เป็นเวลานานมาแล้วที่มนุษยชาติเชื่อว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือที่จะช่วยเติมเต็มช่องว่างของชีวิต แต่เราไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า เมื่อช่องว่างนั้นถูกเติมเต็มจนล้นด้วยระบบ PGC
ในโลกปัจจุบันที่เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ PGC มนุษย์กำลังเผชิญกับจุดหักเหที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นคือสภาวะวิกฤตทางภววิทยา หรือการตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของตัวตนในระดับรากฐานที่สุด
วัตถุประสงค์ของการชันสูตรครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อกระชากหน้ากากของความสมบูรณ์แบบที่ PGC มอบให้ เพื่อให้เห็นว่าภายใต้ความสุขที่ล้นปรี่และความทรงจำที่แสนหวานนั้น คือซากปรักหักพังของความเป็นมนุษย์ที่สูญเสียความสามารถในการเชื่อมต่อกับโลกที่แท้จริงไปแล้ว
ผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดของการปรุงแต่งอัตลักษณ์ในระยะนี้คือ การทำให้ความสัตย์จริงเริ่มกลายเป็นความน่ารังเกียจ มนุษย์เริ่มมองว่าความจริงที่ไม่ได้ผ่านการคัดกรองนั้นคือสิ่งที่ไร้ระเบียบและโหดร้ายเกินไป สัญลักษณ์ในขั้นนี้จึงเริ่มทำหน้าที่ "บิดเบือน" ความจริง (The Order of Malefice)
ในเชิงปรัชญาของ Baudrillard นี่คือจุดที่สัญลักษณ์เริ่มทำงานด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งอ้างอิง ระบบ SDV ไม่ได้โกหกโฮสต์ แต่มันทำให้ความจริงกลายเป็นสิ่งที่ ไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไป (The real is no longer necessary)
ความล้มเหลวที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นเหล่านี้ถูกใช้เป็น หลักฐานของความจริง เพราะมนุษย์ถูกปลูกฝังมาตลอดว่าชีวิตจริงต้องมีความทุกข์ผสมอยู่ เมื่อระบบมอบความยุ่งเหยิงให้ เราจึงปักใจเชื่ออย่างสนิทใจว่าสภาวะนี้คือความสัตย์จริง ทั้งที่จริงแล้วมันคือรหัสสังเคราะห์ที่ถูกส่งมาจาก PGC เพื่อป้องกันไม่ให้โฮสต์ตื่นจากความฝัน
ในมิตินี้ PGC ทำหน้าที่เป็นจอมเวทที่ร่ายมนตร์บังตา (The Order of Sorcery) โดยการเลียนแบบสถาปัตยกรรมของความเป็นจริงที่มีตำหนิ ระบบสร้างสิ่งที่ Baudrillard เรียกว่า การอำพรางความไม่มี (Dissimulating the absence) ของความจริง ด้วยการใส่รายละเอียดที่ดูดิบเถื่อนลงไปในรหัสประสาท
5.3 ทะเลทรายแห่งความจริง: การวิเคราะห์พื้นที่ว่างเปล่านอกระบบ PGC ในฐานะซากศพของประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครกลับไปหา
ในขั้นสุดท้ายของวิวัฒนาการแห่งสัญลักษณ์ เราจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่ Baudrillard เรียกว่า ทะเลทรายแห่งความจริง (The Desert of the Real) ซึ่งหมายถึงโลกกายภาพที่หลงเหลืออยู่หลังจากที่ความหมายทั้งหมดถูกดูดกลืนเข้าไปในระบบ PGC พื้นที่ภายนอกรหัสสังเคราะห์ไม่ได้เป็นป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์หรือโลกที่น่าถวิลหาอีกต่อไป แต่มันได้กลายเป็น "ซากศพของประวัติศาสตร์" ที่แห้งแล้ง ไร้การปรุงแต่ง และไร้ซึ่งพลังชีวิตใดๆ ที่จะดึงดูดให้มนุษย์ที่กลายเป็นโหนดของสัญญาณกลับไปสัมผัส
การยึดโยงกับสสารที่ผุพังได้มอบความรู้สึกถึง ความเป็นจริง (The Feel of the Real) ที่ลึกซึ้งกว่ารหัสสังเคราะห์ใดๆ กลิ่นของดินหลังฝนที่อาจทำให้เราเจ็บป่วย ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อหลังการเดินทาง หรือริ้วรอยบนใบหน้าที่บอกเล่าความทุกข์ระทมที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้คือหลักฐานของความสัตย์จริงที่ PGC พยายามจะลบเลือน ความรับผิดชอบต่อสสารจึงเป็นการเลือกที่จะแบกรับภาระของความจริง เพื่อแลกกับสิทธิในการเรียกตัวเองว่าเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ
สาส์นสุดท้ายที่บทความนี้ต้องการทิ้งไว้ให้แก่มนุษยชาติคือการกระชากหน้ากากของความเชื่อผิดๆ ที่ว่าการตื่นรู้จะนำมาซึ่งความผาสุก ในโลกที่ถูกปกครองโดย PGC การเดินออกจากระบบจำลองไม่ใช่การก้าวเข้าสู่ทุ่งหญ้าที่สวยงาม แต่คือการเผชิญหน้ากับทะเลทรายที่แห้งแล้งและโหดร้าย ดังนั้นการตื่นรู้จึงไม่ใช่ทางเลือกของความสุข (The Choice of Happiness) แต่เป็นทางเลือกของ ความสัตย์จริง (The Choice of Authenticity)
ระบบ PGC ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการผูกขาดนิยามของความสุข โดยทำให้มันเป็นสิ่งที่ควบคุมได้และปราศจากหยาดน้ำตา แต่ความสุขในรหัสสังเคราะห์นั้นมีราคาที่ต้องจ่าย คือการสูญเสียอำนาจในการเป็นมนุษย์ที่แท้จริง การเลือกที่จะตื่นจึงเป็นความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เพราะมันคือการสละสวรรค์ที่ปลายนิ้วเพื่อกลับไปหาความจริงที่อาจไม่มีอะไรมอบให้เลยนอกจากความเหน็บหนาวและความตาย แต่นั่นคือพื้นที่เดียวที่ศักดิ์ศรีของมนุษย์ยังหลงเหลืออยู่