1 พ.ค. เวลา 04:19 • การเมือง

ศึกภายในพม่ากำลังลามถึงไทย

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน โลกร้อนแรงเพราะมนุษย์เรากำลังแสวงหาทรัพยากร ดินแดน อำนาจและพันธมิตร ทำให้โลกของเราทุกวันนี้ร้อนแรงมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ในขณะนี้สงครามยูเครน สงครามอิหร่าน หรือความขัดแย้งในประเทศอื่นๆยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบ เช่นเดียวกับปัญหาในประเทศเพื่อนบ้านทางฝั่งตะวันตกของไทยอย่างประเทศพม่าที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
บนยอดเขาอันเงียบสงบในพื้นที่ภาคอีสาน ทหารไทยเดินลาดตระเวนด้วยแรงกายและแรงใจที่เข้มแข็งบนผืนแผ่นดินที่เพิ่งทวงคืนมาได้ ภาพธงชาติไทยโบกสะบัดเหนือปราสาทตาควาย เนิน 350 ภูมะเขือ เนิน 677 ช่องอานม้า และที่อื่นๆที่ไม่ได้กล่าวถึงหลังจากเผชิญกับการปะทะที่รุนแรงและเป็นการกอบกู้เอกราชของที่ราบสูงอีสานใต้นับตั้งแต่ที่เสียงปืนและเสียงระเบิดดับลง นี่คือบทพิสูจน์ถึงความพยายามปกป้องทุกตารางนิ้วของอธิปไตย
แต่ทว่า...ในขณะที่ชายแดน 4 จังหวัดอีสานใต้และภาคตะวันออกยังคงมีการเสริมกำลังของทหารกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง สายตาของกองทัพกลับต้องจับจ้องไปยังอีกฟากหนึ่งของประเทศ ที่ซึ่งพายุแห่งสงครามกลางเมืองกำลังตั้งเค้าและเริ่มลามเข้าหาพรมแดนไทยอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ภาพตัดสลับไปยังแนวชายแดนตะวันตก เสียงระเบิดดังกึกก้องและแสงไฟจากการยิงโต้ตอบระหว่างกองทัพพม่าและกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ป่าไม้และภูเขากลายเป็นภาพที่เห็นจนชินตา สงครามกลางเมืองพม่าไม่ได้เป็นเพียงเรื่องไกลตัวอีกต่อไป เมื่อกระสุนและระเบิดเริ่มตกข้ามมายังฝั่งไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก และอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เบื้องหลังเสียงปืนเสียงระเบิดในดินแดนพม่าที่สะเทือนถึงไทยคือเรื่องราวสุดมืดหม่นของกองทัพพม่า สถาบันการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดซึ่งพยายามรวมชาติด้วยกำลัง ตามรายงานจากสหประชาชาติชี้ให้เห็นความน่าสะพรึงกลัวเมื่อทหารพม่านำเข้าอาวุธมูลค่ามหาศาลกว่า 1 พันล้านดอลลาร์จากประเทศยักษ์ใหญ่ ทั้งเครื่องบินรบ โดรน และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย
เมื่อดูจากชัยภูมิระหว่างพม่าและไทยจะพบว่าพื้นที่ตรงนี้มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ซับซ้อนและมีความยาวมาก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงในการเกิดความขัดแย้งและผลกระทบจากสงครามภายใน
ไทยและพม่ามีเส้นเขตแดนติดต่อกันยาวถึง 2,401 กิโลเมตร หากรวมเขตแดนทางทะเลจะยาวถึง 2,748 กิโลเมตร เมื่อแบ่งเป็นเขตแดนทางบกตามสันเขา 1,687 กิโลเมตร และเขตแดนตามลำน้ำ เช่น แม่น้ำเมย แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี อีก 714 กิโลเมตร
ที่นี่มีภูมิประเทศที่เข้าถึงยากลำบาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 75 เป็น เทือกเขาสลับซับซ้อนและป่าหนาทึบ ทำให้ยากต่อการตรวจการณ์และควบคุมพื้นที่อย่างทั่วถึง
ทำไมชายแดนไทย-พม่าจึงเป็นจุดเปราะบาง เพราะมีจุดที่ทั้งสองประเทศถือแผนที่คนละฉบับหรืออ้างสิทธิ์ต่างกัน เช่น ด่านเจดีย์สามองค์ ที่ไทยยึดถือเจดีย์ทั้ง 3 องค์ แต่พม่าอ้างว่ามีเพียงองค์กลางที่เป็นของไทย
รวมถึงบริเวณ ดอยลางและดอยห้วย ที่มีการอ้างสันเขาคนละแนวทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนกว่า 20,000 ไร่
ทำไมจึงเสี่ยงต่อการเกิดสงครามและความขัดแย้ง
เมื่อเราพิจารณาจากการสู้รบภายในพม่าแล้วอาจมี ล้นข้ามพรมแดนเพราะโดยส่วนใหญ่สงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพพม่ากับกลุ่มชาติพันธุ์ มักเกิดขึ้นประชิดชายแดนไทย ส่งผลให้มีกระสุนปืนใหญ่และระเบิดพลาดมาตกฝั่งไทยบ่อยครั้ง
ไม่เพียงเท่านี้แม่น้ำที่เป็นพรมแดนมีการเปลี่ยนทิศทางการไหลตามธรรมชาติ ทำให้เกิดแผ่นดินงอกหรือเกาะกลางน้ำที่เป็นปัญหาการอ้างสิทธิ์ ปัญหาเหล่านี้ถูกกดทับไว้ด้วยสงครามกลางเมืองพม่า แต่หากสถานการณ์สงบลง ข้อพิพาทเรื่องพรมแดนอาจปะทุขึ้นและมีความซับซ้อนยิ่งกว่ากรณีสงครามไทย-กัมพูชา รวมทั้งอาจเป็นแหล่งซ่องสุมอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น แก๊ง Call Center, สแกมเมอร์ และขบวนการค้ายาเสพติด เข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ที่รัฐบาลพม่าคุมไม่ถึง
เมื่อมีการสู้รบหนักมากขึ้นจะมีชาวพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากหนีภัยสงครามข้ามแม่น้ำลัดเลาะมาตามป่าทะลักเข้ามาในเขตไทย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงไทยต้องบริหารจัดการทั้งด้านความมั่นคงและมนุษยธรรมอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการแทรกแซงกิจการภายใน
สำหรับคู่กรณีในสงครามนี้มี 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกคือกองทัพพม่า หรือที่เรียกว่า "ต๊าดมะดอว์" (Tatmadaw) เป็นสถาบันการเมืองที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในพม่ามาอย่างยาวนาน โดยมีศักยภาพที่โดดเด่นในหลายด้าน ทั้งในแง่ของยุทโธปกรณ์ แสนยานุภาพทางอากาศ และอิทธิพลในการควบคุมทรัพยากรของชาติ
กองทัพพม่ามีขีดความสามารถในการจัดหาอาวุธจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งภายใน โดยรายงานจากสหประชาชาติระบุว่า กองทัพพม่านำเข้าอาวุธและยุทธปกรณ์มูลค่าอย่างน้อย 1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 34,400 ล้านบาทนับตั้งแต่ก่อนการรัฐประหารปีค.ศ.2021
อาวุธเหล่านี้มีแหล่งที่มาหลักๆคือนำเข้าจากรัสเซียและจีนเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีรายการจัดส่งจากสิงคโปร์ อินเดีย และไทย มีตั้งแต่เครื่องบินรบ โดรน อุปกรณ์สื่อสาร ไปจนถึงเรือรบของกองทัพเรือพม่าด้วย
เหนือท้องฟ้าบริเวณใกล้ชายแดนไทยกองทัพอากาศพม่ามีบทบาทสำคัญในการทำสงครามกับกลุ่มต่อต้านและกองกำลังชาติพันธุ์ โดยมีเครื่องบินรบที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น เครื่องบินขับไล่ MiG-29 และเครื่องบินโจมตีขนาดเบา Yak-130 ที่สั่งซื้อมาจากรัสเซียในการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ
ส่วนที่ระดับความสูงต่ำลงมาเฮลิคอปเตอร์โจมตีมีการใช้ Mi-35 ของรัสเซียในการโจมตีซ้ำหลังจากทิ้งระเบิด
ด้านขีดความสามารถในการทำลายล้าง มีรายงานการใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดในพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน ทั้งชาวบ้านและกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์
รวมถึงมีการทิ้งระเบิดใกล้แนวชายแดนไทยในระยะที่ชาวบ้านตามแนวชายแดนสามารถเห็นควันและได้ยินเสียงเครื่องบินรบกองทัพอากาศพม่าได้
ในปัจจุบันกองทัพพม่าเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โดรนสำหรับภารกิจสอดแนมและโจมตี ซึ่งเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบมาถึงแนวชายแดนไทย นอกจากนี้ เมื่อเผชิญกับการถูกซุ่มโจมตีจากกลุ่มชาติพันธุ์ กองทัพพม่าจะใช้วิธีร้องขอการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดหรือ Close Air Support เพื่อทิ้งระเบิดถล่มพิกัดของฝ่ายต่อต้านมิน อ่อง ไลง์อย่างแม่นยำ
อิทธิพลทางการเมืองของกองทัพพม่ามีความสำคัญต่อการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพราะอำนาจตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้กองทัพพม่ามีสัดส่วนที่นั่งในสภาถึง 25% ทำให้มีสิทธิ์ในการยับยั้งหรือ Veto การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งยังมีผลประโยชน์ในธุรกิจหลักของชาติ เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจะถูกเก็บไว้เป็นงบประมาณของกองทัพ
แม้จะมีอาวุธที่ทันสมัย แต่กองทัพพม่าก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในการควบคุมพื้นที่ที่ยากลำบาก เช่น พื้นที่ป่าเขาซับซ้อนตามแนวชายแดน ในบางพื้นที่ เช่น เขตของชาวว้า รัฐบาลทหารพม่าไม่สามารถควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จรวมถึงในบางสมรภูมิ กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อย่าง KNU อาจมีอำนาจหรือขีดความสามารถในการคุมพื้นที่เหนือกว่าทหารพม่าในบางห้วงเวลา และบ่อยครั้งที่ทหารพม่าต้องถอยร่นมาประชิดชายแดนไทยเมื่อถูกโจมตีอย่างหนัก
ท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่สุมทรวงมานานหลายทศวรรษ เมื่อการกดขี่ทางชาติพันธุ์และการยึดอำนาจของกองทัพพม่าหรือต๊าดมะดอว์ ภายใต้การนำของ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ได้ทำลายล้างวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีของพี่น้องเครือญาติในดินแดนอที่ใครต่างก็เรียกว่าบ้านป่าเมืองเถื่อนแห่งนี้
ด้วยไฟแค้นที่มอดไหม้ได้ผลักดันให้ประชาชนและกลุ่มชาติพันธุ์จับอาวุธขึ้นสู้กับกำลังรบของผู้นำเผด็จการที่มุ่งก่อสงคราม ซึ่งผู้นำพม่ามีอำนาจที่เหนือกว่าอย่างมหาศาลในการออกคำสั่งกองทัพเผาทำลายบ้านเมืองที่ชนกลุ่มน้อยสถาปนาขึ้นมาเอง
อย่างไรก็ตาม สมรภูมิแห่งนี้กลับซับซ้อนและมืดหม่นกว่าที่ตาเห็น เพราะศัตรูของความสำเร็จไม่ได้มีเพียงแค่กองทัพรัฐบาล แต่คือรอยร้าวภายในของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่ยากจะประสานให้เป็นหนึ่งเดียว
ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของพม่าคือความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกลางกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีมาตั้งแต่ยุคได้รับเอกราช จากอดีตจนถึงปัจจุบันผู้นำทางทหารของกองทัพพม่าพยายามสร้างรัฐที่ชาวพม่าเป็นใหญ่ โดยไม่ให้ความเท่าเทียมแก่กลุ่มชาติพันธุ์อื่นและเข้ายึดครองทรัพยากรของชาติ จนพวกเขาต้องกลายเป็นเบี้ยล่างตลอดไป
เมื่อการก่อรัฐประหารปีค.ศ.2021 เกิดขึ้น ไฟแค้นจึงปะทุถึงขีดสุด ไม่ใช่เพียงกลุ่มชาติพันธุ์เดิมเท่านั้น แต่คนพม่ารุ่นใหม่ที่เรียกร้องประชาธิปไตยก็ได้รวมตัวกันจัดตั้ง กองกำลังป้องกันประชาชนหรือ PDF และหันไปฝึกอาวุธกับกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อกลับมาสู้กับรัฐบาลทหาร
ที่บอกว่ากองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์มีความสามัคคีไม่เหมือนกัน เพราะชนกลุ่มนอยในแต่ละกองกำลังต่างมีเป้าหมายและอุดมการณ์ส่วนตนที่ทับซ้อนและขัดแย้งกันเอง การแบ่งแยกระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันที่เห็นได้ชัดเจนคือในรัฐฉาน กองทัพรัฐฉานเหนือ (Shan State Army-North : SSPP) และกองทัพรัฐฉานใต้ (Shan State Army-South : RCSS) เคยรบกันเองอย่างดุเดือด
เช่นเดียวกับในรัฐชินที่มีกองทัพปฏิวัติโซมีพยายามแยกตัวออกมาปกครองตนเองจากรัฐชินอีกต่อหนึ่ง
ในขณะเดียวกันบางกลุ่มที่เข้มแข็งอย่าง กองทัพว้าแดง (UWSA : United Wa State Army) กลับเป็นพันธมิตรหลักของรัฐบาลทหารพม่าและได้รับสนับสนุนจากจีน ทำให้พวกเขาวางตัวนิ่งสงบในขณะที่กลุ่มอื่นกำลังลุกเป็นไฟ ส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ใกล้เคียงกันอย่างชาวมอญและชาวกะเหรี่ยง ยังมีการแย่งชิงพื้นที่ปกครองกันเอง จนเกิดการปะทะระหว่างกลุ่มต่อต้านด้วยกัน
เพราะฉะนั้นการล้มรัฐบาลทหารพม่าเป็นไปได้ยาก แม้ในปัจจุบันหลายกลุ่มจะพยายามพักรบกันเองเพื่อสู้กับศัตรูตัวใหญ่เพียงหนึ่งเดียว แต่ความไม่ไว้วางใจกลุ่มอื่น มีอุดมการณ์ที่ต่างกัน บางกลุ่มที่ต้องการแยกตัวเป็นประเทศเอกราช เรื่องนี้ยังคงเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นชัยชนะ
ในขณะที่ไฟแค้นยังคงแผดเผา แผ่นดินพม่าจึงกลายเป็นสมรภูมิที่มืดหม่น ที่ซึ่งพี่น้องชาติเดียวกันต้องจับอาวุธฆ่าฟันกันเองภายใต้เงาของกองทัพรัฐบาลที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ตราบใดที่ ความสามัคคี ยังไม่เกิดขึ้น ชัยชนะเหนือเผด็จการทหารอาจเป็นเพียงภาพลวงตาในท่ามกลางควันปืนและรอยเลือดของเพื่อนร่วมชาติ
ส่วนการสถาปนาสาธารณรัฐกอทูเล (Republic of Kawthoolei) เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ค.ศ.2026 ท่ามกลางสมรภูมิความขัดแย้งในพม่า เป็นความพยายามดิ้นรนเพื่อเอกราชของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ภายใต้การนำของ พลเอกเนอดา เมี๊ยะ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพกอทูเล
ความแตกแยกในกลุ่มกะเหรี่ยงถือเป็นปัญหาและความท้าทายที่สำคัญ เนื่องจาก KNU มีเป้าหมายที่จะสร้าง สหพันธรัฐ หรือการเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลทหารพม่าที่มีอำนาจปกครองตนเองมานาน แต่ทาง KTL ต้องการ เอกราชแยกตัวออกไปอย่างเด็ดขาด เหมือนกับกรณีไต้หวันที่ต้องการเป็นเอกราชจากจีน
ปมขัดแย้งของนายพลคนนี้ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง กล่าวคือในอดีตของพลเอกเนอดา เมี๊ยะ ลูกชายของนายพลโบ๊ะ เมี๊ยะ อดีตผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวกะเหรี่ยง ได้แยกตัวออกมาตั้งกองกำลัง KTL หลังจากถูก KNU สั่งปลดจากตำแหน่งผู้นำ KNDO เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการสังหารเชลยศึก ความแตกแยกนี้ทำให้กองกำลังกะเหรี่ยงขาดเอกภาพและส่งผลดีต่อกองทัพพม่าที่ต้องการเห็นศัตรูอ่อนแอจากการรบกันเอง
แม้จะมีประเทศกอทูเลเกิดขึ้นมาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว แต่ในการจัดตั้งประเทศกอทูเลนั้นยังมีอุปสรรคมากมายนานับประการ อาทิเช่น ขาดการยอมรับจากสากล เนื่องจากการประกาศเอกราชครั้งนี้เป็นแบบฝ่ายเดียว
ซึ่งตามกฎหมายระหว่างประเทศ หากรัฐบาลกลางของพม่าไม่ยอมรับ นานาชาติก็แทบจะไม่มีทางรับรองสถานะประเทศใหม่ได้ นอกจากนี้ กอทูเลยยังขาดองค์ประกอบสำคัญของรัฐ เช่น สกุลเงินของตนเอง และการรับรองจากสหประชาชาติหรือ UN
ในขณะที่กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อย่างกอทูเลและรัฐอื่นๆ มีทรัพยากรจำกัดและขาดความสามัคคี กองทัพพม่ากลับเป็นสถาบันการเมืองที่ทรงอิทธิพลสูงสุด มีศักยภาพและขีดความสามารถในการทำสงครามที่เหนือกว่ากลุ่มชาติพันธุ์อย่างเห็นได้ชัด
ผลจากการทำสงครามส่งผลให้มีการลี้ภัยจากการโจมตีจากกองทัพพม่าอย่างหนักต่อบ้านเรือนและฐานที่มั่นของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร
บางครั้งระเบิดมักจะตกห่างจากชายแดนไทยเพียงไม่กี่ร้อยเมตร บางครั้งมีระเบิดพลาดมาตกฝั่งไทย ส่งผลให้ประชาชนชาวไทยต้องหวาดผวากับสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนจากการสู้รบในขณะนี้
การสู้รบที่รุนแรงทำให้มีผู้หนีภัยความตายจากฝั่งพม่าทะลักเข้ามาในเขตไทยเป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ลี้ภัยสงครามกว่าร้อยคนที่เดินทางข้ามแดนเข้ามาทางทหารและตำรวจตระเวนชายแดนไทยได้ดูแลอย่างใกล้ชิดตามหลักมนุษยธรรม ไม่แน่ว่าหากสงครามกลางเมืองขยายตัวเป็นสงครามใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน อาจมีผู้อพยพทะลักเข้ามาถึงหลักหมื่นหรือแสนคนในพื้นที่ตากและแม่ฮ่องสอนรวมถึงพื้นที่อื่นๆในภาคเหนือและภาคตะวันตกของไทย
ประชาชนในหมู่บ้านที่อยู่ตามชายแดนไทย-พม่า บางครั้งต้องเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดรายชั่วโมง เด็กนักเรียนต้องหยุดเรียนกะทันหันเพราะมีเสียงระเบิดและเสียงปืนดังสนั่น ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงของไทย เช่น กองกำลังนเรศวร และ ตชด. ต้องจัดแผนอพยพประชาชนและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอยู่เสมอเพื่อรองรับความไม่แน่นอน
ในช่วงเวลาที่พม่ามีความขัดแย้งกันเองภายในประเทศ กองทัพไทยได้มีการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งในพม่าที่อาจส่งผลกระทบต่ออธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน โดยสนธิกำลังในการปฏิบัติการร่วมกันทั้งกำลังรบทางบกและกำลังรบทางอากาศ
กองทัพไทยเน้นการบูรณาการกำลังทุกส่วนเพื่อเฝ้าระวังชายแดนที่ยาวกว่า 2,401 กิโลเมตร โดยบนภาคพื้นดินมีการจัดวางกำลังรบและหน่วยเฉพาะกิจ หนึ่งในกองกำลังมีบทบาทเด่นในการรักษาชายแดนไทย-พม่านี้คือกองกำลังนเรศวร กองกำลังนี้รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน โดยมีหน่วยเฉพาะกิจหลักคือ ฉก.ราชมนู และ ฉก.สิงหนารถ ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นหน้าที่ของ กองกำลังผาเมือง ซึ่งหน่วยเหล่านี้จะบูรณาการการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับทหารพรานและ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ในฐานะหน่วยหน้า
ปัจจุบันกองทัพบกได้ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการตั้งรับมาเป็นการใช้งานข่าวกรองนำหน้า โดยการแต่งตั้งนายทหารจะไม่ได้เน้นที่ด้านยุทธการ จะมีการเพิ่มการหาข่าวจากหน่วยรบในพื้นที่ เพื่อให้สามารถรู้ก่อน เคลื่อนไหวก่อน และชิงลงมือทันที เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ ไม่เพียงเท่านี้กองทัพบกไทยยังมีการเตรียมพื้นที่รองรับผู้หนีภัยความตายจากการสู้รบตามหลักมนุษยธรรม เพื่อรักษาชีวิตเพื่อนมนุษย์ให้รอดพ้นจากความตายและให้มีชีวิตอยู่ต่อในดินแดนใหม่ ก่อนจะให้เดินทางกลับเมื่อสถานการณ์สงบลง
ทางด้านกองทัพอากาศไทยก็มีการส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลีขึ้นบินสกัดกั้นเครื่องบินรบพม่าที่บินมาโจมตีชนกลุ่มน้อยทวีจนอาจถึงขั้นบินล้ำน่านฟ้า หลังจากการบินสกัดกั้นแล้ว จึงต้องมีการบินลาดตระเวนรบเหนือพื้นที่ชายแดนไทย-พม่าต่อร่วมกับการลาดตระเวนของกองทัพบกและตชด.ที่คุ้มครองแผ่นดินไทยบนภาคพื้นดินตามป่าเขาลำเนาไพร
ด้วยความที่เครื่องบินขับไล่ F-16 ถือเป็นกระดูกสันหลังของกองทัพอากาศไทย มักจะถูกใช้ในการบินสกัดกั้นเพื่อส่งสัญญาณเตือนไม่ให้เครื่องบินรบกองทัพอากาศพม่าล้ำเส้นอธิปไตย ซึ่งบ่อยครั้งการบินของ F-16 ทำให้การล้ำเข้ามาของเครื่องบินกองทัพอากาศพม่าไม่มีพิษมีภัยในทันที
ประกอบกับการอัปเกรดเครื่องบินขับไล่ F-16 ตามโครงการ Mid Life Upgrade (MLU) ทำให้มีความสามารถทัดเทียมเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 จึงทำให้มีความเหมาะสมในการใช้อาวุธทางอากาศที่แม่นยำสูงต่ออากาศยานประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตกที่บินเข้ามาแล้วไม่ถอยออกไป เพราะฉะนั้นการบินสกัดกั้นและการบินลาดตระเวนถือเป็นความสามารถของ F-16MLU ที่ยังขึ้นบินพิทักษ์ชายแดนไทย-พม่าทั้งกลางวันและกลางคืน
สถานการณ์ชายแดนไทย-พม่านั้นไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะจบลงเมื่อใด ตราบใดที่การปะทะกันยังไม่จบ ด้านฝ่ายความมั่นคงของไทยเองยังคงเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ไฟสงครามขยายวงกว้างจากในประเทศพม่ามาประชิดชายแดนไทยจนเป็นสงครามใหญ่ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Rob Schleiffert
DN Aviation Arts
Wassna Nanuam
กองทัพบก Royal Thai Army
RTAF News
Daren Rose
ท้าวทองไหล
SUKASOM HIRANPHAN
กรมทหารพรานที่ 36
History World
RTA TALK
กองกำลังผาเมือง
SPY Channel
สารคดี-เมืองโบราณ-นายรอบรู้
VOICE TV
Thai PBS
ข่าวออนไลน์7HD
Ch7HDNews
AMARINTV : อมรินทร์ทีวี
ThairathNews-ข่าวไทยรัฐ
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
โฆษณา