7 พ.ค. เวลา 13:00 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

Project Hail Mary ภารกิจกู้สุริยะ (ชายผู้เสียสละเพื่อมนุษยชาติ?)

"2 คู่หู กับภารกิจ ช่วยเหลือเผ่าพันธุ์ของตัวเอง"
2
เล่าละเอียดจัดๆ ก่อนเราจะไปอ่านสปอยล์กัน อยากบอกว่าเรื่องนี้ได้ดูมาซักพักนึงแล้วแต่ยังคงความประทับใจไว้ในหัวใจอย่างท้วมท้น เนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับปฎิบัติการของ NASA กับ project ARTEMIS II ที่ส่งนักบินอวกาศ 4 คน ไปวนรอบดวงจันทร์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการ Landing อีกครั้ง นับตั้งแต่ APOLLO 11
ข้าพเจ้าเองไม่ได้ดู trailer ก่อนที่จะไปดู ได้รับฟังสปอยล์ความรู้สึกมาบ้างจากเพื่อนรักที่ได้เข้าชมตั้งแต่วันแรกที่หนังเข้าฉายว่า "หนังสนุกมาก ชีวิตนี้ควรไปดู" (จริงๆมันก็เว่อ!)
ด้วย poster และตัวเอก ทำให้อยากไปดูภาพยนต์เรื่องนี้อยู่แล้ว และต้องบอกว่าไม่ผิดหวังจริงๆทั้งกับเนื้อเรื่องและการแสดง
1
Project Hail Mary หรือ ภารกิจกู้สุริยะ คือนิยายวิทยาศาสตร์ของ Andy Weir คนเดียวกับที่เขียน The Martian (ที่ก็มีหนังเหมือนกันนำแสดงโดย แมตต์ เดมอน)
แสดงนำโดย Ryan Gosling รับบทนำ ที่เห็นหน้าก็การันตีผลงานได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพจำใน La La Land หรือในบท KEN จากหนัง Barbie
เอาล่ะเรามาเข้าสู่ part spoil เนื้อหากันเลยดีกว่า
START>>>
ฉากแรกเปิดมาด้วยการตื่นขึ้นของชายหนุ่มหนวดเคราครึ้ม ในแคปซูลที่ถูกรายล้อมด้วยแขนจักรกลที่กำลังวัดค่าต่างๆในร่างกายของเค้า "เกรซ" (ไรอัน กอสลิ่ง) ดิ้นหลุดออกจากสายระโยงระยางจนตกจากที่นอน และคว้าสิ่งรอบตัว พร้อมกับโวยวายด้วยอาการโกรธเกรี้ยว
มองไปรอบตัวพบแต่ห้องที่ดูเหมือนกับในยานอะไรซักอย่าง และพบว่าที่หายไปจากตัวเองนอกจากเสื้อผ้าแล้ว คือความทรงจำ..
เค้าเริ่มประติดประต่อภาพที่เห็นเข้าด้วยกันและคิดว่านี่คือยานอวกาศ ส่วนตัวเค้าเองนั้นอาจจะอยู่นอกโลก เกรซสอบถามหุ่นยนต์ในยานที่สามารถโต้ตอบได้ (เหมือน chatgpt)
เกรซพบว่าเค้าเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวในยานลำนี้ นอกเหนือจากเค้ามีมนุษย์อีก 2 คน คือ กัปตันเหยา (ชายวัยกลางคนชาวเอเชีย) และ Olesya Ilyukhina วิศวกรหญิงชาวรัสเซีย แต่ทั้งคู่ต่างเสียชีวิตไปแล้ว เนื่องจากความผิดพลาดของการเดินทางแบบ Hyper sleep ทำให้ทั้งคู่ไม่สามารถตื่นขึ้นมาเหมือนเกรซได้
เค้าพบว่าเค้ารู้จักอุปกรณ์ภายในยานแบบที่คนธรรมดาไม่น่ารู้จัก และหุ่นยนต์ในยานเองเรียกเค้าว่า ดอกเตอร์เกรซ (Dr.Ryland Grace)
1
เกรซคำนวณปริมาณเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ภายในยานและค้นพบว่าหากเค้าจะกลับไปยังโลก จากตำแหน่งที่เค้าอยู่นั้น ด้วยเชื้อเพลิงที่มีจะต้องใช้เวลาถึง 111 ปี
(ถ้าคุณเป็นเกรซ แล้วรู้ว่าชีวิตที่เหลืออยู่ต้องอยู่บนยานอวกาศลำนี้ไปตลอด คุณจะทำอย่างไร? เป็นคำถามที่ BFYG ถามตัวเองหลังจากได้ยิน ข้อมูล 111 ปี)
เรื่องราวจะตัดสลับไปมาระหว่างความทรงจำบนโลกก่อนที่เกรซจะมาถึงจุดนี้ในอวกาศอันไกลโพ้น กับชีวิตของเกรซบนยาน
บทบาทดั้งเดิมของเกรซก่อนจะมาร่วมโปรเจคเป็นแค่ คุณครูในโรงเรียนมัธยมธรรมดาๆ สอนวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ในช่วงเวลาที่สุดแสนจะธรรมดานั้น ก็มีข่าวใหญ่ว่า แสงของดวงอาทิตย์เหมือนถูกกัดกินและแสงค่อยๆหรี่ลง
หนึ่งในนักเรียนของเกรซยังถามเค้าเกี่ยวกับข่าวนี้ว่าในอีก 30 ปี แสงอาทิตย์มีโอกาศดับลง ไปสู่จุดสิ้นสุดของมวลมนุษยชาติได้เลยใช่หรือไม่
หลังเลิกเรียนวันนึง เกรซ ได้พบกับ "เอวา" (นำแสดงโดย Sandra Hüller) เข้ามาทาบทามให้เกรซไปช่วงวิเคราะห์สิ่งมีชีวิตประหลาดที่กัดกินแสงอาทิตย์ เพราะสนใจในงานวิจัยเก่าของเกรซ (ที่จริงๆแล้วหักล้างกับแนวคิดนักวิทยาศาสตร์ทั่วไปอย่างต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตไม่ได้มาจากน้ำ) และคิดว่าเค้าฉลาดมากพอที่จะวิเคราะห์ได้ว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนึ้คืออะไร และทำอะไรได้บ้าง
You're smart. You'll figure it out.
เกรซค้นพบว่า Astrophage (ตัวกินแสงอาทิตย์) แพร่พันธุ์บนดาวศุกร์โดยใช้คาร์บอนไดออกไซด์ และใช้พลังงานกับไฮโดรเจนจากดวงอาทิตย์ (ซึ่งหักล้างงานวิจัยดั้งเดิมของตัวเอง แต่เกรซไปต่อ!) แรงขับที่มันปล่อยออกมาขณะอพยพไปมานั้นสามารถนำมาสร้างเครื่องยนต์ยานอวกาศที่ทรงพลังมากได้ด้วย
ตัดภาพมาบนยาน เกรซ ที่ตอนนี้รู้แล้วหมดหนทางกลับโลก ใช้ชีวิตบนยานแบบสำมะเลเทเมา (จากวอดก้าที่พบในข้าวของของนักบินหญิง) //////////
เกรซบนโลก ได้รับภารกิจให้ศึกษา Astrophage ต่อ โดยมีคู่หูบอดี้การ์ดจาก NASA ชื่อ คาร์ล ให้ความช่วยเหลือสำหรับทำการทดลองต่างๆที่เกรซอยากทำ
เค้าเผลอทำ Astrophage 3 ตัวที่เค้ามีหลุดออกจากกล่องทดลอง ทำให้ต้องตามจับและสร้างกล่องครอบห้องทดลองที่ทำการทดลองอยู่อีกชั้นหนึ่ง เพื่อทำให้ห้องเดิมทึบแสงและสามารถหา Astrophage ได้ง่ายขึ้น
การปิดห้องทึบนั้นทำให้เกรซค้นพบว่าในบรรยากาศที่เหมาะสมจากสภาวะห้องปิดที่เค้าสร้างขึ้น สิ่งมีชีวิตนั้นได้ทำงานปฏิสนธิและกำเนิดใหม่ จาก 3 ตัวเป็น 4 ตัว เป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่
ซึ่งนั่นเองทำให้ เอวา ยอมรับ และพาเค้าเข้าสู่โปรเจคลับที่มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่คือการช่วยเหลือดวงอาทิตย์ไม่ให้ดับแสงลง "Project Hail Marry"
Welcome to Hail Mary
ตัดภาพไปที่เกรซบนยาน จำได้แล้วว่าภารกิจคือการกอบกู้ดวงอาทิตย์ เค้าฮึดสู้อีกครั้ง โดยอย่างแรกที่เค้าทำคือการไว้อาลัยให้กับนักบินอวกาศร่วมยานทั้งสองที่ไร้ชีวิตแล้ว
เค้ากล่าวคำไว้อาลัยโดยที่ไม่ได้รู้จักทั้งคู่มากนัก เพียงแต่ดูข้าวของที่พวกเค้านำมาและเดานิสัยใจขอ หลังพูดจบเค้ากล่าวกับทั้งคู่ว่า เค้าจะพยายามดำเนินภารกิจนี้ต่อเพื่อมวลมนุษยชาติ และเพื่อทั้ง 2 คน ที่ต้องมาเสียสละชีวิต
เกรซปล่อยทั้งคู่ออกสู่อวกาศ และมุ่งหน้าออกไปทำภารกิจต่อ..
ตัดภาพไปบนโลก
อะไรคือ Project Hail Marry ?
โครงการ "เฮล แมรี่" (Project Hail Mary) ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อส่งลูกเรือไปยังดาวเทา เซติ ซึ่งเป็นดาวดวงเดียวในระแวกนั้นที่แสงยังไม่เบาลงจากการถูกกัดกิน เพื่อหาสาเหตุนั้นและช่วยดวงอาทิตย์ของเรา จึงต้องส่งยานอวกาศพร้อมนักบินอวกาศไปสำรวจ
ภารกิจนี้คือ "ภารกิจฆ่าตัวตาย" เพราะยานมีเชื้อเพลิงพอสำหรับการเดินทางไปขาเดียวเท่านั้น เท่ากับว่าคนที่ไปต้องเสียสละชีวิตเพราะไม่สามารถเดินทางกลับได้ และพวกเค้าเป็นความหวังสุดท้ายของโลก
บนอวกาศเกรซจำได้แล้วว่าเค้าต้องมุ่งหน้าต่อเพื่อไปยังยาน เทา เซติ เพื่อหาสาเหตุของการไม่ดรอปลงของแสงที่ยานนั้น
เค้าพบกับยานอวกาศขนาดใหญ่ ใหญ่กว่าลำของเกรซเกือบ 10 เท่า หน้าตาเหมือนวัสดุที่สานกันเป็นเส้นสีออกน้ำตาลเข้ม มาจอดใกล้ๆและดูเหมือนจะตามยานของเค้า
ยานอวกาศลำใหญ่ส่งสิ่งของบางอย่างจากยานมาให้ ทำให้เกรซตัดสินใจออกไปรับ และพบว่ายานอวกาศลำนั้นต้องการเป็นมิตร (ของที่ส่งมาเหมือนกับยานของเกรซขนาดจิ๋วที่ถูทำขึ้นในลักษณะงานปริ้น 3 มิติ)
ในที่สุดยานลำใหญ่ตัดสินใจติดต่อกับยานเกรซโดยการส่งท่อขนาดใหญ่มาจากตัวยาน พุ่งตรงเข้าสู่ตำแหน่งประตูออกยานของยานเกรซ
เกรซตัดสินใจเตรียมข้าวของ สวมชุดอวกาศและเดินออกไปในอุโมงค์ สุดปลายอุโมงค์ที่ยานอวกาศต่างดาว เค้าได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่จะเปลี่ยนชีวิตเค้าไปตลอดกาล
First met
"ร๊อกกี้" ชื่อที่เกรซตั้งให้สำหรับเพื่อนใหม่ต่างดาวที่มีวิทยาการล้ำสมัย ที่สามารถสร้างวัตถุที่เหมือน 3d print ออกมา เพื่อสื่อสารกับเกรซ
ร๊อกกี้ลักษณะเหมือนก้อนหินตามชื่อ แต่มีขา 5 ขายืดลงมาเหมือนปู และมีลวดลายบนตัวที่เหมือนรอยขีดสัญลักษณ์ ไม่มีตา แต่มีปากอยู่ที่ใต้ตูดของตัวช่วงล่าง
เกรซเริ่มคุยกับร๊อกกี้ที่มีเสียง อี๊ดๆ อู๊ดๆ แบบหุ่นยนต์ และเข้าใจว่าร๊อกกี้สามารถเข้าใจภาษามนุษย์ เกรซเชื่อมโยงเสียงของร๊อกกี้เข้ากับคำต่างๆในภาษาอังกฤษโดยใช้คอมพิวเตอร์ภายในยาน เบื้องต้นเป็นการแปลเสียออกมาเป็นคำผ่านหน้าจอ
หลังจากนั้นด้วยความอัจฉริยะของเกรซ เขาได้สร้างระบบแปลภาษาเพื่อทำความเข้าใจเสียงพูดของร็อกกี้ที่คล้ายกับตัวโน้ตดนตรีออกมาเป็นเสียงคนจริงๆ
Amaze. Amaze. Amaze.
ร๊อคกี้ บอกเกรซว่า เค้ามีเป้าหมายเดียวกันกับเกรซคือการมาหาคำตอบว่าอะไรที่จะสามารถช่วงดวงอาทิตย์บนดาวของร๊อคกี้ได้
ร็อกกี้เป็นวิศวกรเครื่องกลและเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากภารกิจหยุดยั้งแอสโทรเฟจของเผ่าพันธุ์เขา จาก 28 คนที่มาด้วยกัน
ทั้งคู่เลยตัดสินใจร่วมมือกันในภารกิจนี้เพื่อเผ่าพันธุ์ของตัวเอง
ร๊อกกี้สร้างบรรยากาศภายใน tube ที่เดินทางจากยานนึงสู่อีกยานให้มี ออกซิเจน ซึ่งทำให้เกรซ สามารถถอดชุดอวกาศออกได้ แต่ทั้งคู่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในชั้นบรรยากาศของอีกฝ่าย ร็อกกี้จึงเข้ามาในยานเฮล แมรี่ โดยใช้ทรงกลมซีนอนไนต์อัดความดันขนาดเล็กเป็นชุดอวกาศ (โคตรฉลาดและซนมาก)
ความเป็นเพื่อนระหว่างร๊อกกี้และเกรซเริ่มผูกพันธ์แน่นแฟ้น โดยที่เกรซเก็บความลับที่ว่าต่อให้เค้าทำภารกิจนี้สำเร็จเค้าก็ไม่สามารถกลับไปที่โลกได้ T^T
Grace Rocky save stars
ตัดภาพที่ความทรงจำของเกรซก่อนที่ Hail Mary จะออกเดินทาง
คนที่จะไปกับยานมีทั้งหมด 3 คน
1. นักบิน (กัปตันเหยา)
2. วิศวกรหญิง (ที่เกรซยืมวอดก้าของเธอบนยานมาดื่ม)
3. นักวิทยาศาสตร์ชาย (ผิวสีท่าทางแข็งขัน)
ทั้ง 3 คือผู้เสียสละเพื่อทำภารกิจนี้ (แล้วเกรซล่ะ ?)
เกรซยังคงเป็นนักวิทยาศาสตร์บนโลกที่เตรียมข้อมูลเพื่อส่งพวกเค้าไปทำภารกิจที่ไม่มีวันกลับนี้
คืนก่อนหน้าการปล่อยยานไม่กี่วัน พวกเค้าฉลองกันในบริเวณศูนย์บัญชาการ เป็นภาพบรรยากาศที่เกรซไม่อยากจะเชื่อ ว่าอีกเดี๋ยวผู้คนที่กล้าหาญพวกนี้ก็จะต้องไม่อยู่แล้ว แต่พวกเค้ากลับยังฉลองได้ในคืนนี้ เกรซไม่เข้าใจว่าทุกคนกำลังจะออกไปตายแต่ยังฉลองกันได้อยู่ แต่ก็ยกย่องพวกเค้าด้วยใจจริง
วันก่อนเริ่มภารกิจ (บนโลก)
เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่ศูนย์ทดลอง เป็นการระเบิดขนาดใหญ่ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ชายที่จะขึ้นไปกับยาน Hai Mary เสียชีวิต
เกิดความปั่นป่วนภายในองค์กรในระหว่างที่เกรซกำลังกุมหัวเครียดว่านักวิทยาศาสตร์คนไหนจะได้ขึ้นไปทำภารกิจนี้ ทันทีที่เค้าเงยหน้าขึ้นมาทุกสายตาของผู้คนที่มีส่วนร่วมในโปรเจคนี้ต่างจับจ้องมาที่เค้า
เกรซปฏิเสธหัวชนฝา สำหรับการไปทำภารกิจนี้ เอวาบอกว่าเค้าเป็นคนที่รู้จัก แอสโตรฟาซดีที่สุดและเชื่อมั่นว่าเค้าจะทำได้ เกรซขอเวลาคิด เอวาให้เค้าตัดสินใจภายใน 3 ชม.
ตัดไปบนอวกาศอันไกลโพ้น
ในที่สุด 2 คู่หูก็ไปถึงดาวเทา เซติ เกรซและร็อกกี้ติดตามเส้นเปโตรวาของดาวเทา เซติ จนค้นพบดาวเคราะห์ เทา เซติ อี (Tau Ceti e) ซึ่งเกรซตั้งชื่อว่า "เอเดรียน" (Adrian) ที่นั่นเป็นแหล่งที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่า "ทอมอีบา" (Taumoeba) ซึ่งกินแอสโทรเฟจเป็นอาหารและช่วยควบคุมประชากรของมัน
เมื่อร็อกกี้รู้ว่าเกรซไม่สามารถกลับบ้านได้ เขาจึงมอบเชื้อเพลิงแอสโทรเฟจให้มากพอที่จะพาเกรซกลับโลก (ซึ่งทำเกรซมีหวังมากๆ และร๊อคกี้จะกลับบ้านช้าลงเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น)
Okay buddy, I watch you sleep but you have to wake up.
แต่ระหว่างเก็บตัวอย่างทอมอีบาในชั้นบรรยากาศชั้นบน เกิดเหตุเชื้อเพลิงรั่วจนยานหมุนวนอย่างไร้การควบคุมทำให้เกรซหมดสติ ร็อกกี้ได้ยอมทำลายชุดอวกาศของตนเพื่อช่วยชีวิตเกรซจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
เกรซเฝ้าร๊อกกี้อยู่หลายวัน จนในที่สุดร๊อกกี้ก็ฟื้นขึ้นมา T^T
บนโลก หลังจากเกรซไปตัดสินใจมา 3 ชม.
เกรซ เข้าไปคุยกับเอวาและให้คำตอบว่า "ไม่" เค้าไม่ได้อยากทำภารกิจเสี่ยงตายในครั้งนี้ เค้าไม่เคยฝึกซ้อมการเป็นนักบินอวกาศมาก่อน ไม่มีประสบการณ์ และไม่ได้กล้าหาญพอที่จะเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อมวลมนุษยชาติ
แต่นั่นไม่ใช่คำตอบที่ทำให้ทาง เอวา และศูนย์บัญชาการพึงพอใจ เอวา ตัดสินใจใช้ไม้แข็งกับเกรซ นั่นคือการเข้าจับกุมตัวเค้า
เกรซวิ่งหนี แต่เค้าเป็นเพียงนักวิทศาสตร์ที่เป็นเลิศด้านวิชาการไม่ใช่ด้านพละกำลัง เค้าถูกควบคุมตัวโดยงานโดยบอดี้การ์ดที่เค้าไว้ใจอย่าง คาร์ล คาร์ลกล่าวกับเกรซก่อนที่เกรซจะถูกฉีดด้วยยาสลบว่า อย่าถือสากันเลยนี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว..
นั่นเป็นเรื่องราวทั้งหมดก่อนเค้าจะตื่นขึ้นบนยาน Hail Mary :)
ตัดภาพไปบนยาน
หลังจากร๊อกกี้ฟื้นขึ้นมา เกรซให้ข้อมูลว่า เค้าได้ทำการคัดเลือกสายพันธุ์ทอมอีบาที่จะมาจัดการ แอสโตรฟาซ เพื่อช่วยดวงอาทิตย์ของเค้าและของร๊อกกี้เรียบร้อยแล้ว
ภารกิจลุล่วงและทั้ง 2 คนถึงเวลาต้องกลับดาวของตัวเอง เพื่อส่งต่อความรู้ที่ได้มาเพื่อกู้ดวงอาทิตย์ของตัวเอง
เกรซรู้ว่าอาจจะไม่ได้เจอร๊อกกี้อีก เนื่องจากทั้ง 2 อยู่ไกลกันมาก
ระหว่างทางกลับโลก เกรซค้นพบว่าทอมอีบาได้วิวัฒนาการจนสามารถทะลุผ่านภาชนะซีนอนไนต์และกำลังกัดกินเชื้อเพลิงของยานเฮล แมรี่ เกรซซ่อมแซมปัญหาบนยานเขาได้ทัน
แต่เขารู้ว่ายานของร็อกกี้ทำจากซีนอนไนต์ทั้งลำ ซึ่งจะทำให้ทอมอีบากินเชื้อเพลิงจนหมด ร็อกกี้จะเคว้งคว้างในอวกาศและดาวของเขาจะพินาศ
เกรซต้องเลือกระหว่าง ไปช่วย"เพื่อน" กับ เดินทาง "กลับบ้าน"
แน่นอนว่า ดร.ไรแลนด์ เกรซ นักวิทยาศาสตร์ อัจฉริยะผู้โดดเดี่ยวบนดาวโลก ผู้ที่ไม่มีทั้งครอบครัวหรือเพื่อนที่แท้จริงบนโลก เลือกเดินทางกลับไปช่วย เพื่อนต่างดาวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมา
เขาหันยานกลับไปและส่งทอมอีบาพร้อมผลวิจัยกลับโลกผ่านยานสำรวจขนาดเล็กสี่ลำที่แต่ละลำตั้งชื่อเป็นสมาชิกวงเดอะบีทเทิล
ยานสำรวจลำน้อยกลับไปถึงมือของ เอวา พร้อมข้อมูลงานวิจัย ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตรวมไปถึงวิดีโอเทปที่เค้าอัดระหว่างอยู่บนยานระหว่างที่ทำภารกิจต่างๆ
เกรซกลับไปช่วยร๊อกกี้ได้ทันเวลา :)
Fist my bump.
ในตอนจบ เกรซเดินเล่นอยู่ริมทะเล (ทะเลจริงๆ) เกรซใช้ชีวิตอยู่ในโดมจำลองชีวภาพในดาวของร๊อกกี้ ข้างๆมีร๊อกกี้ในชุดใหม่ที่พอดีตัวเดินไปเคียงข้างเกรซไปริมหาด และแจ้งข่าวว่าเค้าสามารถกลับบ้านได้แล้ว
เกรซยังคงนิ่งคิด ร๊อกกี้บอกว่าใช้เวลาคิดไปได้อีกนานๆเลยนะ แล้วเกรซก็ไปปฏิบัติหน้าที่คุณครูต่อ แต่นักเรียนในห้องนี้เต็มไปด้วย ร๊อกกี้ตัวน้อยๆเต็มไปหมด
1
จบ.,
1
ความประทับใจ
บนยานเกรซขนาดใหญ่มากมีห้องมากมายต่างกับยานสำรวจ ARTEMIS II ในชีวิตจริงมาก ชอบที่เกรซมีห้องโดมจำลองภาพบรรยากาศต่างๆภายในโลก ฉากที่เราเห็นบ่อยๆอย่างทะเลที่เกรซชอบไปนั่งดู
การแสดงของไรอัน กอสลิ่งนั้นยอดเยี่ยม อาจจะเป็นเพราะคาร์แรคเตอร์ของเค้าที่ออกจะคล้ายๆกับหนังเรื่องอื่นๆที่เค้าเคยแสดงมา ทั้งมาดกวนๆแต่ก็เฉลียวฉลาดในคราวเดียว
และที่ชอบที่สุดของเรื่องคงนี้ไม่พ้นความน่ารักของร๊อกกี้ ความรักเพื่อน และความแสนซนของสิ่งมีชีวิตต่างดาวตัวนี้
นอกจากนั้นภาพแสงสีที่เกิดขึ้นในหนัง การจำลองภาพแสงต่างๆในอวกาศมันเกินกว่าที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นบทความได้
สุดจัด
10/10 จาก Before You Go สำหรับ Project Hail Mary
ไบแอสจัดๆจากคนที่ชอบเสพย์หนัง Happy End :)
ใครที่ชอบหนัง SCI-FI ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
1
ตัวอย่างหนัง
Before you go
07.05.2026
โฆษณา