30 เม.ย. เวลา 09:27 • ประวัติศาสตร์

ความฝันในหอแดง 93 หีบกวักเงิน

แม่เฒ่าเจี่ยได้ฟังโกรธจนตัวสั่น ปากว่า
“ข้าเหลือคนที่พึ่งพาได้อยู่คนเดียว พวกเขายังจะมาพรากไปจากข้า”
หันมาเห็นหวางฮูหยินอยู่ข้างๆ จึงกล่าวกับนางว่า
“ที่แท้พวกเจ้ามีแต่หลอกลวงข้า ต่อหน้าทำเป็นว่ากตัญญู ลับหลังแบ่งปันกันเสร็จสรรพ ของไหนดีก็มาเอา คนไหนดีก็มาขอ จนเหลือเพียงสาวใช้นางนี้ที่ดีต่อข้า พวกเจ้าคงขัดตา หาทางเอานางไป”
หวางฮูหยินรีบลุกขึ้นยืน แต่ไม่กล้าพูดอะไร แม่น้าเซวียเห็นหวางฮูหยินยืนรับคำตำหนิ จึงเห็นว่าไม่เหมาะที่จะเตือนอะไร หลี่หวานระหว่างฟังยวนยางรำพัน ก็นำพวกพี่น้องหลบออกไปก่อน
ทั่นชุนเป็นคนเจ้าความคิด เห็นหวางฮูหยินไม่กล้าพูดอะไรทั้งที่ถูกตำหนิในเรื่องที่ไม่ได้ก่อ แม่น้าเซวียเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของหวางฮูหยินย่อมไม่สะดวกพูด เป่าไชไม่อาจแก้ตัวแทนน้า หลี่หวาน พี่เฟิ่ง เป่าวี่ไม่มีใครกล้าพูด เรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของบุตรสาว หยิงชุนนั้นซื่อเกินไป ซีชุนยังเล็ก นางยืนฟังอยู่นอกหน้าต่าง จึงเดินกลับเข้าห้องมากล่าวกับแม่เฒ่าเจี่ยทั้งรอยยิ้มว่า
“เรื่องนี้ท่านแม่ไม่ได้เป็นคนทำ เหล่าไท่ไท่ลองพิจารณาดู นี่เป็นเรื่องของท่านลุงใหญ่ น้องสะใภ้จะรู้เรื่องได้อย่างไร”
นางพูดไม่ทันจบ แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า
“คงเป็นข้าที่แก่แล้วเลอะเลือน แม่น้าอย่าได้หัวเราะเยาะ พี่สาวท่านผู้นี้เป็นคนกตัญญู ไม่เหมือนไท่ไท่ใหญ่ที่เอาแต่กลัวสามี ต่อหน้าแม่สามีก็เอาตัวรอดตามสถานการณ์ ข้าต่อว่านางผิดคน”
แม่น้าเซวียเพียงขานรับว่า “ใช่”
แล้วกล่าวต่อว่า “เหล่าไท่ไท่ท่านก็มีส่วนลำเอียงเข้าข้างสะใภ้คนเล็กด้วย”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ข้าไม่ได้ลำเอียง”
แล้วหันมาหาเป่าวี่ว่า
“เป่าวี่ ข้าตำหนิแม่เจ้าผิด ทำไมเจ้าไม่เตือนข้า ปล่อยให้แม่เจ้าถูกกล่าวหา”
เป่าวี่ยิ้มว่า “ข้าเข้าข้างท่านแม่ แล้วตำหนิท่านลุงท่านป้าไม่ได้ หากท่านแม่ไม่ยอมรับไว้ จะให้ท่านผลักส่งไปให้ผู้ใด และหากข้ายอมรับผิดเสียเอง ท่านย่าย่อมไม่เชื่อ”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “มีเหตุผล เจ้ารีบคุกเข่าให้แม่เจ้า แล้วบอกนางว่า ไท่ไท่อย่าได้น้อยใจ เหล่าไท่ไท่ชราแล้ว เห็นแก่เป่าวี่เถิด”
เป่าวี่รีบเดินมาหาท่านแม่ คุกเข่าลงแล้วจะกล่าวตามที่สอนมา หวางฮูหยินยิ้มแล้วรีบดึงตัวให้ลุกขึ้นว่า
“รีบลุกขึ้น เจ้าจะมาขอโทษแทนเหล่าไท่ไท่ไม่ได้เด็ดขาด”
เป่าวี่จึงรีบลุกขึ้น
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ยายเฟิ่งก็ไม่เตือนข้า”
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ข้ายังไม่ได้บอกความผิดของเหล่าไท่ไท่ เหล่าไท่ไท่กลับมาต่อว่าข้า”
แม่เฒ่าเจี่ยและคนอื่นต่างหัวเราะแล้วว่า
“นี่ก็พิลึก ข้าอยากฟังว่าผิดตรงไหน”
พี่เฟิ่งว่า “เหล่าไท่ไท่ท่านอบรมคนได้ดีเกินไปจนทำให้คนอยากได้ ข้าโชคดีที่เป็นหลานสะใภ้ ถ้าเป็นหลานชายก็คงมาขอท่านนานแล้ว ไม่รอถึงเวลานี้หรอก”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “นี่นับเป็นความผิดของข้าหรือ”
พี่เฟิ่งว่า “แน่นอนว่าเป็นความผิดของเหล่าไท่ไท่”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ไม่เอาแล้ว เจ้าพานางไปเถิด”
พี่เฟิ่งว่า “รอสิ้นชาตินี้ก่อน ชาติหน้าขอเกิดเป็นชายแล้วมาสู่ขอนาง”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “เจ้าพานางไปให้เหลียนเอ๋อ ดูว่าสามีหน้าไม่อายของเจ้าจะรับเอาไว้ไหม”
พี่เฟิ่งว่า “เหลียนเอ๋อไม่คู่ควร เขาเหมาะกับพวกแป้งเกรียมไฟอย่างข้าและผิงเอ๋อ”
(แป้งขาวเจอไฟแล้วไหม้เกรียม)
ทุกคนในที่นั้นต่างพากันหัวเราะ
สาวใช้เข้ามาแจ้งว่า
“ไท่ไท่ใหญ่มาถึง”
หวางฮูหยินรีบลุกขึ้นเดินออกไปต้อนรับ
(จบบทที่สี่สิบหก)
สิงฮูหยินตั้งใจมาฟังข่าวคราว โดยยังไม่รู้เรื่องระหว่างยวนยางและแม่เฒ่าเจี่ย พอเดินเข้าลานบ้านมา มีพวกแม่บ้านแอบมารายงานให้รู้ก่อน พอรู้แล้วจะรีบกลับแต่ไม่ทันการ พวกในเรือนรู้แล้ว หวางฮูหยินกำลังเดินมาต้อนรับ จึงจำต้องเข้าห้องมาคารวะอวยพรแม่เฒ่าเจี่ย แม่เฒ่าเจี่ยนั่งนิ่งไม่พูดจา ตนเองจึงรู้สึกกระดาก
พี่เฟิ่งหาเหตุขอตัวกลับไปก่อนแล้ว ยวนยางกลับไประงับอารมณ์อยู่ที่ห้อง แม่น้าเซวียและหวางฮูหยินเกรงว่าสิงฮูหยินจะรู้สึกขายหน้าจึงถอยกันออกไป เหลือแต่สิงฮูหยินไม่กล้าตามออกมาด้วย
แม่เฒ่าเจี่ยเห็นว่าไม่มีใครแล้วจึงว่า
“ข้าฟังว่าเจ้ามาเป็นแม่สื่อให้สามีเจ้า ถึงจะถูกต้องตามหลัก “สามเชื่อฟังสี่คุณธรรม 三从四德” แต่เจ้าก็ปฏิบัติจนล้นเกินควร ตอนนี้ลูกหลานเจ้าก็เต็มบ้านแล้ว ยังจะมากลัวสามีเจ้าอีก ข้าฟังว่าเจ้ายังมาก่อเรื่องตามใจเขาอีกด้วย”
สิงฮูหยินหน้าแดงก่ำตอบว่า “ข้าเตือนหลายครั้งแล้วเขาไม่ฟัง เหล่าไท่ไท่ท่านก็ทราบดีอยู่ ข้าเองทำอะไรไม่ได้”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “เขาบังคับเจ้าฆ่าคน เจ้าก็ไปฆ่าหรือ เจ้าลองคิดดู น้องสะใภ้ของเจ้า (หวางฮูหยิน) เป็นคนซื่อ อ่อนแอขี้โรค งานเล็กงานใหญ่ นางเป็นผู้ดูแล ถึงจะได้ลูกสะใภ้ของเจ้า (พี่เฟิ่ง) คอยช่วยเหลือ แต่วันทั้งวัน นางวางคราดแล้วก็ต้องจับไม้กวาด ข้าจึงจำต้องสั่งลดงานไปนับร้อยเรื่อง งานการที่ทั้งคู่ดูแลได้ไม่ทั่วถึง ก็ได้ยวนยางคอยช่วย
ถึงนางอายุยังน้อยก็เป็นคนละเอียดรอบคอบ ยิ่งธุระของข้าไม่เคยบกพร่อง ที่ควรได้ก็ได้ ที่ควรเพิ่ม ก็ไปบอกให้เพิ่ม หากนางไม่ทำเช่นนี้ งานของสองแม่ลูก คงมีบกพร่องบ้าง ข้าก็ยังคงต้องคอยห่วงดูแลเอง วันวันยังต้องคอยถามหาสิ่งที่ต้องการจากพวกนางเอง
ในเรือนข้านี้ก็เหลือนางที่โตและรู้ความ รู้นิสัยใจคอข้าดี นางยังรู้สถานะนายบ่าว ไม่เคยอ้างเอาข้าไปขอเสื้อผ้าจากคุณนายบ้านนั้น เอาเงินทองจากคุณนายบ้านนี้ เพราะฉะนั้น ในหลายปีมานี้ นางจะพูดอะไร ทำอะไร ใครๆ ก็เชื่อฟังตั้งแต่พวกสะใภ้ ไปจนถึงบ่าวไพร่น้อยใหญ่ในบ้าน ไม่เพียงข้าพึ่งพานางได้ ลูกสะใภ้หลานสะใภ้ข้าก็เบาใจ เจ้าพรากนางไปจากข้า แล้วหาคนใหม่มาให้ ถึงจะเป็นนางมุก ก็คงไม่รู้ความ ไม่ประสีประสา
ข้ากำลังจะให้คนไปบอกสามีของเจ้าว่า ให้เขามาเอาเงินจากข้าไม่ว่าจะแปดพันหรือหนึ่งหมื่นตำลึงเอาไปเสาะหาคนใหม่จนพอใจ แต่สำหรับสาวใช้นางนี้ ไม่ได้ ให้นางอยู่รับใช้ข้าต่อไปอีกไม่กี่ปี ก็เหมือนตัวเขาเองได้แสดงความกตัญญูต่อข้าเช่นกัน เจ้ามาได้พอดี ก็กลับไปบอกเขาตามนี้”
กล่าวจบก็เรียกคนเข้ามาสั่งว่า
“ไปเชิญแม่น้ากับพวกคุณหนูมา เมื่อครู่กำลังคุยกันสนุก หายไปไหนกันหมดแล้ว”
สาวใช้รับคำแล้วรีบไปตาม ทุกคนรีบกลับมากัน มีเพียงแม่น้าเซวียที่บอกว่า
“ข้าเพิ่งไปมา ไม่รู้จะไปทำไมอีก เจ้าบอกไปว่าข้าเข้านอนแล้ว”
สาวใช้ผู้นั้นว่า “แม่น้าไท่ไท่ แม่น้าบรรพชน เหล่าไท่ไท่คงโมโหเป็นแน่ ท่านผู้อาวุโสไม่ไป ข้าไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร โปรดเอ็นดูข้าเถิด ท่านผู้อาวุโสไม่อยากเดิน ก็โปรดขี่หลังข้าไป”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “นางมารน้อย เจ้าจะกลัวอะไร แค่ถูกด่าไม่กี่คำ” แล้วก็เดินตามนางมาโดยดี
พอมาถึง แม่เฒ่าเจี่ยก็เชิญให้นั่งแล้วยิ้มถามว่า
“พวกเรามาเล่นไพ่กันดีไหม แม่น้าเล่นได้ไม่เก่ง มานั่งกับข้า อย่าปล่อยให้ยายหนูเฟิ่งโกงไพ่พวกเรา”
แม่น้าเซวียว่า “จริงด้วย เหล่าไท่ไท่ช่วยข้าด้วย แล้วนี่เราจะเล่นกันสี่คน หรือมีคนมาเพิ่มอีกคนสองคน”
หวางฮูหยินว่า “วงหนึ่งสี่คนไม่ใช่หรือ”
พี่เฟิ่งว่า “เพิ่มมาอีกคนก็สนุกขึ้น”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “ไปตามยวนยางมา ให้นางนั่งมือถัดจากข้า แม่น้าก็ตาลาย ให้นางช่วยดูไพ่ของเราสองคน”
พี่เฟิ่งหัวเราะ แล้วหันมาหาทั่นชุนว่า
“เจ้ารู้หนังสือ ทำไมไม่หัดทำนายโชคชะตา”
ทั่นชุนว่า “นี่ก็แปลก ท่านไม่ตั้งสติเอาชนะกินเงินเหล่าไท่ไท่ กลับมาคิดถึงเรื่องโชคชะตา”
พี่เฟิ่งว่า “ข้าอยากคำนวณดูว่าวันนี้ต้องเสียเท่าไร ข้ายังมีทางชนะหรือ เจ้าดูสิ ไม่ทันลงสนาม ข้าก็ถูกซุ่มโจมตีทั้งซ้ายขวา”
แม่เฒ่าเจี่ย แม่น้าเซวียพากันหัวเราะ
ยวนยางมาถึง นั่งลงเป็นมือถัดจากแม่เฒ่าเจี่ย มือถัดจากยวนยางก็คือพี่เฟิ่ง ปูผ้ากำมะหยี่แดง ล้างไพ่ แจกไพ่ เล่นกันไปพักหนึ่ง ยวนยางเห็นไพ่แม่เฒ่าเจี่ยครบชุดรอเพียงไพ่สองแต้ม จึงแอบส่งสัญญาณลับให้พี่เฟิ่ง พี่เฟิ่งกำลังจะทิ้งไพ่ จึงทำเป็นลังเลแล้วว่า
“ไพ่ที่ข้าจะทิ้งนี่ แม่น้าคงต้องเก็บเป็นแน่ แต่ถ้าข้าไม่ทิ้ง ก็คงไม่ได้ใบที่ต้องการ”
แม่น้าเซวียว่า “ไพ่ในมือข้า ไม่มีใบที่เจ้ารอหรอก”
พี่เฟิ่งว่า “ไว้ข้าจะตรวจทีหลัง”
แม่น้าเซวียว่า “อยากตรวจก็ตรวจ แต่ตอนนี้ทิ้งมา ข้าจะดูว่าไพ่อะไร”
พี่เฟิ่งทิ้งไพ่ไปตรงหน้าแม่น้าเซวีย แม่น้าเซวียดูแล้วเห็นเป็นไพ่สองแต้มจึงว่า
“ข้าไม่อยากได้ใบนี้ แต่สงสัยว่าเหล่าไท่ไท่คงครบแล้ว”
พี่เฟิ่งว่า “ข้าทิ้งผิดแล้ว”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะ เปิดไพ่แล้วว่า
“ใครกล้าเก็บกลับ เจ้าทิ้งผิดเอง”
พี่เฟิ่งว่า “ข้าถึงอยากตรวจโชคชะตา ใบนี้ข้าทิ้งเอง คงโทษใครไม่ได้”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ตบปากตัวเอง ถามตัวเองดู”
แล้วหันมาหาแม่น้าเซวียยิ้มว่า
“ข้าไม่ใช่คนงกอยากได้เงินหรอกนะ แต่ข้ามีโชค”
แม่น้าเซวียว่า “พวกเราก็ไม่คิดว่าจะมีใครเหลวไหลว่าเหล่าไท่ไท่อยากได้เงิน”
พี่เฟิ่งกำลังนับเงิน พอได้ฟังก็นำเงินร้อยกลับ แล้วกล่าวกับทุกคนว่า
“พอแล้วเป็นของข้า ชนะไม่เอาเงิน ชนะเอาโชค ข้าเป็นคนตระหนี่ แพ้ก็นับเงินจ่าย แล้วรีบเก็บเลย”
แม่เฒ่าเจี่ยชนะแล้ว ยวนยางจะเป็นคนล้างไพ่ให้ จึงหันมาคุยกับแม่น้าเซวีย เห็นยวนยางไม่ล้างไพ่ จึงถามว่า
“เจ้าโมโหอะไรอีก ทำไมไม่ล้างไพ่ให้ข้า”
ยวนยางหยิบไพ่ขึ้นมาแล้วยิ้มว่า
“คุณนายยังไม่ได้จ่ายเงิน”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “นางยังไม่จ่ายเงิน นั่นเพราะนางเข้าเคราะห์”
แล้วสั่งเด็กรับใช้ว่า
“เอาเงินพวงนั้นของนางมานี่”
เด็กรับใช้คว้าเงินพวงมาวางไว้ข้างแม่เฒ่าเจี่ย
พี่เฟิ่งยิ้มว่า “ให้ข้าเถิด ข้านับจ่ายตามจำนวนก็แล้วกัน”
แม่น้าเซวียยิ้มว่า “ยายหนูเฟิ่งตระหนี่จริงๆ ก็แค่เล่นสนุก”
พี่เฟิ่งลุกขึ้นมาดึงตัวแม่น้าเซวียให้หันหลังแล้วชี้ไปยังหีบไม้ใบใหญ่ที่แม่เฒ่าเจี่ยใช้เก็บเงิน ยิ้มว่า
“ท่านอาดูนั่น ในนั้นไม่รู้กินเงินข้าไปแล้วเท่าไร เงินพวงนี้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เงินในหีบก็กวักมือเรียกไปอยู่เป็นเพื่อน รอกวักเรียกเข้าไปหมดพวง ไพ่ก็ไม่ต้องเล่น บรรพชนอารมณ์ดีแล้ว มีงานมีการใช้ข้าไปทำเอง”
พูดไม่ทันจบ พวกแม่เฒ่าเจี่ยก็หัวเราะกันไม่หยุด ระหว่างนั้น ผิงเอ๋อเดินถือเงินเข้ามาอีกพวง กลัวพี่เฟิ่งไม่พอใช้เล่น
พี่เฟิ่งว่า “ไม่ต้องวางไว้ข้างหน้าข้า เอาไปวางรวมไว้ที่เหล่าไท่ไท่ ให้เข้าไปพร้อมกันทีเดียว ไม่ต้องกวักเรียกสองหน”
แม่เฒ่าเจี่ยหัวเราะจนไพ่ในมือหกเต็มโต๊ะ แล้วผลักยวนยางว่า
“ไปปิดปากนางที”
ผิงเอ๋อเอาเงินวางตามสั่ง หัวเราะแล้วเดินกลับออกมา พอมาถึงหน้าประตูก็เห็นเจี่ยเหลียน ถามนางว่า
“ไท่ไท่ (สิงฮูหยิน) อยู่ที่ไหน นายท่านให้ข้ามาตามไปพบ”
ผิงเอ๋อยิ้มรีบตอบว่า “ยืนนิ่งอยู่หน้าเหล่าไท่ไท่ครึ่งวัน ท่านรีบหลบไปเสียดีกว่า เหล่าไท่ไท่โมโหอยู่ครึ่งค่อนวัน ดีที่คุณนายรองมาแหย่อยู่นานจนอารมณ์ดีขึ้น”
เจี่ยเหลียนว่า “ข้าเพียงเข้าไปถามว่า วันที่สิบสี่ เหล่าไท่ไท่จะไปบ้านไล่ต้าหรือไม่ จะได้เตรียมเกี้ยว พร้อมทั้งเชิญไท่ไท่ออกมา ทั้งร่วมสนุกด้วยไม่ดีหรือ”
ผิงเอ๋อยิ้มว่า “ข้าว่า อย่าเข้าไปดีกว่า ไท่ไท่ เป่าวี่กับพวกต่างก็โดนเล่นงาน ท่านเข้าไปคงโดนอีกคน”
เจี่ยเหลียนว่า “เรื่องจบแล้วนี่ หรือท่านจะเล่นงานข้าส่งท้าย อีกอย่างเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับข้า อีกทั้งนายท่านสั่งข้าให้มาเชิญไท่ไท่ ถ้าข้าใช้คนมาแทน นายท่านรู้เข้าคงมาระบายอารมณ์ใส่ข้า”
ว่าแล้วก็ออกเดิน ผิงเอ๋อเดินตามมาด้วย พอถึงห้องโถงก็ผ่อนฝีเท้าลง ชะโงกหน้าดูด้านใน เห็นสิงฮูหยินยังยืนนิ่งอยู่
พี่เฟิ่งตาไวมองมาเห็นเข้าก่อน จึงขยิบตาว่าอย่าเพิ่งเข้ามา และขยิบตาให้สิงฮูหยินรู้ สิงฮูหยินเดินผละมาทันทีไม่ได้ จึงไปเทน้ำชามาวางให้ตรงหน้าแม่เฒ่าเจี่ย แม่เฒ่าเจี่ยหันมา เจี่ยเหลียนหลบไม่ทัน แม่เฒ่าเจี่ยจึงถามว่า
“ข้างนอกนั่นใคร บ่าวบ้านไหนผลุบๆ โผล่ๆ”
พี่เฟิ่งรีบลุกขึ้นว่า “ข้าว่าเห็นเงาคนอยู่”
แล้วเดินออกมา
เจี่ยเหลียนรีบเดินเข้ามา ยิ้มว่า
“ข้ามาถามว่า วันที่สิบสี่เหล่าไท่ไท่ออกจากบ้านไหม จะได้เตรียมเกี้ยว”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “แล้วทำไมไม่เข้ามา มาทำลับๆ ล่อๆ”
เจี่ยเหลียนยิ้มว่า “เห็นเหล่าไท่ไท่เล่นไพ่อยู่ ไม่กล้ารบกวน ว่าจะตามภรรยาออกมาถาม”
แม่เฒ่าเจี่ยว่า “มารีบอะไรตอนนี้ รอนางกลับถึงบ้าน จะถามอะไรค่อยถามก็ได้ เจ้ารู้จักใส่ใจแต่เมื่อไร มาผลุบโผล่เป็นผีหลอกให้ข้าตกใจ คงมาคาบข่าวไปรายงานเทวดาที่ส่งเจ้ามา เมียเจ้ายังเล่นไพ่กับข้าอีกนาน เจ้ากลับบ้านไปหาเมียเจ้าเอ้อ 赵二家的 ดีกว่า”
ทุกคนพากันหัวเราะ ยวนยางยิ้มว่า “เมียเป้าเอ้อ 鲍二家的 บรรพชนก็ไปเรียกเป็นเมียเจ้าเอ้อ”
แม่เฒ่าเจี่ยยิ้มว่า “ไม่ใช่หรือ ข้าจำไม่ได้หรอกว่า เป้า (抱 กอด) ว่าเป้ย (背 แบก) พูดขึ้นมาแล้วน่าโมโห ข้าเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านนี้จนมีลูกหลานเหลนห้าสิบสี่ปีแล้ว ยังไม่เห็นเรื่องบัดสีเช่นนี้ ยังไม่รีบไปให้พ้น”
เจี่ยเหลียนรีบเผ่นออกมาไม่กล้าพูดอะไร ผิงเอ๋ออยู่นอกหน้าต่างยิ้มกระซิบว่า
“ข้าบอกแล้วไง ติดร่างแหไปด้วยเลย”
สิงฮูหยินเดินตามออกมา
เจี่ยเหลียนว่า “ท่านพ่อก่อเรื่อง มาตกที่ข้ากับท่านแม่”
สิงฮูหยินว่า “ลูกอกตัญญู บ้านอื่นเขายอมตายแทนพ่อ เจ้าถูกว่าไม่กี่คำ ก็โทษฟ้าโทษดิน ทำตัวให้ดีเถิด พักนี้กำลังโมโหอยู่ เดี๋ยวก็ถูกทุบหรอก”
เจี่ยเหลียนว่า “ท่านแม่รีบไปเถิด ให้ข้ามาตามครึ่งวันแล้ว”
สิงฮูหยินมาถึงสรุปความให้เจี่ยเส้อฟัง เจี่ยเส้อจนปัญญาทั้งขายหน้า จึงอ้างว่าป่วยไม่กล้าพบหน้าแม่เฒ่าเจี่ย ให้สิงฮูหยิน เจี่ยเหลียนไปคอยคารวะอวยพรแทน แล้วใช้คนเที่ยวเสาะหา ในที่สุดใช้เงินห้าร้อยตำลึงเงินซื้อตัวเด็กสาวอายุสิบเจ็ดมาเป็นอนุ นามว่า เอียนหง 嫣红
ตอนก่อนหน้า : เฒ่าหัวงู
ตอนถัดไป : สั่งสอนป้าอ๋องทึ่ม

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา