2 พ.ค. เวลา 02:55 • สิ่งแวดล้อม

Landbridge: เมื่อ "ความเจริญ" อาจต้องแลกด้วย "ลมหายใจ" ของท้องถิ่นและทรัพยากรที่ประเมินค่าไม่ได้

​คำว่า "พัฒนา" ในพจนานุกรมเศรษฐกิจมักหมายถึงตัวเลข GDP ที่พุ่งสูงขึ้น แต่หากเรามองผ่านเลนส์ของความยั่งยืน การพัฒนาที่ยึดเอาภาคอุตสาหกรรมหนักเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว เป็นการ "ทำลาย" รากฐานที่สำคัญที่สุดของประเทศไปอย่างถาวร
​# ต้นทุนที่ธรรมชาติ "จ่าย" แต่ประเมินค่าเป็นเงินไม่ได้
​โครงการ Landbridge ไม่ได้เป็นเพียงแค่การวางรางรถไฟหรือสร้างท่าเรือ แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางนิเวศวิทยาครั้งใหญ่ของภูมิภาค
  • 1.
    ​ระบบนิเวศทางทะเล เรารู้กันดีว่า การขุดลอกร่องน้ำลึกจะสร้างตะกอนมหาศาลทับถมแนวปะการังและหญ้าทะเล ซึ่งเป็น "บ้าน" และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ซึ่งจะเติบโตเป็นอาหารให้กับมนุษย์ และคงสมดุลของระบบนิเวศในทะเล เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นจากโครงการนี้ การฟื้นฟูปะการังระดับนี้อาจต้องใช้เวลาชั่วอายุคน หรืออาจไม่สามารถเรียกกลับมาได้เลย
  • 2.
    ​ป่าชายเลน การสูญเสียพื้นที่ "เขตสงวนชีวมณฑล" ในแถบระนอง คือการลดปราการธรรมชาติในการดักจับคาร์บอนและป้องกันชายฝั่งทะเล ดังนั้นจะมีผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย
​# เมื่อ "ห่วงโซ่ชีวิต" ถูกตัดขาด
​ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ที่ปลาหรือปะการัง แต่มันคือการทำลายอาชีพที่ผูกพันกับทรัพยากรเหล่านี้แบบโดมิโน่ คือ
  • 1.
    ​เกษตรกร: สวนทุเรียนและพืชเศรษฐกิจที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัว (Terroir) ต้องสูญเสียที่ดินทำกินจากการเวนคืน
  • 2.
    ​ชาวประมงพื้นบ้าน: เมื่อแหล่งวางไข่สัตว์น้ำหายไป ความมั่นคงทางอาหารของชุมชนก็พังทลาย ส่งผลถึงราคาอาหารทะเลที่จะขยับตัวสูงขึ้นในอนาคต
  • 3.
    ​การท่องเที่ยว: เสน่ห์ของ "อันดามันตอนบน" และความเงียบสงบจะถูกแทนที่ด้วยเขตอุตสาหกรรมและเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่รักธรรมชาติจะมองหาจุดหมายอื่นทันที
​# ทางผ่านของสินค้า หรือ ความมั่งคั่งของคนไทย?
​เรากำลังจะเปลี่ยนพื้นที่จาก "ครัวของโลก" และ "สวรรค์ของการพักผ่อน" ให้กลายเป็นเพียง "ทางผ่านของสินค้า" ใช่หรือไม่?
การพัฒนาอุตสาหกรรมในยุคใหม่ควรยึดหลัก BCG (Bio-Circular-Green) ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากฐานทรัพยากรเดิมที่เรามีอยู่แล้วให้ดีที่สุด ไม่ใช่การขุดลอกหรือทำลายเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่แปลกแยกจากรากเหง้าของท้องถิ่น
--> ​บทสรุปที่ต้องขบคิดกันใหม่!
​เงินเยียวยาจากการเวนคืนที่ดินอาจจ่ายได้ในครั้งเดียว แต่ "โอกาส" ในการใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่บริสุทธิ์และการมีอาชีพที่ยั่งยืนบนฐานทรัพยากรของตนเองนั้นประเมินค่าไม่ได้
​ถึงเวลาหรือยัง? ที่ประเทศไทยจะหันมาให้ความสำคัญกับการรักษา "ต้นทุนทางธรรมชาติ" ให้เป็นมรดกที่ส่งต่อถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน มากกว่าการมุ่งเน้นการเติบโตทางอุตสาหกรรมที่ทิ้งรอยแผลไว้บนแผ่นดินอย่างถาวร
​#Landbridge #ความยั่งยืน #ทรัพยากรธรรมชาติ #เศรษฐกิจไทย #BCGModel #สิ่งแวดล้อม #SaveAndaman
โฆษณา