Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สงคราม story
•
ติดตาม
5 พ.ค. เวลา 13:19 • ประวัติศาสตร์
รัฐฉาน ดินแดนที่ต้องการเอกราช
“เรามีรัฐฉานเป็นของตัวเอง ไม่ต้องไปขอใคร เราเพียงแต่ต้องรักและดูแลบ้านเมืองของเรา”
“ต่างฝ่ายต่างไม่หาต้นเหตุปัญหาที่เกิดในประเทศ แต่กลับสร้างปัญหาระหว่างกัน แบ่งแยกเชื้อชาติ แย่งพื้นที่และทำสงครามต่อกัน นี่ไม่ใช้วิธีแก้ปัญหา มีแต่จะทำให้ประชาชนต้องลำบาก"
พลเอก เจ้ายอดศึก
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าจะเกิดที่ใดในโลก เราก็คือมนุษย์เหมือนกัน ต่างเผ่าพันธุ์ก็คือมนุษย์ไม่ใช่อื่น ต่างศาสนาก็คือมนุษย์ไม่ใช่อื่น ต่างทวีปก็คือมนุษย์ไม่ใช่อื่น มนุษย์อย่างเราๆต้องพึ่งพาปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต หากท่านใดอยากทราบว่าปัจจัย 4 คืออะไรท่านก็ลองไปค้นหาเอาเองนะครับ
สำหรับเรื่องราวในบทความนี้ก็ยังคงอยู่กันที่เรื่องราวของพม่า VS ชนกลุ่มน้อยอีกตอนหนึ่ง เดิมทีบทความนี้จะนำเสนอในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากผู้เขียนไปหาข้อมูลสำหรับเตรียมทำบทความเกี่ยวกับ Gripen เลยไม่ได้นำบทความนี้ลงในวันดังกล่าว ส่วนเรื่องราวของทอ.ไทยเตรียมจัดหา Gripen E/F เฟสที่ 2 ก็จะนำเสนอต่อในสงคราม Story v.2 ซึ่งท่านก็สามารถติดตามได้ในวันพรุ่งนี้ 20:00น.ครับ
หากเนื้อหาใดในบทความนี้ผู้เขียนนำเสนอแล้วไปสร้างความเกลียดชังให้แก่ชาติใดชาติหนึ่งก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ เนื่องจากบทความเกี่ยวกับรัฐฉานที่จัดทำขึ้นมานี้ ผู้เขียนต้องการนำเสนอข้อเท็จจริงมากกว่าที่จะสร้างความเกลียดชังให้กลายเป็นชนวนเหตุเเห่งการก่อสงคราม บทความนี้ไม่ได้มี AGENDA ฝ่ายใดเป็น Sponsor เรามีแต่เกร็ดความรู้สำหรับท่านผู้อ่านทั้งหลาย ถ้าพร้อมแล้วขอเชิญทุกท่านเข้าสู่เนื้อหาต่อไปนี้กันครับ
"ก้าวเข้ามาเป็นนักบินถือว่ามีความเสี่ยง เพราะการขึ้นบินในทุกเที่ยวมีความเสี่ยง ซึ่งคือ สิ่งที่เรายอมรับ เพื่อได้มา ซึ่งความพร้อม เพราะความพร้อมคือ หลักประกันของความอยู่รอดของประเทศชาติ และความอยู่รอด และอธิปไตย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะมาเตรียมการกันเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องใช้เวลา"
พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ
จากถ้อยคำแถลงสดุดี 2 นักบินแห่งกองทัพอากาศไทยที่สละชีพจากอุบัติเหตุเครื่องบินโจมตีขนาดเบา AT-6TH Wolverine ประสบอุบุติเหตุตกที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่เมื่อต้นปีพ.ศ.2569 ที่ฟังดูแล้วอาจเป็นถ้อยคำไว้อาลัย
คำกล่าวสดุดีของท่านผู้บัญชาการทหารอากาศ ไม่เพียงแต่จะเป็นการแถลงอย่างหนักแน่นถึงความพร้อมของกองทัพอากาศไทยในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยเหนือเขตน่านฟ้า แต่คำแถลงที่ทำนายอนาคตว่าในอีกไม่กี่เดือนนับจากนี้บนน่านฟ้าฝั่งตะวันของไทยจะมีเครื่องบินรบขึ้นบินดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดนที่มีความละเอียดอ่อน
ณ ท้องฟ้าสีครามสูงขึ้นไปเหนือดินแดนที่รายล้อมไปด้วยป่าไม้น้อยใหญ่ผสมผสานกับภูเขาสีเขียวขจีเป็นหนึ่งเดียวกัน เครื่องบินขับไล่ F-16 จากฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลีที่ทำหน้าที่ดูแลน่านฟ้าทางภาคเหนือและภาคตะวันตกของไทยจำนวน 2 เครื่องติดอาวุธครบมือทะยานแหวกอากาศส่งเสียงดังคำรามสนั่นไปทั่วท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขาตามแนวชายแดนอำเภอพบพระ จังหวัดตาก
เพื่อปฏิบัติภารกิจการบินขับไล่สกัดกั้นและลาดตระเวนทางอากาศการรุกล้ำอธิปไตย หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างทหารพม่าและกลุ่มต่อต้านในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจนมีกระสุนและระเบิดบางส่วนหลุดมาตกยังฝั่งไทย
เสียงกึกก้องของเครื่องบินรบแห่งกองทัพอากาศไทยดังสนั่นไปถึงแนวป่าลึกในรัฐฉาน ทหารกองทัพรัฐฉานกลุ่มหนึ่งที่กำลังลาดตระเวนอยู่ใต้ร่มไม้หนาทึบเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สำหรับชาวบ้านและทหารในแถบนี้ เสียงคำรามของ F-16 คือสัญลักษณ์แห่งความอุ่นใจของพี่น้องฝั่งไทย แต่สำหรับพวกเขาในฝั่งนี้ มันคือเครื่องเตือนใจถึงการต่อสู้เพื่ออิสรภาพที่ยืดเยื้อมานานกว่า 70 ปี
หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์อันยาวนานชาวไตหรือ ไทใหญ่มีรากเหง้าเดียวกับชาวไทยในปัจจุบัน ไม่ได้มีการอาศัยอยู่ ณ ที่ตั้งรกรากถาวรอย่างลุ่มน้ำสาละวินมานาน ชาวไทใหญ่มีขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก ก่อนจะมาเป็นไทใหญ่ในปัจจุบันนั้น ชีวิตช่างไม่ได้ง่ายอย่างที่เราๆท่านๆคิด
ต้นกำเนิดของบรรพบุรุษของชาวไทใหญ่นี้นอพยพมาจากตอนกลางของทวีปเอเชียหรือทางตอนเหนือของประเทศจีนในปัจจุบัน พวกเขาจัดอยู่ในตระกูลภาษาไท-กะได ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับชาวไทยและชาวลาว ในเชิงชาติพันธุ์ ชาวไทใหญ่ถูกเรียกว่าพี่คนโตเนื่องจากพวกเขาเป็นกลุ่มที่ปักหลักอยู่ในลุ่มน้ำสาละวินและรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนชาวไทยในประเทศไทยถูกเรียกว่าไทน้อยหรือน้องคนเล็กที่อพยพลงมาสร้างอาณาจักรในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ในอดีตเคยมีอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่เช่น อาณาจักรน่านเจ้า และ อาณาจักรไทมาว ก่อนจะกระจัดกระจายจากการรุกรานของจีนและมองโกล สำหรับรัฐฉานเดิมไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพม่า แต่ประกอบด้วยเมืองน้อยใหญ่กว่า 30-34 รัฐ เช่น เชียงตุง ยองห้วย และสีป้อ การปกครองแต่ละเมืองปกครองมีผู้ปกครองคือเจ้าฟ้า ซึ่งมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารแผ่นดินของแต่ละเมือง
การปกครองแบบรัฐจารีตมีความเป็นมาอย่างไร เมื่อพิจารณาจากการปกครองในยุคนั้น รัฐฉานประกอบด้วยเมืองน้อยใหญ่มากกว่า 30 ถึง 34 รัฐ โดยแต่ละรัฐมีเจ้าฟ้าเป็นผู้ปกครองสูงสุดสืบต่อกันมาตามสายเลือด แต่ละรัฐมีหอคำหรือพระราชวังเป็นศูนย์กลางการบริหาร มีระบบกฎหมาย และมีกองกำลังทหารเป็นของตนเองอย่างเป็นอิสระ
เจ้าฟ้าทั้งหลายจะดูแลราษฎรเสมือนลูกหลาน เมืองแต่ละเมืองมีอิสระในการบริหารจัดการทรัพยากรและเศรษฐกิจของตนเอง เช่น เชียงตุงที่รุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการค้าในยุคนั้น
และแล้วกาลเวลาผ่านไปอิทธิพลการล่าอาณานิคมก็มาเยือน เมื่อมาถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิอังกฤษได้เข้ามาปกครองและแยกการบริหารรัฐฉานออกจากพม่าแท้อย่างชัดเจน จนกระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพไทยภายใต้รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เคยเข้ายึดครองรัฐฉานและจัดตั้งเป็นสหรัฐไทยเดิม
ก่อนจะต้องคืนดินแดนให้อังกฤษหลังจบสงครามจนนำไปสู่ความขัดแย้งความครั้งใหม่ที่ยือเยื้อนานกว่าเดิม ในปีค.ศ.1947 นายพลอองซาน ผู้นำพม่าในขณะนั้นได้ลงนามในสัญญาปางหลวงร่วมกับเจ้าฟ้าไทใหญ่ เพื่อรวมตัวกันไปขอเอกราชจากอังกฤษ แต่ทว่าอนาคตกลับมืดหม่นไม่ได้สว่างไสวดั่งแสงอาทิตย์ส่องกระทบพื้นดิน
หลังจากที่พม่าได้รับเอกราชแล้ว ก็มีข่าวใหญ่ว่านายพลอองซานถูกลอบสังหาร และในปีค.ศ.1962 นายพลเนวินได้ทำการรัฐประหาร ฉีกสัญญาปางหลวงทิ้ง และจับกุมเหล่าเจ้าฟ้าไปคุมขัง ซึ่งหลายท่านรวมถึง เจ้าซวยแต้ ประธานาธิบดีคนแรกของพม่า เจ้าฟ้าเมืองยองห้วยได้สิ้นพระชนม์ในคุก
ความสูญเสียอธิปไตยนำไปสู่การก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติต่าง ๆ เช่น กองทัพรัฐฉานและ กองทัพเมืองไตของขุนส่า เพื่อสู้รบกับกองทัพพม่า
จากสงครามที่ยืดเยื้อในการปะทะกับรัฐบาลทหารพม่าส่งผลให้ชาวไทใหญ่จำนวนหลายล้านคนต้องอพยพเข้ามาทำงานและลี้ภัยในประเทศไทย ส่วนมากมักเป็นกลุ่มคนมีการศึกษาที่หนีภัยการเมือง ไม่เพียงเท่านี้ชาวไทใหญ่ที่หนีการสู้รบมาบวชเป็นพระในไทยก็มี
หากจะกล่าวถึงภูมิประเทศแล้ว รัฐฉานตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมียนมา มีพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 150,000 ถึง 160,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งถือเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดและคิดเป็นพื้นที่เกือบ 1 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งประเทศ หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน พื้นที่ของรัฐฉานมีขนาดใหญ่กว่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยรวมกัน
ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็น ที่ราบสูงสลับกับเทือกเขาสูงชัน หรือที่เรียกว่าที่ราบสูงฉาน โดยมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ประกอบด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อนหนาแน่น เช่น เมืองตองจีซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของรัฐฉานใต้ ตั้งอยู่บนแอ่งระหว่างภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,400 เมตร ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดปี
ที่นี่มีแม่น้ำสาละวินเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่สุดที่ไหลผ่านกลางรัฐจากทิศเหนือจรดทิศใต้ นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสายใหญ่อื่น ๆ เช่น แม่น้ำมาว, น้ำตู้ และน้ำเต็ง ซึ่งช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์ ในหุบเขาทางทิศใต้ของเมืองยองชเวมีทะเลสาบอินเล เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีพื้นที่ราว 158 ตารางกิโลเมตร และเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในรัฐฉานตอนล่าง
ทรัพยากรธรรมชาติในรัฐฉานอุดมไปด้วยป่าไม้ที่เป็น แหล่งไม้สักทอง และแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น อัญมณี พลอยแดงจากเมืองก๊ก เงินบริสุทธิ์ ทองคำ เหล็ก และดีบุก
จนได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของภูมิภาคในอดีต
ความซับซ้อนของภูมิประเทศที่มีภูเขากั้นขวางอยู่ทั่วไปทำให้การสร้างถนนและการเดินทางระหว่างเมืองมีความยากลำบากและต้องใช้งบประมาณสูงมาก
ภูมิประเทศที่เข้าถึงยากนี้ยังเป็นปราการทางธรรมชาติที่ทำให้การควบคุมพื้นที่จากรัฐบาลส่วนกลางเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาได้แบ่งพื้นที่รัฐฉานออกเป็น 3 ส่วนหลักตามสภาพภูมิศาสตร์ คือ รัฐฉานเหนือ รัฐฉานใต้ และรัฐฉานตะวันออก
ต่อให้รัฐฉานจะมีความพยายามและสิทธิในการปกครองตนเองตามประวัติศาสตร์ รัฐบาลพม่าเองก็มีเหตุผลสำคัญหลายประการที่ไม่ยอมปล่อยให้ดินแดนแห่งนี้แยกตัวเป็นเอกราชได้ง่ายๆ
ปัจจัยแรกคือความสำคัญทางยุทธศาสตร์และทรัพยากรมหาศาล เพราะรัฐฉานมีขนาดพื้นที่ใหญ่มาก คิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของพื้นที่ทั้งประเทศพม่าหากพม่าสูญเสียรัฐฉานไป จะหมายถึงการสูญเสียชัยภูมิสำคัญที่มีพรมแดนติดกับ 3 ประเทศ คือ จีน ลาว และไทย ปัจจัยที่สองดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรที่มีค่ามหาศาล ทั้งไม้สักทอง อัญมณีล้ำค่า เช่น พลอยแดงจากเมืองก๊ก เงินบริสุทธิ์ และแร่ธาตุต่างๆ พม่าตระหนักดีว่าหากรัฐฉานแยกตัวออกไป พวกเขาจะสูญเสียแหล่งรายได้หลักและทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ไปทันที
หลังจากที่มีการฉีกสัญญาปางหลวงทิ้ง พม่าได้ใช้กำปั้นเหล็กและข้ออ้างเรื่องความมั่นคงของชาติมาครอบงำความถูกต้องของสัญญาเดิม
พร้อมกันนี้รัฐบาลพม่าพยายามทำลายโครงสร้างการปกครองเดิม โดยการบีบบังคับให้เหล่าเจ้าฟ้ายกเลิกการมีฐานันดรและสิทธิ์ในการปกครองรัฐของตนเอง หนึ่งในนั้นมีผู้นำที่ขัดขืนอย่างเจ้าซวยแต้ ประธานาธิบดีคนแรกของพม่าซึ่งถูกจับกุมจนต้องไปใช้ชีวิตในคุก
นโยบายพม่าเป็นหนึ่งเดียวเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่พม่าพยายามกดทับอัตลักษณ์และทำลายศักดิ์ศรีของชาวไทใหญ่โดยการห้ามสอนภาษาไทใหญ่ในโรงเรียน และพยายามเปลี่ยนวัฒนธรรมดั้งเดิมให้กลายเป็นพม่านิยมทั้งหมด
ในยุคสงครามเย็น ทหารพม่าใช้สถานการณ์ความวุ่นวาย เช่น การเข้ามาของทหารก๊กมินตั๋ง เป็นข้ออ้างในการส่งกองทัพเข้ามาประจำการในรัฐฉานอย่างถาวร ปัจจุบันมีการตั้งด่านตรวจ ควบคุมการเดินทาง และเก็บภาษีซ้ำซ้อนจากประชาชนเพื่อสร้างความยำเกรงต่ออำนาจรัฐส่วนกลาง
มีการใช้ยุทธศาสตร์ 4 ส่วนเพื่อไม่ให้กลุ่มกู้ชาติได้รับการสนับสนุน กองทัพพม่าได้ใช้ยุทธวิธีที่โหดร้าย เช่น การส่งทหารเผาทำลายหมู่บ้านและบังคับย้ายถิ่นฐานประชาชนจากป่าไม้และภูเขาเข้าสู่ตัวเมืองภายในเวลาสั้นๆ หากใครขัดขืนจะถูกทารุณกรรมหรือยิงทิ้ง บางครั้งก็ต้องหนีเข้ามาจนทางการไทยต้องให้ความคุ้มครอง นี่ไม่ต่างอะไรกับพ่อแม่รังแกฉันจนลูกต้องออกตามหาอิสระโดยไม่พึ่งพาคนในบ้าน
เมื่อเกิดการสู้รบชาวไทยใหญ่ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่จำใจต้องทิ้งบ้านเรือนเพื่อหนีตายเข้ามาลี้ภัยในฝั่งไทย แต่บางครั้งชาวไทใหญ่ที่ต้องเข้ามาทำงานในไทยก็อาจไม่ได้มีคนดีเสมอไป ก็อาจมีชาวไทใหญ่กลุ่มหนึ่งผันตัวจากผู้ลี้ภัยมาเป็นแก๊งสแกมเมอร์และก่ออาชญากรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชาวไทย ความมั่นคงของไทย สังคมของไทยและเศรษฐกิจของไทยโดยตรง จนนำไปสู่การกวาดล้างร่วมกันระหว่างตำรวจและทหาร
หลังจากที่มีการสู้รบยืดเยื้อมาตั้งแต่การก่อรัฐประหารปีค.ศ.2021 การปะทะกันอย่างรุนแรงทำให้มีอาวุธหนักและระเบิดมาตกในเขตไทยส่งผลให้ทหารและตชด.ไทยจึงจำเป็นต้องยิงเตือนให้ฝ่ายตรงข้ามระมัดระวัง ก่อนที่สงครามระหว่างชาวไทใหญ่กับทหารพม่าจะบานปลายเป็นสงครามใหญ่ลุกลามมาถึงแผ่นดินไทย
ในห้วงเวลาเดียวกัน เครื่องบินรบของเมียนมาบินล้ำเข้ามาในน่านฟ้าไทยขณะโจมตีกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้กองทัพอากาศไทยต้องส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จากกองบิน 4 ตาคลีขึ้นบินลาดตระเวนเพื่อปกป้องน่านฟ้าและป้องปรามไม่ให้เกิดการล่วงละเมิดอธิปไตย หลังจากที่ทหารไทใหญ่รับรู้ได้ถึงเสียงคำรามของเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่บินมาพิทักษ์อธิปไตยและสร้างความอุ่นใจให้แก่ราษฎรตามแนวชายแดน
บนยอดดอยสูงแห่งรัฐฉาน พลเอกเจ้ายอดศึก ก็ได้ปรากฏตัวเป็นตัวละครที่มีบทบาทโดดเด่นและเป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญที่สุดของชาวไทใหญ่ในยุคปัจจุบัน
ท่านไม่ได้เป็นเพียงผู้นำกองทัพรัฐฉานหรือ SSA และประธานสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉานหรือ RCSS เท่านั้น แต่ยังถูกยกย่องให้เป็นวีรบุรุษแห่งไทใหญ่ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและเสรีภาพของชนชาติที่ต่อสู้เพื่อสิทธิในการปกครองตนเองมาอย่างยาวนาน
ในสายตาของชาวไทใหญ่ เจ้ายอดศึกคือผู้นำที่มีทั้งความเข้มแข็งทางการทหารและความนุ่มนวลทางการทูต โดยท่านมุ่งเน้นการสร้างเอกภาพในหมู่ชาติพันธุ์และการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความรุนแรง
ความโดดเด่นของเจ้ายอดศึกยังรวมไปถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับประเทศไทย โดยท่านและชาวไทใหญ่ต่าง เทิดทูนและเคารพรักในสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย อย่างหาที่สุดมิได้ บนดอยไตแลงซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญ เจ้ายอดศึกได้น้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการพัฒนาชุมชน การศึกษา และโรงเรียน เพื่อให้ราษฎรไทใหญ่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ในขณะที่กองทัพอากาศไทยใช้ F-16 เป็นโล่ปกป้องน่านฟ้า กองกำลังของเจ้ายอดศึกก็ทำหน้าที่เป็น Buffer State ที่สำคัญยิ่งบนผืนดิน ท่านช่วยสกัดกั้นการแผ่ขยายของกลุ่มอิทธิพลอื่นและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งช่วยลดภาระด้านความมั่นคงให้กับประเทศไทยได้อย่างมหาศาล
ดังนั้น ในวันที่เสียงเครื่องบินรบจากตาคลีดังสนั่นป่า ภาพของเจ้ายอดศึกที่ยืนหยัดอยู่บนดอยไตแลงจึงเปรียบเสมือนดั่งดาวเหนือ ที่ส่องสว่างนำทางและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องชาวไทใหญ่ว่าศักดิ์ศรีและเสรีภาพของพวกเขาจะได้รับการปกป้องตลอดไป
ชีวิตชาวไทใหญ่มีที่มาจากทางตอนเหนือของประเทศจีน แม้จะถูกขับไล่กี่ครั้ง ถูกต่อต้านจากกองทัพพม่ากี่ครั้ง พวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะยืนหยัดต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่าที่ยังคงถือไพ่ในมือนั่นก็คือคำว่าพม่าเป็นหนึ่งเดียว แล้วสงครามนี้จะจบลงอย่างไร ชาวไทใหญ่จะมีเอกราชหรือไม่หากรัฐฉานสถาปนาขึ้นเป็นประเทศ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
4Aviation
Palle Nørby Christensen
Know Shan State
Myanmar Now
The Irrawaddy
เรื่องเล่าจากบันทึก
Thai Publica
thairanger0141170632
กองทัพบก Royal Thai Army
TOP NEWS LIVE
ข่าววันนี้ New
โจ๋ย บางจาก ส่องโลก
เรื่องเล่าบันเทิง CHANNEL
ใบบุญชาแนล
THAI PBS
AMARIN TV : อมรินทร์ทีวี
Wim Calleart
เรียบเรียงโดย : แดง ภูมะเขือ
ทหาร
การเมือง
ประวัติศาสตร์
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย