10 พ.ค. เวลา 00:23 • ปรัชญา
เรื่องราวของจิตที่มาอาศัย ในกาย กายของแต่ละคน ก็ได้มาไม่เหมือนกัน ทั้งการกิน การนอน ก็ไม่เหมือนกัน ที่ว่า กิริยาท่าทางการ เดิน ยืน นั่ง นอน ต่างคนต่างมีสิ่งที่ว่า เป็นนิสัยบุคลิกของแต่ละคน ทั้งเสียง ทั้งเสียงที่เปล่ง เป็นคำพูดก็แตกต่างกัน
คราวนี้ เรามาดู คำว่า ตื่นของจิต จิตที่อาศัยกาย ตื่นขึ้นมา ที่พิจารณา ใคร่ครวญ เรียนรู้จัก ที่อยู่อาศัย ของจิต .นั่นเป็นอย่างไร จิตนี้ เป็นมาอย่างไร จึงมาอาศัยกายพอแม่เป็นมนุษย์ กายนี้ตั้งขึ้นมา กินแล้วโต กินอาหารเข้าไป ก็มีการบดขยี้ เอาน้ำเลือดน้ำหนองไปหล่อเลี้ยงเรือนกายที่อาศัย มีกากขับถ่ายออกไปทิ้ง มีลมพัดเข้าออก มีธาตุดินน้ำลมไฟ ประกอบกาย ธาตุดินเก็บอะไร ธาตุน้ำช่วยอะไร หล่อเลี้ยงกาย ธาตุไฟทำให้เกิดอะไรบ้าง ธาตุลมเจ้าไปช่วยอะไร มันก็มีเรื่องราวรายละเอียดมากมายในการเรียนรู้
เรื่องนี้ ลองเข้าไปเรียนรู้ ปฐมโพธิกถา ธรรมบท ที่ว่า เราตามหานายช่างสร้างเรือน เมื่อไม่พบ จึงได้ท่องเที่ยวในสงสารวัฏ เป็นอเนกชาติ..
เริ่องราวของเต้าชายสิทธัตถะ นั้น ท่านตามหานายช่างสร้างเรือน ท่านทำอย่างไร กับชีวิตของท่าน ท่านไปตาม หานายช่างสร้างเรือน ทำไมต้องปลีกตน ทิ้งเวียงวังสิ่งที่ปรนเปรอ ออกไปอยู่ป่า . ท่านทำอะไรในป่า จึงสามารถ พ้นทุกข์ บรรลุอะไร จนทำให้จิตท่าน เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องราวหนึ่ง เรื่องราว ของกาย ที่แปรสภาพ เป็นกายแก้ว นั้นเราก็เรียนรู้ได้ยาก
มีพระที่ท่านเข้าป่า ไปอยู่ถ้ำ เมื่อพันปีก่อน ท่านเล่าเรื่องราวของท่านให้พอ ว่าท่านเข้าไป ปลีกตัวเข้าไป ในถ้ำ ที่ก็มีคนเข้าไป ปฏิบัติธรรม พอไปเจอะเจอ เห็นสมบัติ ก็โลภ นางไม้ ก็ก็มาทำให้ตาย
ส่วนท่านเข้าไป พวกคนธรรพ์คนลับแล เค้าก็เห็นว่า ตั้งใจปฏิบัติธรรม ไม่สนใจโลภในสมบัติต่างๆ เค้าก็เปิดไฟให้ในถ้ำ เป็นแสงสว่างนวล ท่านก็อยู่ในถ้านั่น อาหารน้ำที่หยดลงมาในถ้ำประทังสังขาร
ท่านก็บอกว่า พออยู่ไป .มองดูที่กาย เหมือนไม่มีกายก็ตรวจสอบดู .ปรากฏว่ากาย เป็นแก้วไปแล้ว ไม่ต้องหาอะไรมา หาน้ำเลือดน้ำหนองมาเติมใส่อีก ท่านก็ยังต้องอย่างไรไปอีกระยะหนึ่ง สถานที่ที่ท่ายอยู่นั้น เป็นถ้ำอยู่ใต้รอยพระพุทธบาท ที่ตอนนี้ยังไม่เปิด
รอยพระพุทธบาทนี้ (อยู่แถวภาคกลาง) ก็มีเทพ หูทิพย์ตาทิพย์ เค้ามาสักการะบูชา ต่อไปก็จะเปิดให้ เรื่องรอยพระพุทธบาท แต่ต้องเคลื่อรย้ายสมบัติ แร่ดำๆ เหล็ไหบออกไป .ให้หมดก่อน ไม่อย่างนั้น คนเข้ามา เกิดโลภ ก็จะแย่งกันตาย
เรื่องราว ของการสร้างบุญกุศล เค้าก็ทำกายกรรม ให้เป็นกายบุญ ทำกายบุญให้เป็นกายบารมี แล้วก็ใช้กายบารมี นั้นมาทำให้เป็นกายแก้ว นั่นก็เป็นเรื่องราวอาศัยการเรียนรู้เป็นชาติๆๆ ทำไปจนถึง กายแก้ว มีพระท่านถามว่า โยมอยากได้กายแบบฉันมั้ย อยากได้ โยมก็ต้องฝึกหัดทำเอง
.ท่านก็ชี้แนะ ว่าท่านทำอย่างไรมาบ้าง .แต่ละองค์ เข้าป่า คนเดียว เสื้อผ้าชุดเดียว ไม่มีอะไรติดตัวเลย คราวนี้ ชาตินี้ โยมก็ทำแบบอาตมา..ไม่ได้ ก็ให้สะสมบุญกุศลบารมี ตักตวงไปกับจิต ให้มากที่สุด เท่าที่ความสามารถของโยมทำได้ .ยังไงวันหนึ่ง ก็ต้องทิ้งกายนี้ ก็ให้สะสมไปกับจิต ให้ธาตุทั้งสี่ของโยม บันทึกไปสะสมไปให้มาก สิ่งนั้นเป็นของๆเรา ที่นำพาจิต ไปสู่สถานที่ดีๆ
มีพระท่านบอกว่า โยมโชคดี แล้ว ที่ชาตินี้ได้ฟังเรื่องราว จากพระป่า หลายพระองค์ แล้งยังมีองค์ผธรรมอีก (ส่วนมากคนไม่ค่อยรู้จักกัน พูดไปเดี๋ยวเข้าใจผิด ยึดเป็นเรื่องราวจิตฮินดูเสียเนี่ย) ที่มาช่วย หนุนนำ ชี้แนะ เรื่องราวการสร้างบุญกุศลบารมี คัดเอ้าท์กรรม ออกไปจากจิต .สิ่งที่รกรุงรังอยู่กับธาตุทั้งสี่ออกไป แล้วนำสิ่งที่ดี บันทึกลงไปที่ธาตุทั้งสี่ของโยม ที่ว่า สะสมบุญบารมี เก็บเดี่ยวไปในชาตินี้ .ชาติกน้า เกิดมาเป็นมนุษย์ ก็มาสะสมให้เพิ่มพูนขึ้นไปอีก .
เอ้า..กลับมาในคำว่า จิต..ทีมาอาศัยกาย จิตนั้น มีความขันติ อดทน .เข้าไปเรียนรู้จักทุกข์ ตัวที่ทำให้จิตมีทุกข์มีกรรม แล้วก็ปล่อยวาง จิตไม่ไปยึดทุกข์ เค้าเรียนรู้ สะสมกันเป็นชาติ ๆหลายชาติ ทำไปทำไม เค้าทำไป เพื่อที่จะ ให้จิคหลุดพ้นทุกข์ ที่จิตแต่ดวงจะเรียนรู้ หรือ ไม่เรียนรู้ ก็เป็นเรื่องราวของแต่ละคน เหมือนว่า สะสมมาแต่อดีตชาติ ไม่เหมือนกันเลย
1
เรื่องราวการที่ สะสมบุญกุศลบารมี เพื่อ ไปเกิดในต้นยุคพระศรีอริยะ เพื่อที่จะได้..ที่ว่า ดอกบัวต้องแสงพระอาทิตย์ ดอกบัวก็บาน ก็มีปัญญา ตัดขาดยุติกายเกิด มีพระท่านบอกว่า ผู้ที่ไปรอคอย พระศรี .ท่านไปรอคยที่ชั้นดาวดึงส์ . พอหลวงพ่ออวค์พระศรีลงมา ผู้ที่อยู่ชั้นเาวดาวดึงส์ ก็ติดตามหลวงพ่อ พระศรี . .ลงมาเกิดชำระสะสางกรรม ปิดบัญชีกรรม ธาตทั้งสี่ ไม่กรรมไม่มียัญชีกรรม ให้ต้องเกิดอีก . กายเป็น แก้ว จิตก็เป็นแก้วเจียระไน ชำระสะสาง บริสุทธิ์ ก่อนเจ้าแดนพระนิพพาน.
เราก็ได้ยินได้ฟังมา เรื่องราวการสะสมบุญกุศลบารมี มานั้น ที่ว่า เกิดมา ขึ้นสูง ลงต่ำ ไปเป็นเทพ ลงมาเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์ไปลงนรก ขึ้นจากนรก มาเป็นมนุษย์ สร้างบุญกุศล ขึ้นไปเป็นเทพ หมดบุญหนุนนำ ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เกิดหลงโลดที่มีพญามาร .เป็นใหญ่ มีนางราคี นางตัณหา .
..เอ้า ..หลงเพลิดเพลินไปกับสิ่งที่ว่า ธรรมารมณ์ ปรุงแต่งวิญญาณทั้งหก ขันธ์ทั้งห้า ก็ไปตามอารมณ์อีกแล้ว .ลืมเลือนสร้างบุญกุศลบารมี .จิตออกจากกาย ลงอบายภูมิอีกแล้ว ไปเป็นกัปป์ ไปเป็นอสงไข ที่จิตไปทุกข์ทรมาน กว่าจะได้ขึ้นมาเป็นมนุษย์ สร้างบุญกุศลใหม่ ขึ้นไปเป็นเทพอินทร์พรหม
ขนาดชั้นพรหมลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เค้าก็กลัว กลัวการเกิด .พลาดไปก็ลงนรก เรื่องราวที่น่ากลัว เรื่องราวการยึดถืออารมณ์นึกคิด เป็นตัวทุกข์ ทำให้เกิดอะไรต่างๆ ไปสร้างกรรม .ท่านก็บอกว่า ให้สลัด อารมณ์นึกคิดที่ปกคลุมจิตนั้นออกไป แสงสว่าง ก็จะเกิดขึ้นมา เข้ามา ส่องเจ้าไปที่จิต ที่เรียกว่า ปัญญาธรรมที่จะช่วยหนุนนำ ประคับประคองจิต ให้รอดพ้นบ่วงกรรม บ่วงมาร .ที่นำพาจิตเกิดตายไม่จบสิ้น วนเวียนในสังสารวัฏ เป็นวงกลม ไปที่สุข .ที่ทุกข์ทรมาน วนกันสามโลก นรกสวรรค์ มนุษย์
. เป็นมนุษย์ก็เลือกทางเกิดได้ .ต้องทำเอง ทางเลือกทางเดืนของจิตตัวเอง เหมือนหายใจแทนกันไม่ได้ จิตมาดวงเดียว ก็ไปแต่จิตดวงเดียว ไม่มีใครตามไปด้วย เมื่ิอจบสิ้น ที่อยู่อาศัย กายเป็นมนุษย์ชั่วขณะหนึ่ง
โฆษณา