ซึ่งเป็นสถานที่ที่คนอย่าง Joseph ไม่มีวันตามมาทำร้ายเขาได้อีก เพราะหากเปรียบตัวเขาเองเป็น Peter Pan คนอย่าง Joseph ก็คือ “Captain Hook” ผู้ชั่วร้ายที่จ้องอยากทำลายความสนุกของเด็กๆ ที่ Neverland อยู่เสมอมา และในสักวันหนึ่งตัวเขาจะขอเป็น Peter Pan ที่พิชิตศัตรูตัวฉกาจรายนี้ลงให้จงได้ เพื่อทำให้ Neverland เป็นอิสระจากความชั่วร้ายทั้งปวงอีกครั้ง
เช่น Wanna Be Startin’ Somethin’, Human Nature, Beat It, และ Billie Jean ที่ทำให้คนทั้งโลกต่างเทใจอย่างหมดหน้าตักให้กับอัลบั้มชุดนี้ ด้วยการแห่ซื้อกันอย่างเทน้ำเทท่าราวกับเป็นเพลงสามัญประจำบ้านที่ต้องมีติดไว้อะไรทำนองนั้น
Joseph จึงตัดสินใจติดต่อดีลธุรกิจกับกลุ่มทุนผู้จัดคอนเสิร์ตว่าเขาจะทำทัวร์ของวง Jackson ให้กลับมาอีกครั้ง โดยใช้ความสำเร็จจากตัว MJ และ Thriller ในการชูโรงทัวร์ครั้งนี้ และขณะที่ Joseph วางแผนทัวร์ครั้งนี้อยู่ เขาไม่เคยแม้กระทั่งมาถามความสมัครใจของลูกชายว่า MJ ยินดีจะออกทัวร์ร่วมกับกลุ่มพี่ชายของเขาอีกครั้งหรือไม่
จนเมื่อ Joseph นำเรื่องนี้มาบอก มันก็สายเกินไปแล้วที่ MJ จะมีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรได้ เพราะดีลและสัญญาต่างๆ ได้มีการตกลงเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้การบอกกล่าวในครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการมัดมือชกว่าเขาต้องยอมออกทัวร์เพื่อรักษาหน้าครอบครัวเพียงเท่านั้น
เขาจึงตัดสินใจว่าจะยอมร่วมทริป Victory Tour กับพี่ๆ เป็นครั้งสุดท้ายที่เป็นการได้ทำเพื่อครอบครัวและปิดฉากตอนจบของวง Jackson 5 ในแบบของเขา ซึ่งจากนี้ไปเขาจะก้าวออกไปสู่อิสรภาพอย่างแท้จริง โดยไม่ใช่แค่อิสรภาพในการใช้ชีวิตหรือเลือกหนทางของตัวเอง แต่ยังเป็นอิสรภาพในอาชีพศิลปินที่ได้ถ่ายทอดตัวตนของตัวเองออกมาในฐานะศิลปินเดี่ยวแบบไร้ซึ่งเงาของครอบครัว Jackson อีกต่อไป
เพราะเขาไม่ต้องการเป็น Michael จากวง Jackson อีกแล้ว เขาต้องการเป็น “Michael Jackson” แบบเต็มตัว โดยหลังจากจบการทัวร์ร่วมกับพี่ๆ เขาได้เดินออกห่างจากครอบครัว Jackson โดยเฉพาะ Joseph อย่างชัดเจน พร้อมเดินหน้าทำผลงานอัลบั้มต่อไปอย่าง “Bad” และออกทัวร์ในฐานะศิลปินเดี่ยวเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งนี่ไม่ใช่การอกตัญญูหรือทอดทิ้งครอบครัวแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการปกป้องตัวเองจากการถูกเอาเปรียบ