล้ว อาการนอนไม่หลับอาจยังคงอยู่
- และการรักษาอาการนอนไม่หลับอย่างตรงจุด กลับช่วยให้โรคอื่นๆ ดีขึ้นตามไปด้วย
นี่คือเหตุผลที่วงการแพทย์ปัจจุบันมองว่า Insomnia เป็นโรคอิสระ (Independent Disorder)ที่ควรได้รับการวินิจฉัยและรักษาด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่รอให้โรคอื่นหายแล้วค่อยดีขึ้น
📊 ตัวเลขที่น่าสนใจ ในประเทศอังกฤษ ผู้ใหญ่ประมาณ 1 ใน 3 รายงานว่ามีอาการนอนไม่หลับบ่อยครั้ง แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของคนกลุ่มเล็กๆ เลยครับ
ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการนอนไม่หลับ?
ความจริงแล้ว อาการนอนไม่หลับสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีกลุ่มที่มีความเปราะบางมากกว่า ได้แก่
- ผู้หญิง เนื่องจากปัจจัยทางฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงตลอดช่วงชีวิต เช่น การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร วัยหมดประจำเดือน รวมถึงบทบาทการดูแลครอบครัวที่อาจสร้างความเครียดสะสม
- ผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงของนาฬิกาชีวิตและสุขภาพร่างกายที่ถดถอย
- ผู้ที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมต่ำกว่า ความเครียดจากภาระชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการพักผ่อน
ปัจจัยเหล่านี้มักผสมผสานกันทั้งด้านชีวภาพ จิตใจ และสังคม ทำให้กลุ่มดังกล่าวมีโอกาสเผชิญกับการนอนหลับที่ถูกรบกวนในระยะยาว
มีพฤติกรรมหนึ่งที่พบได้บ่อยและส่งผลเสียอย่างมากในช่วงที่มีอาการนอนไม่หลับ นั่นคือ การนอนค้างอยู่บนเตียง พยายามบังคับตัวเองให้นอนหลับ
ฟังดูขัดแย้งใช่ไหมครับ? แต่วิทยาศาสตร์การนอนอธิบายไว้ว่า
การนอนอยู่บนเตียงทั้งที่ตื่นอยู่ จะทำให้สมองเกิดภาวะตื่นตัวทางความคิด (Cognitive Arousal) อย่างต่อเนื่อง และในระยะยาว สมองจะเรียนรู้ที่จะไม่เชื่อมโยง เตียงกับการนอนหลับอีกต่อไป
✅ แล้วควรทำอย่างไรถ้านอนไม่หลับ?
1. หากนอนไม่หลับภายใน 20-30 นาที ให้ลุกจากเตียง ไปทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายแต่ไม่กระตุ้นเกินไป เช่น อ่านหนังสือเบาๆ เขียนบันทึกสำหรับวันพรุ่งนี้ ฟังเพลงสบายๆ หรือฝึกหายใจลึกๆ
2. เมื่อเริ่มรู้สึกง่วงอีกครั้ง ค่อยกลับมานอนบนเตียง
3. หากวันรุ่งขึ้นรู้สึกอ่อนล้า การงีบสั้นๆ ในช่วงบ่าย ไม่เกิน 20 นาที สามารถช่วยได้ แต่ควรระวังไม่ให้งีบดึกหรือยาวนานเกินไป เพราะอาจรบกวนการนอนในคืนถัดไป
1
ทางเลือกในการรักษา ไม่ใช่แค่ "ยานอนหลับ"
สำหรับผู้ที่เผชิญกับอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง (มีอาการมากกว่า 3 คืนต่อสัปดาห์ ติดต่อกันเกิน 3 เดือน) ข่าวดีคือมีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง นั่นคือการรักษาด้วยพฤติกรรมบำบัดและการปรับความคิดสำหรับการนอนไม่หลับ (Cognitive Behavioral Therapy for Insomnia หรือ CBT-I)
CBT-I ไม่ใช่การพูดคุยทั่วไป แต่เป็นโปรแกรมที่มีโครงสร้างชัดเจน ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรูปแบบความคิดที่ขัดขวางการนอนหลับ โดยมีปัจจัยที่ช่วยทำนายความสำเร็จในการรักษา เช่น
- ระยะเวลาที่มีอาการ (ยิ่งรักษเร็ว ยิ่งได้ผลดี)
- ระดับของอาการซึมเศร้าหรือความปวดที่ควบคุมได้
- ความคาดหวังเชิงบวกต่อกระบวนการรักษา
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ CBT-I ยังเข้าถึงได้ยากในหลายพื้นที่ เนื่องจากแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขบางส่วนยังไม่คุ้นเคยกับโปรแกรมนี้ รวมถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณ
💊 แล้ว "ยานอนหลับ" ล่ะ?
เนื่องจาก CBT-I เข้าถึงยาก ผู้ป่วยจำนวนมากจึงหันไปพึ่งยานอนหลับ ซึ่งผมในฐานะเภสัชกรต้องเรียนตามตรงว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับการใช้ระยะยาวเนื่องจากมีความเสี่ยง เช่น
- ส่งผลต่อความจำและการทรงตัว เพิ่มโอกาสหกล้ม
- เกิดการดื้อยา ต้องเพิ่มขนาดเรื่อยๆ
- มีอาการถอนยาเมื่อหยุดใช้
- ง่วงซึม เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ในเวลากลางวัน
ปัจจุบันมียากลุ่มใหม่ที่เรียกว่า Dual Orexin Receptor Antagonists (DORAs) ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้นอนหลับโดยมีแนวโน้มการพึ่งพาน้อยกว่ายานอนหลับแบบดั้งเดิม และได้รับการอนุมัติในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2022 แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นยาที่ค่อนข้างใหม่ เรายังขาดข้อมูลความปลอดภัยในระยะยาวสำหรับการใช้ในผู้ป่วยนอนไม่หลับ
🌐 ทางเลือกที่เข้าถึงง่าย CBT-I ออนไลน์
สำหรับผู้ที่อยากเริ่มดูแลตัวเองด้วยวิธีที่มีหลักฐานรองรับ แต่ยังไม่สะดวกพบผู้เชี่ยวชาญ แพลตฟอร์มออนไลน์เช่น Sleepful เสนอโปรแกรม CBT-I ที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและเข้าถึงได้ฟรี ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ
การเปลี่ยนมุมมองของวงการวิทยาศาสตร์จากอาการนอนไม่หลับเป็นเพียงผลข้างเคียง สู่โรคที่ต้องรักษาอย่างจริงจังไม่ได้เป็นเพียงการปรับคำนิยามทางวิชาการ แต่เป็นการเปิดประตูสู่การรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในฐานะเภสัชกร ผมอยากฝากข้อคิดสั้นๆ ไว้ว่า
การนอนหลับไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นพื้นฐานของสุขภาพกายและใจ การดูแลการนอนจึงเท่ากับการลงทุนกับสุขภาพในระยะยาว
เภสัชกรเวชเองครับ
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการนอนไม่หลับที่รบกวนชีวิตประจำวัน อย่าลังเลที่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะการนอนหลับที่ดีอาจเป็นก้าวแรกสู่การฟื้นตัวของหลายๆ ปัญหาสุขภาพเลยครับ
เอกสารอ้างอิง
1. Hartescu, I. (2026, April 23). How scientists have changed their view of insomnia. The Conversation. Retrieved from
https://medicalxpress.com/news/2026-04-scientists-view-insomnia.html
2. American Academy of Sleep Medicine. (2023). Clinical Practice Guideline for the Treatment of Insomnia.
การแพทย์
ข่าวรอบโลก
สุขภาพ
38 บันทึก
40
1
23
38
40
1
23
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย