27 เม.ย. เวลา 09:41 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 92 เฒ่าหัวงู

ทั้งสองเห็นนางร้อนใจนัก จึงยิ้มปลอบนางว่า
“พี่สาวคนดี อย่าคิดมาก พวกเราเหมือนพี่น้องแท้ๆ กันมาแต่เล็ก เห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้จึงแค่ล้อเล่น เจ้ามีแผนอย่างไรก็บอกพวกเราเถิด วางใจได้”
ยวนยางว่า “แผนอะไรกัน ข้าเพียงไม่ยอมไป จบไหม”
ผิงเอ๋อสั่นหัวว่า “เจ้าไม่ไป ใช่ว่าจะสิ้นเรื่อง นิสัยนายใหญ่เจ้าก็รู้ ถึงเจ้าจะเป็นต้นห้องของเหล่าไท่ไท่ ตอนนี้ถึงจะไม่กล้าทำอะไรเจ้า แต่เจ้าจะติดตามเหล่าไท่ไท่ไปตลอดชีวิตไม่ได้ วันใดเจ้าออกเรือน ก็ตกอยู่ในเงื้อมมือท่านเมื่อนั้น”
1
ยวนยางยิ้มหยันว่า “เหล่าไท่ไท่อยู่วันหนึ่ง ข้าก็อยู่ต่อไม่ไปไหนวันหนึ่ง เหล่าไท่ไท่กลับสู่สวรรค์วันใด ยังต้องไว้ทุกข์สามปี สิ้นบุญมารดาใช่ว่าจะหาเมียใหม่ได้ทันที รออีกสามปีจะเกิดอะไรใครรู้ได้ ถึงเวลานั้นค่อยมาคิด หากบีบคั้นกันมากไป ข้าก็โกนหัวไปเป็นชี หรือไม่ก็ยอมตาย ชั่วชีวิตไม่แต่งชายใดเป็นไรมี สุขสบายกว่ากันนัก”
ผิงเอ๋อ สีเหยินพากันยิ้มว่า “ยายม้าดีดกะโหลกหน้าไม่อาย พูดออกมาได้ไม่คิด”
ยวนยางว่า “เรื่องมาถึงขั้นนี้ อายอะไรกัน พวกเจ้าไม่เชื่อ ก็คอยดูต่อไป ไท่ไท่บอกว่าจะไปหาพ่อแม่ข้า ข้าจะดูว่าท่านจะไปตามที่หนานจิง 南京 ไหม”
ผิงเอ๋อว่า “พ่อแม่เจ้าอยู่ดูแลบ้านที่หนานจิงไม่ขึ้นมาก็ใช่ว่าจะพ้น ที่สุดก็หาจนพบ ยังมีพี่สะใภ้เจ้าก็อยู่ที่นี่ ตัวเจ้าเองเกิดที่บ้านนี้ ไม่เหมือนพวกเรามาอาศัยอยู่กันตัวคนเดียว”
ยวนยางว่า “เกิดบ้านนี้แล้วอย่างไร “ข่มเขาโคให้ดื่มน้ำ 牛不喝水强按” กระนั้นหรือ ข้าไม่เต็มใจ หรือจะตามฆ่าพ่อแม่ข้า”
สนทนากันอยู่นั้น ก็เห็นพี่สะใภ้เดินมาแต่ไกล สีเหยินว่า
“พวกเขาหาพ่อแม่เจ้าไม่เจอ จึงไปหาพี่สะใภ้เจ้าเป็นแน่”
ยวนยางว่า “นางคณิกานี่ เที่ยวขายอูฐไปทั่วหกแคว้น 六国贩骆驼 รู้เรื่องนี้เข้า คงเที่ยวป่าวประกาศไปทั่ว”
พี่สะใภ้เดินมาถึงยิ้มทักว่า “เที่ยวหาเสียทั่วไม่เห็น แม่นางมาอยู่ที่นี่เอง ตามข้ามาเถิด ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย”
ผิงเอ๋อ สีเหยินลุกขึ้นเชิญนางนั่ง พี่สะใภ้ว่า
“พวกแม่นางนั่งเถิด ข้ามาหาแม่นางของข้า”
สีเหยิน ผิงเอ๋อแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ยิ้มถามว่า
“มีเรื่องอะไร รีบมากไหม พวกเราเล่นทายปริศนากันอยู่ ทายเสร็จแล้วค่อยไป”
ยวนยางว่า “มีอะไร ก็พูดมาเถิด”
พี่สะใภ้ว่า “ท่านตามข้ามา ไปถึงแล้วจะบอก เป็นเรื่องที่ดี”
ยวนยางว่า “ไท่ไท่บอกอะไรท่านหรือ”
พี่สะใภ้ว่า “ในเมื่อแม่นางรู้แล้ว ข้าจะทำอะไรได้อีก รีบมาเถิด ข้าจะค่อยๆ บอกให้ฟัง เรื่องมงคลใหญ่เทียมฟ้า”
ยวนยางลุกขึ้นยืน ถ่มน้ำลายใส่หน้าพี่สะใภ้ ชี้นิ้วด่าว่า
“เจ้ารีบหุบปากแล้วไปให้พ้นจากตรงนี้ดีกว่า ข่าวดีอะไร เรื่องมงคลอะไร วันทั้งวันเที่ยวอิจฉาสาวใช้บ้านนั้นบ้านนี้ได้ไปเป็นเมียน้อย ทางบ้านพลอยได้เชิดหน้าชูคอออกฤทธิ์ออกเดช อย่างกับเป็นเมียน้อยไปทั้งบ้าน อิจฉาตาร้อนจนวันนี้ได้โอกาสจับข้าขึ้นตั้งเตา ถ้าข้าได้หน้า พวกเจ้าจะได้เที่ยววางก้ามอ้างตัวเป็นน้าเขยนายท่าน ข้าไม่ไป พวกเจ้ารีบหดหัวเข้ากระดอง เตรียมตัวตายตามข้าไป”
ด่าไป ร้องไห้ไป จนผิงเอ๋อ สีเหยินต้องมาช่วยกันปลอบ
พี่สะใภ้หน้าเสียว่า “ยอมไม่ยอม ท่านก็พูดกันดีดีได้ ไม่เห็นจะต้องโยงนั่นโยงนี่ พังเพยว่า “ต่อหน้าคนเตี้ย ห้ามพูดว่าสั้น 当着矮人,别说短话” อาหญิงด่าข้า (พี่สะใภ้เรียกน้องสามีว่าอาหญิง) ข้าไม่กล้าตอบโต้ แม่นางสองท่านนี้ไม่ได้ว่าอะไรท่าน คำก็เมียน้อย สองคำก็เมียน้อย ไม่ไว้หน้าคนอื่นบ้าง”
(พี่สะใภ้หมายถึงผิงเอ๋อกับสีเหยิน ทางพฤตินัย ผิงเอ๋อมีฐานะเป็นเมียบ่าวของเจี่ยเหลียน สีเหยินมีฐานะเป็นเมียบ่าวของเป่าวี่)
ผิงเอ๋อ สีเหยินรีบออกตัวว่า
“ท่านอย่าได้กล่าวเช่นนี้ นางไม่ได้พาดพิงถึงพวกเราสักหน่อย ท่านกลับมาลากพวกเราเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ท่านไปฟังมาว่าพวกนายท่านและไท่ไท่ยกย่องพวกเรากระนั้นหรือ อีกอย่างพวกเราไม่มีพ่อแม่พี่น้องมาเชิดหน้าชูคอในจวนนี้ นางจะด่าใครก็ด่าไป พวกเราไม่คิดอะไร”
ยวนยางว่า “นางเห็นข้าด่านาง อายจนต้องกลบเกลื่อน โยนไปให้เจ้าทั้งสอง ดีที่เจ้าทั้งสองเข้าใจ ข้าก็ปากไวไปเปิดช่องให้นางเอง”
พี่สะใภ้เห็นท่าไม่ดี ตะบึงตะบอนเดินหนีไป ยวนยางจะด่าไล่หลัง ผิงเอ๋อ สีเหยินช่วยกันปรามไว้ จึงยอมเลิก
ผิงเอ๋อหันมาถามสีเหยินว่า
“เจ้ามาแอบทำอะไรอยู่ที่นี่ พวกข้าถึงไม่เห็น”
สีเหยินว่า “ข้าไปตามหานายรองเป่าที่เรือนคุณหนูสี่ แต่ช้าไปก้าว เขาออกมาแล้ว แต่ไม่ได้สวนทางกับข้า ข้าจึงคิดว่าคงไปหาคุณหนูหลิน แต่ทางเขาบอกว่าไม่ได้มา ข้าจึงคิดว่าคงออกไปนอกอุทยาน ก็พอดีเจ้า (ผิงเอ๋อ) เดินมาจากทางนั้น ข้าหลบหลังต้นไม้ เจ้าจึงไม่เห็น แล้วเจ้า (ยวนยาง) ก็ตามมา ข้าเดินจากหลังต้นไม้มาที่หลังเขา จึงได้ยินที่พวกเจ้าคุยกันทุกอย่าง พวกเจ้าสี่ตามองไม่เห็นข้าเอง”
พูดไม่ทันขาดคำ พลันได้ยินเสียงหัวเราะว่า
“สี่ตาไม่เห็นเจ้า พวกเจ้าหกตาไม่เห็นข้า”
ทั้งสามสะดุ้งตกใจ รีบหันมามอง ที่แท้คือ เป่าวี่
สีเหยินยิ้มว่า “ปล่อยให้ข้าเที่ยวหา ที่แท้มาอยู่นี่”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ข้าไปหาน้องสี่กลับออกมาก็เห็นเจ้าเดินมาแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าคงมาหาข้าเป็นแน่จึงตั้งใจแอบเพื่อจะหลอกเจ้า เจ้าเดินก้มหน้าก้มตาผ่านข้าเข้าไปในบ้านถามหาคนไม่พบกลับออกมาเที่ยวถามไปทั่ว ข้ากลั้นหัวเราะจนตัวงอ รอเจ้าผ่านมาจะได้หลอกให้สะดุ้ง แล้วข้าก็เห็นเจ้าทำลับๆ ล่อๆ รู้ว่าเจ้าคงกำลังจะเล่นตลกกับใครอยู่เหมือนกัน มองไปก็เห็นพวกเจ้าสองคน ข้าอ้อมมาด้านหลัง แอบตรงที่เจ้าแอบก่อนหน้านี้นี่แหละ”
ผิงเอ๋อหัวเราะว่า “พวกเราไปหาข้างหลังกันอีกที อาจจะมีคนแอบอยู่อีกสองคนก็ไม่แน่”
เป่าวี่หัวเราะว่า “ไม่มีแล้ว”
ยวนยางรู้ว่าเป่าวี่แอบฟังจนรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว จึงหมอบฟุบกับก้อนหินแกล้งทำเป็นหลับ เป่าวี่ผลักปลุกนางแล้วยิ้มว่า
“ก้อนหินนี่ออกจะเย็น พวกเราเข้าไปนอนในเรือนดีกว่า”
ว่าแล้วก็ลากยวนยางให้ตื่น แล้วบอกผิงเอ๋อให้มาดื่มชาด้วย ทุกคนช่วยกันชวนยวนยาง ยวนยางจึงลุกตามมา
ทั้งสี่มาถึงลานชื่นแดง เป่าวี่ตรองดูเรื่องของยวนยางที่แอบฟังมาเมื่อครู่แล้วไม่สบายใจ จึงเอนนอนเงียบๆ อยู่บนเตียง ปล่อยให้สามสาวนั่งคุยกันอยู่นอกห้อง
ทางด้านสิงฮูหยินมาถามพี่เฟิ่งถึงเรื่องบิดาของยวนยาง พี่เฟิ่งว่า
“บิดาของนางมีชื่อว่า จินไฉ่ 金彩 สองสามีภรรยาอยู่ดูแลบ้านที่หนานจิง ไม่ค่อยได้ขึ้นมาเมืองกรุง พี่ชายนางชื่อ จินเหวินเสียง 金文翔 ปัจจุบันเป็นผู้จัดซื้อ 买办 พี่สะใภ้เป็นหัวหน้าฝ่ายซักล้างของเหล่าไท่ไท่”
สิงฮูหยินจึงให้คนไปตามภรรยาของเหวินเสียงมาบอกความให้ฟัง ซึ่งนางก็ลิงโลดยิ่งนัก รีบตีปีกไปหายวนยางโดยคิดว่าเพียงแจ้งข่าวก็สมประสงค์ ที่ไหนได้ กลับถูกยวนยางด่ามาชุดใหญ่ ซ้ำยังถูกผิงเอ๋อ สีเหยินเหน็บแนมให้ได้อาย จึงกลับมาแจ้งสิงฮูหยินว่า
“ไม่ได้ความ ถูกนางด่ามาชุดใหญ่”
แล้วก็เห็นพี่เฟิ่งนั่งอยู่ด้วย จึงไม่กล้าอ้างถึงผิงเอ๋อ กล่าวเพียงว่า
“สีเหยินก็ช่วยนางต่อว่าข้าสาดเสียเทเสีย ไม่เหมาะจะเล่าให้เจ้านายฟัง ข้าว่าไท่ไท่กับนายท่านหาซื้อคนใหม่ดีกว่า ถือเสียว่ายายม้าดีดกะโหลกไร้วาสนา พวกข้าก็พลอยอับโชค”
สิงฮูหยินว่า “สีเหยินมาเกี่ยวอะไรด้วย นางรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”
แล้วถามอีกว่า “ยังมีใครรู้เรื่องนี้อีก”
สะใภ้บ้านจิน 金家的 ว่า “ยังมีแม่นางผิง”
พี่เฟิ่งรีบบอกว่า “เจ้าไม่ตบปากนางแล้วพาตัวกลับมาด้วย พอข้าออกไปข้างนอก นางก็หนีเที่ยว ข้ากลับมาถึงไม่เห็นแม้แต่เงา นางต้องช่วยต่อว่าเจ้าเป็นแน่”
สะใภ้บ้านจินว่า “แม่นางผิงไม่ได้อยู่ต่อหน้า ข้าเห็นแต่ไกลคลับคล้ายนาง แต่ก็ไม่แน่ใจนัก”
พี่เฟิ่งสั่งคนว่า “รีบไปตามนางมา บอกว่าข้ากลับมาแล้ว ไท่ไท่ก็อยู่ด้วย บอกให้นางรีบมา”
เฟิงเอ๋อ 丰儿 รีบเข้ามารายงานว่า
“คุณหนูหลินส่งหนังสือมาเชิญนางสามสี่หน นางจึงได้ไป ตอนคุณนายกลับมาถึง ข้าเพิ่งบอกนางไปเอง คุณหนูหลินยังฝากบอกว่า เรียนคุณนายด้วยว่า ข้ามีธุระต้องรบกวนนาง”
พี่เฟิ่งได้ฟัง ก็แกล้งพูดว่า
“มารบกวนนางทุกวัน มีเรื่องอะไรกันนักหนา”
แล้วก็ปล่อยเรื่องผ่านไป
สิงฮูหยินไม่รู้จะทำเช่นไร กินข้าวแล้วก็ลากลับ ตกเย็นจึงบอกให้เจี่ยเส้อรู้ เจี่ยเส้อใคร่ครวญดูแล้ว ให้คนไปตามเจี่ยเหลียนมาบอกว่า
“บ้านที่หนานจิงยังมีคนอื่นดูแลอยู่ด้วย รีบตามจินไฉ่มา”
เจี่ยเหลียนว่า “ก่อนหน้านี้ ที่หนานจิงมีหนังสือมาแจ้งว่า จินไฉ่เสลดอุดหลอดลมไม่รู้สึกตัว จึงเตรียมเงินค่าโลงศพเอาไว้แล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้ตายหรือยัง ถึงยังก็ไม่รู้ความ ตามตัวมาก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนเมียเป็นคนหูหนวก”
เจี่ยเส้อตวาดด่าว่า “สารเลว ไร้เหตุผลสิ้นดี ยังไม่ไปให้พ้น”
เจี่ยเหลียนได้แต่รีบถอยออกมา เจี่ยเส้อสั่งคนไปตามจินเหวินเสียง
เจี่ยเหลียนยังไม่กล้ากลับบ้าน ยิ่งไม่กล้าปะหน้าบิดา ได้แต่นิ่งรอดูสถานการณ์อยู่ที่ห้องหนังสือด้านนอก
จินเหวินเสียงมาถึง บ่าวนำผ่านประตูสองเข้าไปพบเจี่ยเส้อนานสี่ห้าชั่วมื้อข้าว แล้วกลับออกไป เจี่ยเหลียนไม่กล้าเรียกตัวมาถาม สักพักใหญ่ ฟังว่าเจี่ยเส้อเข้านอนแล้ว จึงกลับบ้าน เย็นนั้น พี่เฟิ่งเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง จึงได้เข้าใจ
กล่าวถึงยวนยาง คืนนั้นไม่เป็นอันนอน เช้าวันรุ่งขึ้น พี่ชายมาหาแม่เฒ่าเจี่ยขอรับตัวนางไปที่บ้าน แม่เฒ่าเจี่ยอนุญาต ยวนยางแม้ไม่อยากไปแต่เกรงแม่เฒ่าเจี่ยสงสัยจึงจำต้องมา พี่ชายจึงนำความของเจี่ยเส้อบอกให้นางฟังว่า จะยกย่องนางเป็นน้าหญิง 姨娘 ยวนยางย้ำหนักแน่นว่าไม่ยินยอม พี่ชายนางจึงไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่กลับไปแจ้งเจี่ยเส้อตามตรง
เจี่ยเส้อได้ฟังก็โกรธแล้วบอกว่า
“ข้าบอกเจ้าไว้ เจ้ากลับไปบอกเมียเจ้านำคำข้าไปบอกนางว่า อย่าหลงตัวว่า “แต่ไรมาฉางเอ๋อพึงใจในชายหนุ่ม 自古嫦娥爱少年” นางคงคิดว่าข้าชราแล้ว พึงใจในนายหนุ่มซึ่งน่าจะเป็นเป่าวี่ หรือไม่ก็เจี่ยเหลียน หากคิดเช่นนั้นก็เลิกคิดได้ ข้าไม่ได้นางก็ไม่มีใครกล้ารับนางไว้ นี่ข้อแรก
ข้อสอง อย่าหลงคิดว่าเหล่าไท่ไท่เอ็นดูนาง วันหน้าคงจัดการตกแต่งนางออกไปเป็นเมียเอกใครอย่างถูกต้อง บอกนางคิดใหม่ให้ดี ไม่ว่าจะแต่งไปกับใครก็ไม่พ้นเงื้อมมือข้า เว้นแต่นางไปตายหรือไม่แต่งกับใครเลยชั่วชีวิต ข้าจึงจะยอมรับ มิเช่นนั้นก็รีบกลับใจเสียโดยไวดีกว่า”
เจี่ยเส้อกล่าวประโยคหนึ่ง จินเหวินเสียงตอบ “ขอรับ”คำหนึ่ง
เจี่ยเส้อปิดท้ายว่า “เจ้าอย่าคิดตบตาข้า พรุ่งนี้ข้าจะให้ไท่ไท่ไปถามยวนยาง ถ้าได้ความว่า เจ้าบอกนางแล้ว นางไม่ยอม ก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้า แต่หากถามนางแล้ว นางจึงยินยอม ก็ระวังหัวของเจ้าเอาไว้ให้ดี”
จินเหวินเสียงขานรับแล้วขานรับอีก แล้วรีบกลับบ้านเล่าความให้เมียฟัง แต่ไม่รอนางไปบอกต่อ มาบอกยวนยางด้วยตัวเอง ยวนยางได้ฟังแล้วโกรธจนพูดไม่ออก ตรองดูแล้วจึงว่า
“ข้าจะยอมไป พวกท่านก็ต้องพาข้าไปเรียนเหล่าไท่ไท่ก่อน”
พี่ชายพี่สะใภ้ต่างดีใจว่านางเปลี่ยนความคิด พี่สะใภ้จึงรีบพานางมาหาแม่เฒ่าเจี่ย
เผอิญว่า หวางฮูหยิน แม่น้าเซวีย หลี่หวาน พี่เฟิ่ง เป่าไชและพวกพี่น้อง รวมทั้งเหล่าแม่บ้านที่พอมีหน้าตา ต่างมานั่งสนทนาอยู่กับแม่เฒ่าเจี่ย ยวนยางรีบจูงมือพี่สะใภ้เข้ามา คุกเข่าลงตรงหน้าแม่เฒ่าเจี่ย พูดไปร้องไห้ไป เล่าความให้แม่เฒ่าเจี่ยฟังว่า สิงฮูหยินมาแจ้งนางว่าอย่างไร พี่สะใภ้ไปพูดกับนางในอุทยานว่าอย่างไร วันนี้พี่ชายนางมาบอกนางว่าอย่างไร
“เพราะว่าข้าไม่ยอม นายใหญ่จึงหาว่าข้า “มีใจให้เป่าวี่” หรือหวังจะตกแต่งไปข้างนอกเป็นเมียเอก แต่ต่อให้ข้าหนีขึ้นฟ้า ชั่วชีวิตนี้ก็หนีไม่พ้นมือท่าน ข้าทำใจไว้แล้ว วันนี้จึงขอกล่าวต่อทุกท่านในที่นี้ว่า ชั่วชีวิตนี้ข้าจะไม่แต่งกับใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเป่าวี่ เป่าทอง เป่าเงิน เป่าโลกบาล เป่าจักรพรรดิ หากเหล่าไท่ไท่บังคับข้า ข้าขอตายในมีดเดียวและจะไม่ขอให้ใครชดใช้ชีวิต
ถ้าข้าโชคดี ขอให้ข้าตายก่อนเหล่าไท่ไท่ ถ้าข้าไม่มีโชค ก็ขอรับใช้จนเหล่าไท่ไท่กลับสู่สรวงสวรรค์ แล้วข้าจะไม่ตามพ่อแม่พี่ชายไปไหนทั้งนั้น ข้าขอตาย หรือโกนหัวไปเป็นชี
ที่พูดมาหากไม่จริงใจ เพียงเอาตัวรอด ขอให้ฟ้าดินภูตเทพ ดลให้ตะวันจันทร์ส่องลำคอข้าให้เป็นฝี แผลเน่าหนองไหลตายอนาถ”
ยวนยางแอบพกกรรไกรไว้ในแขนเสื้อ นางพูดไปก็เอามือสยายผม คว้ากรรไกรออกมาตัด พวกแม่บ้านรีบเข้ามาห้ามนางเอาไว้ นางตัดไปได้ครึ่งมวย โชคดีที่ผมนางดกหนา ตัดได้ไม่เตียน จึงช่วยกันเกล้ามวยให้ใหม่
แม่เฒ่าเจี่ยได้ฟังโกรธจนตัวสั่น
ตอนก่อนหน้า : ยวนยาง
ตอนถัดไป : หีบกวักเงิน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา