Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Blockdit
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
6 ชั่วโมงที่แล้ว • สุขภาพ
ทำไมบางคนกินเผ็ดได้เหมือนกินขนม? ไขความลับที่คนเราทนเผ็ดได้ไม่เท่ากัน
เชื่อว่าในกลุ่มเพื่อนจะต้องมีอยู่คนนึงที่เป็นแบบนี้ เวลาที่เรารวมตัวกันไปนั่งกินส้มตำที่ร้านกับเพื่อน แล้วเพื่อนคนนั้นดันเคี้ยวพริกต่อหน้าต่อตาเราโดยทำหน้าตาเฉยเหมือนแค่กินถั่วฝักยาว
ส่วนเราหรอ? แค่ตักกินส้มตำเข้าปากไปคำเดียว เหงื่อก็ไหลออกมาเหมือนคนไปออกกำลังกายมาเลย หน้าแดงก่ำจนต้องรีบไปคว้าแก้วน้ำมาดื่มรัว ๆ
จนอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมการกินเผ็ดของแต่ละคนถึงแตกต่างกันขนาดนี้
ทำไมบางคนถึงเกิดมาพร้อมกับการกินรสชาติเผ็ดได้ดี ในขณะที่บางคนทนรสเผ็ดไม่ได้เลย
วันนี้ Blockdit จะขอพาไปเจาะลึกกันว่าด้วยเรื่องวิทยาศาสตร์ของความเผ็ด ที่จะทำให้เข้าใจว่า ความเผ็ดนั้นไม่ใช่รสชาติ แต่มันคือ “ความเจ็บปวด” ที่คนเราดันหลงรักครับ
1. ความเผ็ดนั้นไม่มีจริง
อย่างแรกเลยที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนคือ “เผ็ด” ไม่ใช่รสชาติ (เหมือน หวาน เปรี้ยว เค็ม ขม) แต่มันคือ ความรู้สึกปวด
ในพริกเนี่ยมีสารตัวแสบที่ชื่อว่า Capsaicin เจ้าสารตัวนี้มันไม่ได้เข้าไปทักทายต่อมรับรสที่ลิ้นเราเฉย ๆ แต่มันวิ่งไปจับกับตัวรับความรู้สึกที่ชื่อว่า TRPV1 ซึ่งปกติแล้วเจ้าตัวนี้มีหน้าที่ตรวจจับ “ความร้อน” (เช่น เวลาเรากินของร้อนเกิน 43 องศาเซลเซียส) เพื่อเตือนให้เราพ่นออกมาลิ้นจะได้ไม่พอง
แต่ Capsaicin มันดันเป็นเหมือนกุญแจผี ที่เข้าไปเสียบกับ TRPV1 แล้วหลอกสมองว่า “ตอนนี้ในปากกำลังโดนไฟเผานะ” ทั้งที่อุณหภูมิห้องก็ปกติ ผลคือสมองสั่งการทันที เป็นผลทำให้เกิด เหงื่อไหล, น้ำตาเล็ด, น้ำมูกไหล เพื่อพยายามระบายความร้อนที่สมองคิดว่ากำลังเกิดขึ้นอยู่นั่นเอง
2. DNA มีไม่เท่ากัน
ทำไมเพื่อนเราบางคนถึงชิลล์มากเวลากินของเผ็ด วิทยาศาสตร์บอกว่าส่วนหนึ่งมากจาก “พันธุกรรม” นั่นเอง
มีการศึกษาพบว่าจำนวนตัวรับ TRPV1 ในช่องปากของแต่ละคนนั้นมี “ความหนาแน่น” ไม่เท่ากัน บางคนโชคดีหน่อย (หรือโชคร้ายก็ไม่รู้นะ) ที่เกิดมาพร้อมกับตัวรับ TRPV1 จำนวนมหาศาล ทั่วลิ้น ทั่วเหงือก ทั่วกระพุ้งแก้ม แค่ปลายพริกขี้หนูแค่เศษเสี้ยวก็ทำให้สะเทือนระบบร่างกายได้เลย
ในขณะที่บางคนที่มีตัวรับนี้น้อยกว่า หรือมีการกลายพันธุ์ของยีนที่ทำให้ตัวรับเหล่านี้ “ตื่นยาก” กว่าปกติ คนพวกนี้เลยเหมือนมีเกราะป้องกันความร้อนในปากโดยธรรมชาติ จะกินพริกไป 10 เม็ด หรือซดก๋วยเตี๋ยวต้มยำพริกพูนๆเต็มถ้วย ก็ยังนั่งยิ้มกินอย่างอร่อยได้หน้าตาเฉย
3. การฝึกฝนกินเผ็ดก็มีสิทธิ์ชนะได้นะ
หากตัวคุณที่เกิดมาพร้อมกับยีนลิ้นเหล็ก ก็อย่าเพิ่งเสียใจไปนะ เพราะเราสามารถฝึก “ความด้านชา” ต่อความเจ็บปวดได้เหมือนกัน
ในวงการวิทยาศาสตร์เรียกว่ากระบวนการ Capsaicin Desensitization คือการที่เรากินเผ็ดทีละนิดอย่างต่อเนื่อง สารแคปไซซินจะเข้าไปกระตุ้นตัวรับ TRPV1 บ่อย ๆ จนมันเริ่มล้า และตอบสนองน้อยลงเรื่อย ๆ
1
นอกจากนี้เซลล์ประสาทส่วนปลายอาจจะมีการถอยร่น ตัวรับกลับเข้าไปข้างใน หรือทำงานช้าลง ทำให้คนที่กินเผ็ดบ่อย ๆ รู้สึกว่า เริ่มมีการอัปเกรดลิ้นตัวเองได้ จากพริก 1 เม็ด เป็น 5 เม็ด ได้ภายในไม่กี่เดือน
4. ถึงจะเผ็ดแต่ก็หยุดกินไม่ได้
เคยสงสัยไหม ตอนเรากินเผ็ดมาก ๆ ปากก็พอง น้ำตาก็ไหล แต่ทำไมเรายังตักอาหารเผ็ดกินต่อ
เคยกินแกงส้ม แกงไตปลา หรือต้มยำ กันมั้ย นั่นแหละอารมณ์กินเผ็ดแล้วอร่อย แล้วหยุดไม่ได้
นั่นเป็นเพราะเมื่อสมองรับรู้ว่าเรากำลัง “เจ็บ” (จากฤทธิ์แคปไซซิน) มันก็จะหลั่งสารแห่งความสุขออกมาช่วยบรรเทา
- Endorphins เป็นยาระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกาย ทำให้เรารู้สึกเคลิ้มและผ่อนคลาย
- Dopamine เป็นสารที่ทำให้เรารู้สึกฟิน และอยากทำสิ่งนั้นซ้ำ ๆ
สภาวะนี้มีชื่อเรียกว่า Benign Masochism หรือการมีความสุขจากความเจ็บปวดที่ไม่อันตราย สมองก็จะเรียนรู้ว่า นี่ไม่ใช่ไฟไหม้ในปากนะ เรายังปลอดภัยดี หลังจากนั้นมันเลยดื่มด่ำไปกับ Endorphins ที่หลั่งออกมาแทน กลายเป็นความรู้สึกเผ็ดสะใจ ที่หาอะไรมาแทนไม่ได้นั่นเอง
1
รู้หรือไม่?
น้ำเปล่าคือศัตรู นมคือฮีโร่ เพราะถ้าเผลอกินเผ็ดจนทนไม่ไหว อย่าคว้าน้ำเย็นไปดื่มเด็ดขาด เพราะ Capsaicin เป็นสารที่ไ่ม่ละลายในน้ำนั่นเอง การเอาน้ำไปราดเหมือนกับการเอาน้ำไปฉีดใส่น้ำมัน มันก็จะแค่กระจายความเผ็ดให้ทั่วปากกว่าเดิม
วิธีที่ได้ผลที่สุดตามหลักวิทยาศาสตร์
1.
นม/โยเกิร์ต = ในนมมีโปรตีน Casein ที่ทำหน้าที่เข้าไปขจัด Capsaicin ออกจากตัวรับ TRPV1
2.
น้ำตาล/น้ำผึ้ง = ความหวานจะช่วยดูดซับแคปไซซินและเบี่ยงเบนสัญญาณความเจ็บปวดในสมองได้
3.
แป้ง/ข้าว = ช่วยดูดซับสารแคปไซซินออกจากลิ้นเหมือนกับฟองน้ำ
สรุปแล้ว การที่เรากินเผ็ดได้ไม่เท่ากันนั้น มันคือส่วนผสมของ ความแตกต่างทาง DNA รวมกับ ประสบการณ์การฝึกฝนการต้านความเผ็ดของแต่ละบุคคล
ใครที่ยังกินเผ็ดไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนนะ เพราะความอร่อยมีหลายมิติ แต่ถ้าใครอยากลองก้าวเข้าสู่โลกของความเผ็ดแบบสะใจที่มีความสุขก็ค่อย ๆ เริ่มจากพริกครึ่งเม็ด ต่อยอดพัฒนาไปเรื่อย ๆ แล้ววันหนึ่งคุณอาจจะเข้าใจว่า ทำไมคำว่า “เผ็ดสะใจ” มันถึงมีความหมายยิ่งกว่ารสชาติใด ๆ ในโลก
มาคอมเมนต์กันหน่อยว่าใครอยู่ทีมไหนกัน ระหว่าง “ทีมไม่กินเผ็ด” กับ “ทีมกินเผ็ดสะใจ”
Ref.
https://www.geneusdna.com/th/blog/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89
https://thematter.co/lifestyle/why-people-love-spicy-food/218114
https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=1719&context=tjps
https://explore.nrct.go.th/search_detail/result/1400
https://www.scientificamerican.com/blog/thoughtful-animal/on-capsaicin-why-do-we-eat-love-hot-peppers/#:~:text=Since%20capsaicin%20is%20a%20member,cause%2C%20which%20explains%20capsaicin's%20burn
.
เมื่อคอมเมนต์กันแล้ว ผู้ใช้ Blockdit ยังสามารถแลกรับส่วนลดบริการทำความสะอาดพื้นฐานของคุณแม่บ้านบีนีท
เพียงซื้อดีล 19 บาท เพื่อรับส่วนลด 10% จาก BeNeat
📲 คลิก Banner เลย
เยี่ยมชม
blockdit.com
ส่วนลดบริการทำความสะอาดพื้นฐาน | BeNeat
ส่วนลดบริการทำความสะอาดพื้นฐาน | BeNeat Buy 19 Discount 10%
Blockdit Invest ครบทุกมิติสำหรับ คนชอบลงทุน
ชวนแสดงความเห็นหุ้นไทย หุ้นอเมริกา และติดตามข่าวสารจากเพจสถาบันการเงินชั้นนำ
📲https://www.blockdit.com/invest/latest
ความรู้
วิทยาศาสตร์
สุขภาพ
30 บันทึก
31
3
48
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Blockdit Series : DID YOU KNOW?
30
31
3
48
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย