เมื่อวาน เวลา 03:00 • อาหาร
Rimping Supermarket NimCity Branch

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “Ravioli” (ราวิโอลี) หนึ่งในพาสต้าที่มีชื่อเสียงของอิตาลี

Ravioli (ราวิโอลี) คือพาสต้าอิตาเลียนชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นแผ่นแป้งบางประกบกัน สอดไส้ข้างในด้วยวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น ชีส เนื้อสัตว์ ผัก หรือแม้แต่ของหวาน มีลักษณะคล้ายกับเกี๊ยวของจีน นิยมทำเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ก็อาจพบในรูปแบบอื่น เช่น สี่เหลี่ยมผืนผ้า ครึ่งวงกลม หรือทรงกลม
.
ต้นกำเนิดของ Ravioli ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันวงการนักประวัติศาสตร์อาหาร เนื่องจากมีประวัติความเป็นมาไม่ค่อยแน่ชัด แต่อย่างไรก็ตามนักประวัติศาสตร์อาหารส่วนใหญ่เชื่อว่า Ravioli มีต้นกำเนิดย้อนกลับไปในยุคกลาง หรือประมาณศตวรรษที่ 12 ในประเทศอิตาลี
.
ตำนานเล่าว่าชาวอิตาเลียนมีการทำอาหารจากแป้งมาตั้งแต่ยุคโรมันโบราณแล้ว ต่อมาในศตวรรษที่ 12 ชาว Sicilian (กลุ่มชาติพันธุ์ชาวยุโรปที่มีถิ่นกำเนิดในซิซิลี) ก็เริ่มนำแป้งมาทำเป็นเส้นพาสต้าแล้วนำไปต้มในน้ำ โดยได้รับอิทธิพลจากชาวอาหรับที่เข้ามาปกครองเกาะซิซิลี ซึ่งพาสต้าในยุคนั้นมีหลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือ “Ravioli”
.
เอกสารที่เก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงอาหารที่มีลักษณะคล้ายกับ Ravioli นั้นปรากฏขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยเป็นบันทึกของพ่อค้าชาว Genoa ที่กล่าวถึงอาหารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “Raviolo” ซึ่งเป็นพาสต้าสอดไส้ด้วยสมุนไพร และชีส ด้วยเหตุนี้จึงมีการสันนิษฐานว่าคำว่า Raviolo นั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นรากศัพท์ของคำว่า Ravioli ในปัจจุบัน
.
นอกจากนี้ยังมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับที่มาของ Ravioli ที่เชื่อมโยงกับเมือง Naples ในช่วงศตวรรษที่ 13 ด้วย โดยเล่าว่ามีพ่อครัวคนหนึ่งชื่อ Raviolo ได้คิดค้นพาสต้าสอดไส้ชนิดนี้ขึ้นมา เพื่อเลี้ยงแขกที่มาเยือน อย่างไรก็ตาม ตำนานนี้ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หนักแน่นมายืนยัน
.
แม้จะมีหลักฐานกล่าวถึงอาหารที่คล้ายคลึงกับ Ravioli มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 - 13 แต่อย่างไรก็ตามเชื่อกันว่า Ravioli เริ่มได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 14 เนื่องจากในยุคนี้มีบันทึกที่กล่าวถึง Ravioli มากมาย อาทิ จดหมายของ Francesco di Marco Datini พ่อค้าจากเมือง Prato ในศตวรรษที่ 14 ซึ่งได้บรรยายถึงอาหารที่ทำจากแป้งแผ่นบางห่อด้วยสมุนไพรเขียว ชีสสด และไข่ ต้มในน้ำซุป
.
ในหนังสือ “Libro per cuoco” ปี 1400 จากเมืองเวนิส มีการกล่าวถึง Ravioli ที่ทำจากแป้งสาลี ไข่ และไส้ผักต่าง ๆ นอกจากนี้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 ประเทศอังกฤษเองก็มีการกล่าวถึง “Ravioli” ในตำราอาหารชื่อ “The Forme of Cury” ที่เขียนโดยพ่อครัวของกษัตริย์ริชาร์ดที่ 2 ด้วยเช่นกัน แต่จะใช้ชื่อว่า “Rauioles”
.
ในช่วงแรก Ravioli มีลักษณะที่แตกต่างจากที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ซึ่งไส้ในยุคแรกมักเป็นส่วนผสมง่าย ๆ เช่น ผัก สมุนไพร ชีส หรือเนื้อสัตว์ที่เหลือจากการปรุงอาหารอื่น ๆ และแป้งที่ใช้ห่อก็อาจจะมีความหนา และหยาบกว่าในปัจจุบัน
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป Ravioli ก็เริ่มมีการพัฒนาทั้งในด้านรูปร่าง ไส้ และวิธีการปรุง แคว้นต่าง ๆ ในอิตาลีต่างก็มีสูตร Ravioli ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เช่น Ravioli al plin จากแคว้น Piedmont จะมีขนาดเล็ก และมักเสิร์ฟพร้อมเนย และใบเสจ หรือ Ravioli di zucca จากแคว้น Emilia-Romagna มักมีไส้ฟักทอง
.
ในยุคเรเนซองส์ (Renaissance) Ravioli กลายเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในกลุ่มชนชั้นสูง และมีการบันทึกสูตร Ravioli ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยมีการใช้ส่วนผสมที่หรูหรา เช่น เนื้อสัตว์หายาก เครื่องเทศ และชีสที่มีราคาแพง ในยุคนี้ Ravioli มักถูกนำมาเสิร์ฟในงานเลี้ยง และเทศกาลสำคัญต่าง ๆ
.
เมื่อชาวอิตาลีอพยพไปยังทวีปต่าง ๆ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 พวกเขาก็นำเอาวัฒนธรรมอาหารของตนเองติดตัวไปด้วย ทำให้ Ravioli เริ่มเป็นที่รู้จัก และแพร่หลายในประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา และออสเตรเลีย โดยในแต่ละประเทศ Ravioli ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัตถุดิบ และรสชาติที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย
.
ในสหรัฐอเมริกา Ravioli กลายเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชาวอิตาเลียน-อเมริกัน ซึ่งได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Ravioli แบบบรรจุกระป๋อง และแบบแช่แข็งขึ้นมาด้วย ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึง Ravioli ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการนำ Ravioli มาทอดกรอบ เพื่อรับประทานเป็นอาหารว่างอีกด้วย
.
ปัจจุบัน Ravioli ยังคงเป็นอาหารอิตาเลียนที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มีการสร้างสรรค์ไส้ และซอสที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากไส้แบบดั้งเดิมแล้ว ยังมีไส้ล็อบสเตอร์ เห็ดทรัฟเฟิล หรือแม้กระทั่งไส้ของหวาน เช่น ช็อกโกแลต และริคอตต้าชีสด้วย
สามารถหาซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ ได้ที่ริมปิงทุกสาขานะคะ
โฆษณา