10 พ.ค. เวลา 15:08 • นิยาย เรื่องสั้น

หมอดูวาจาสิทธิ์ พบ มหาเทวีตัวจริง เปิดโปงกลาง Talk Show

ตอนที่ 3: มหาเทวีประทับ
“โอม... มหาเทวีแห่งนิมมานรดี...”
กฤติยาลากเสียงยาวพลางลืมตาขึ้นในท่านั่งไขว้ขาสลับคล้ายขัดสมาธิ หล่อนยิ้มเต็มปากอยู่บนแท่นหินสลักรูปบัวบานสีชมพูจาง
เหล่าสาวกหลายสิบคนที่มาเติมบุญต่างก้มลงกราบแนบพรมเขียวเนื้อแน่น ภายในห้องกระจกใสทรง 16 เหลี่ยมที่กินพื้นที่ร่วม 200 ตารางเมตร
เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำจนเกาะเป็นฝ้าบาง มองทะลุออกไปเห็นสวน Bird of Paradise แนว ยาวล้อมรอบห้อง ดอกสีส้มเหลืองปลายม่วงเข้มดูชุ่มฉ่ำด้วยสเปรย์พ่นหมอก
“มหาเทวีท่านทรงโสมนัสมาก ที่พวกเราจะทำรูปหล่อประดิษฐานองค์ท่านร่วมกันด้วยทองคำ 99.9%”
หล่อนชวนสาวกเดินตัดสวนดอกไม้ไปหยุดหน้าบึงน้ำจำลองขนาดใหญ่
“ผู้มีบุญสัมพันธ์ 9 คนเท่านั้น ที่จะได้สิทธิ์ในการร่วมบุญด้วยทองคำ 10 บาท”
สิ้นคำพูด หนุ่มสาว 4 คู่ในชุดขาวเดินสงบสำรวมเข้ามา ต่างถือพานดอกบัวขนาดใหญ่ที่มีเทียนรูปบัวเล็กวางซ้อนอยู่ ทั้งสวยงามและศักดิ์สิทธ์
สาวกหลายคนยกมือกราบก่อนหยิบ บางคนถึงขนาดคุกเข่าอัญเชิญด้วยศรัทธาแรงกล้า ท่ามกลางเสียงพิณบางเบาที่ลอยมาจากลำโพงในสุมทุมไม้ ราวกับเป็นเสียงทิพย์ที่เกิดขึ้นเอง
22.06 น.
ภายในห้องบุญฤทธิ์ รูปปั้นมหาเทวีแห่งนิมมานรดีสีทองอร่ามยืนประทับเด่นเป็นสง่า สวมพัสตราภรณ์สไบกรองทองฉลุลายสวยงามประณีต
บัดนี้มีเพียงกฤติยายืนชื่นชมอยู่เพียงผู้เดียวด้วยความปิติ หล่อนจิบไวน์แดงในมือราวกับแขก VIP ในพิพิธภัณฑ์
ชุดเดรสขาวรัดรึงของหล่อนดูคล้ายเทพกรีกโบราณมากกว่าผู้ถือศีล
ครั้งหนึ่งพิธีกรปากตะไกรเคยถามหล่อนในรายการ
“แปลกๆ ไหมครับที่คุณดื่มไวน์ในวันพักผ่อน?”
กฤติยายิ้มเย็นและตอบด้วยเสียงนุ่ม
“ดิฉันมีสิทธิ์ในความเป็นมนุษย์เมื่อไม่ได้ทำหน้าที่นี่คะ และดิฉันดื่มในที่รโหฐานคือห้องส่วนตัวเพียงวันละแก้ว... ไวน์ที่ทางการแพทย์ยอมรับว่าช่วยเรื่องสุขภาพจิตและกาย”
หล่อนยิ้มอย่างทะนงกับตนเอง ในขณะที่นึกถึง มองไวน์แดงเข้มหมุนเกลียวในแก้วบอลก้านยาวคุณภาพพรีเมี่ยม ที่ถูกมือสวย วนอย่างเชื่องช้าด้วยสุนทรีย์
“จิบนิดจิบหน่อย... อร่อยสามขวด... ลูกบวชค่อยยกโหล!”
เสียงกังวานใสดังขึ้นในความสงัดตามด้วยเสียงหัวเราะร่วน ...เสียงใคร?
กฤติยาซ่อนความตกใจ พยายามตีเนียนหันมองรอบตัวเหมือนชมวิวสวนยามค่ำคืน อำพรางสายตาสำรวจตรวจตรา
“ใคร!”
หล่อนตวาดเสียงเข้มทรงอำนาจไม่ผิดกับยามประทับทรง
“โอวแม่เจ้า... มหาเทวีลงแล้ว ลงแล้ว... ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง รำวง รำวง รำวง... ท่ง โจ๊ะ ทึ่ม!”
เสียงปริศนายังคงเยาะเย้ยอย่างไม่เกรงกลัว ...ใคร? มาเล่นตลก! คิดได้ดังนั้น ก็เดือดดาล
หล่อนร่างสั่นระริกแทบเก็บทรงไม่อยู่ แต่เมื่อนึกได้ว่าที่นี่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาถึงสามชั้น จึงถอนหายใจยาว ทั้งที่สายตายังสอดส่อง
เงียบ...และชวนขนลุก คือบรรยากศรอบตัวเมื่อไม่เห็นสิ่งผิดปกติ
กฤติยาพยายามปลอบใจตัวเองว่านี่คือ อาการหูแว่วที่จิตปรุงแต่ง แต่ในใจลึกๆ กระสับกระส่ายอย่างไม่มีเหตุผล...
หล่อนเหลือบมองไวน์เปล่าสามขวดที่ซ่อนอยู่ชั้นล่างสุดใต้รถเข็นหรู พรางด้วยผ้าลูกไม้เนื้อโปร่งทิ้งชายยาวจากด้านบนชั้น ที่วางด้วยพานคริสตัลขนาดใหญ่ พระพุทธรูปแก้ว ฐานกว้าง 9 นิ้ว ล้อมพวงมาลัยดอกพุดสลับสีเป็นริ้วสวย ทิ้งอุบะปลายจำปาเเจ็ดสาย อย่างประณีต งดงาม
วางแก้วไวน์ที่เหลือค้างลงข้างๆ พานพุทธรูป แล้วเดินจาก ด้วยคำถามที่ยังวนเวียน
เสียงบ้านั่น! รู้ได้อย่างไรว่าฉันมีลูกชาย?
เหตุการณ์คืนนั้นยังไม่คลี่คลาย แต่ตารางงานที่แน่นเอี๊ยดทำให้หล่อนเกือบลืมไป หรือ อย่างน้อยก็ไม่ได้นึกถึงอย่างสลักสำคัญไปกว่า กิจกรรมตรงหน้าในแต่ละวัน
“ท่านคะ หนึ่งทุ่มคืนนี้มีรับเชิญในรายการทอล์กโชว์นะคะ ชุดเดรสขาวของ Givenchy Cruise Collection 2026 มาถึงแล้วค่ะ”
เช่น การเตรียมตัวสำหรับงานเบื้องหน้าเพื่อการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ผ่นสื่อที่ทรงอิทธิพลระดับประเทศ
18.20 น.
ในห้องส่งรายการสด มอนิเตอร์จับภาพกฤติยานั่งไขว่ห้างอย่างสง่าคู่กับ “กาย” พิธีกรหนุ่มไฮโซ
“สุภาพสตรีข้างผม ใครจะเชื่อว่าเธออายุขึ้นเลข 5 แล้ว และใครจะเชื่อว่าเธอคือผู้ถูกเลือกจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ระดับสวรรค์ชั้น 5 นิมมานรดี!”
พิธีการยิ้มหล่อให้กล้องที่จับใบหน้า ก่อนหันมาทางหล่อน เพื่อรับภาพกว้างส่งผ่านการตัดต่อและออนแอร์
 
“เมื่อครู่เราคุยค้างกันว่า ท่านประทานพรวาจาสิทธิ์ให้คุณกฤติยาในความฝัน ทักใครไม่เคยพลาดเลยนะครับ”
หล่อนหัวเราะปั้นท่าทางเขินอายแต่ยังคงความสง่า
“ผมเสียมารยาทแล้วที่ลืมพูดถึงชุดนี้ Givenchy ตัวนี้เพิ่งโชว์ที่ปารีสเมื่อ 5 วันก่อน ในเอเชียมีแค่ไม่กี่คนที่มีนะครับ”
กล้องโคลสอัพครึ่งตัวของกฤติยา แล้วซูมออก
“เคสเล็กๆ ของวาจาสิทธิ์ค่ะ” หล่อนยิ้มกว้าง นิ้วชี้แตะปาก “ความลับสวรรค์ไม่อาจเปิดเผย”
พิธีกรทำท่านิ้วแตะปากอย่างทีเล่นทีจริง
“โอเคครับ... ความลับสวรรค์ที่น่าจะแง้มได้บ้างคือ ‘ดาวใหญ่จะตกจากฟ้า’ คุณหมายถึง ภัทรียา ที่ถอนตัวจากวงการกะทันหันหรือเปล่าครับ?”
กฤติยายิ้มอ่อน ด้วยสายตาเศร้าลึก
“ทุกคนล้วนมีจุดเปลี่ยนที่กระชากชีวิตให้ลงเหวได้เสมอค่ะ”
ใช้ปลายนิ้วแตะหน่วยตา เมื่อกล้องขยับเข้าหา
“ดาวใหญ่ในคำพูดเมื่อเดือนที่แล้ว คือภาพที่ท่านส่งเข้ามาในจิตของดิฉันค่ะ
หล่อนพนมมือสั้นๆ ก่อนยกลงช้า
ตอนนั้นดิฉันขนลุกราวกับตัวเองกำลังเป็นดาวดวงนั้นเสียเอง”
ปิดท้ายประโยคด้วยเสียงหัวเราะขำ แบบที่ตั้งใจ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ก็หยุดกึก ด้วยความตกใจ ในจังหวะสุดท้ายที่กล้องจับภาพใบหน้าเต็มจอ
“ดาวตก... หรือว่าหล่อนเหยียบผีพุ่งใต้ตะกายสวรรค์กันคะแม่หมอ! 5555”
เสียงปริศนาดังแทรกขึ้นจนกฤติยาสะดุ้งโหยงแทบตกเก้าอี้แชมเปญใส
“อุ๊บส์! ดาวตกอีกดวงเหรอครับคุณกฤติยา?”
พิธีกรแซวทันควัน และเพราะคิดว่าเป็นลูกเล่น คนในห้องส่งหัวเราะครืนโดยไม่ต้องมีสัญญาณไฟบอก
แต่กฤติยาตัวชาไปแล้ว หล่อนได้ยินเสียงนั้นเพียงคนเดียว?
เสียงคุ้นเคย...ที่หลอนลืมไปแล้ว
“จะมีดาวตกอีกดวงเหรอครับ?”
พิธีกรหันไปถามผู้ชมในกล้องไลฟ์สด
“เธอคงกำลังเชื่อมต่อกับมหาเทวีครับ แล้วเราอาจจะได้รู้ว่าใครจะดับตามหลังนางเอก Most Idol 2026”
เขาหันหน้ากลับมารับกล้องอีกตัว ที่จับภาพคู่แขกรับเชิญ
“ว่าไงครับคุณกฤติยา
???
คุณกฤติยา?
....
คุณกฤติยา!!! ครับ!
คนทั้งประเทศกำลังรอวาจาสิทธิ์?”
เมื่อเกิด Dead Air นานเกินไป กฤติยา ซึ่งจมในภวังค์ความหลอน หล่อนได้ยินคำถาม แต่ร่างกายเหมือนสูญเสียการควบคุม จึงได้แต่นิ่ง ค้าง
ความยายามเรียกสติกลับมาสำเร็จ
หล่อนยิ้มกว้างมากที่สุด
กว้างยังไม่พอ!
กว้าง....กว้างอีก
แคว๊กกก! ถ้ามีเสียง
นี่คืออาการกรีดร้องของริมฝีปากเกร็ง จน
เหมือนถูกฉีกออกด้วยมือที่มองไม่เห็น
“โอม... มหาเทวีแห่งนิมมานรดี...” หล่อนครางเสียงสั่นพร่า
หล่อนพยายามใช้คำบริกรรมที่เคยสร้างศรัทธา กลบเกลื่อนวิกฤติการณ์
เสียงสั่น โดยไม่ได้ตังใจ เพราะเสียการควบคุม หล่อนรู้ดี จึงยิ่งต้องยิ้ม
ยิ้มด้วยพลังเมตตาระดับมหาโพธิสัตว์
โอวววว
เสียงอุทานลึกในลำคอจากผู้ชมนับร้อยในห้องส่งเกิดอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อสัมผัสภาพ บนจอยักษ์ ข้างฉากสัมภาษณ์
ใบหน้าเต็มจอ
ดวงตาถลนจนแทบจะหลุดนอกเบ้า
แก้มเกร็งเป็นก้อนแข็ง
ปากแสยะยิ้มจนเห็นฟันซี่ใน
ลำคอเกร็งจนขึ้นเส้นประสาท
ความน่ากลัว สร้างคำถาม...นี่มันมหาเทวี หรือ ผีนรก?
กาย..พิธีกรเดินออกจากฉาก อย่างหวาดๆ จนกล้แงต้องตามไปจับภาพแบบแคนดิด
“นี่... นี่คือสภาวะที่ท่าน
ประทับครับท่านผู้ชม!”
พิธีกรหนุ่มพูดติดขัดพลางยกมือไหว้ด้วยความกลัว
ทีมงานรีบจุดธูปกำใหญ่เดินท่องนะโมรอบห้องส่ง กลายเป็นภาพบรรยากาศที่ชวนขนลุก
บนจอ มีตัวอักษร ด้านล่าง
ความเชื่อส่วนบุคคล
รายการไม่สนับสนุน ความงมงาย
โปรดใช้วิจรณญาณในการรับชม
“คนสติแตกดันกลายเป็นประทับทรงเสียได้... Thailand Only ของแท้!”
เสียงหัวเราะร่วนดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสาวสวยในชุด Givenchy แบบเดียวกับกฤติยาเป๊ะ แต่ที่เหนือกว่าคือหล่อนประดับเครื่องเพชร Bvlgari ชุดใหญ่ราวกับยกพิพิธภัณฑ์มาไว้บนร่าง หล่อนนั่งไขว่ห้างดูดบุหรี่พ่นควันอยู่ข้างๆ กฤติยา
“คุณทำได้อย่างไรครับ!
คราวนี้มาแบบจัดเต็มมาก!”
พิธีกรที่ยังยืนอยู่นอกฉาก พูดเสียงตื่นเต้น โดยไม่รู้เลยว่ากฤติยากำลังจะเหมือนระเบิดใกล้ประทุ ขณะค่อยๆ เดินมานั่งบนเวที
“นี่มันอะไรกัน กาย!”
กฤติยาตวาดหลุดภาพลักษณ์ สวย สงบ สยบจิต
“เอาใครมาล้อเลียนฉัน! นี่คงเก็บภาพไปหมดแล้วสินะ ฉันจะฟ้องทุกคน!”
หล่อนชี้ไปยังหญิงลึกลับ ที่นั่งกระดิกเท้าในคริส้ตีบนลูบูตอง ส้นเข็มห้านิ้ว พ่นบุหรี่เป็นควันรูป เครื่องหมายตกใจ สบายอารมณ์บนเก้าอี้ข้างๆ
พิธีกร ช่างกล้อง ช่างไฟ ยังคงสงบนิ่ง ทำให้หล่อนยิ่งคุ้มคลั่ง เพราะถูกมองเป็นจำอวด
กาย!!! ฉันไม่ถ่ายแล้วนะ รายการบ้าไร้จรรยาบรรณ
หล่อนฉุนเฉียวถึงขีดสุด
เดินออกจากฉาก ในขณะที่กล้องทุกตัวยังจับภาพ
ผู้ชมในห้องส่ง...เงียบ!
ทีมงาน...เงียบ!
พิธีกร เงียบ!
,????
มันเงียบ จนหล่อนได้ยินเสียงส้นสูงของตัวเองกระทบพื้น
เงียบ...เกินไป
....
จนตอนนี้ จึงเพิ่งพบว่า
ทุกอย่างรอบตัว
 
ผิดปกติ!
เหมือนแผ่นฟิล์ม
สะดุด ค้าง!!!
หล่อนเข่าอ่อน จนแทบทรุด เสียหลักไปเกาะช่างกล้องที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ
ในความตื่นตระหนกเกินจินตนาการ
ควันบางเบา กลิ่นกาแฟแทรกซินนามอน ลอยอวนมาจากด้านหลัง
หล่อนหันกลับไปที่ฉากสัมภาษณ์
กาย ยังนั่งบนเก้าอี้พิธีกร
แต่ ....
แขกรับเชิญคนนั้น
หายไป! ไร้ร่องรอย การปรากฎ
แม้แต่เก้าอี้ ที่ตั้งติดกันกับหล่อน
อ้อ!!! อย่างงี้นี่เอง
หล่อนพูดในความเงียบ หัวเราะ เข้มเย้ยเยาะ อาการเสียจริต ถูดกลืนหาย ภายใต้ท่าทีมั่นใจ ที่ยกมือตกแต่งเรือนผม คอเชิด หลังยืดตรง
หล่อนหมุนตัวกลับสู่เวทีเบื้องหน้า
อย่างผู้ชนะ
ด้วยรอยยิ้มมุมปาก ที่ฝึกในมาอย่างดี
พอยต์เท้าหันร่างสง่างาม
เกือบจะ 180 องศา
แค๊กๆๆๆๆ ถุย!
แค้กๆๆ !!!!
มวลควันหนาเป็นกลุ่มก้อน
ปะทะหน้าอย่างจัง
ยิ้มที่จะกอบกู้เกียรติยศ
และความนิ่ง ทรงอำนาจ
กลับกลายเป็นเสียงไอสำลัก และอาการขากถุย ควันบุหรี่ กลิ่น Cappuccino
"หมอกสวรรค์จ้ะกฤติยา...”
เสียงหัวเราะร่วน กลั้วคำตอบ ดังจากใบหน้าสวยเหนือจักรวาล หลังม่านหมอกคลี่คลาย
แขกรับเชิญลึกลับคนนั้น ยืนสวยเหมือนภาพปกนิตยสาร Vogue Exclusive นอกจากคีบบุหรี่ ในมือหล่อนยังมี แก้วไวน์แดง ทรงคริสตัลบอล ก้านยาว
แก!
หล่อนหลุดปาก ก่อนหันมองรอบตัว เปลี่ยนสายตาไปบนเวที เงยหน้าขึ้นเพดาน ก้มมองพื้น
ไม่มีสลิง เครน พื้นเลื่อนซ่อนไฮดรอลิกลิฟท์
กฤติยา ผงะถอยไปสองก้าว
จับจ้องใบหน้า ตรงข้าม ที่กระพริบตาถี่ ป้าวอ้าเผยอ และท่าทีเหรอหรา แบบโอเวอร์แคติ้ง
ก่อนหัวเราะหนัก พร้อมผายมือกรีดกราย หมุนตัวเหมือนอยู่บนรันเวย์ ปารีสแฟชั่นวีค ใน Givenchy ชุดเดียวกับหล่อน
สวยจริง ไม่อิงเอฟเฟกต์
ขลังแบบไม่ต้องกระจกสิบหกเหลี่ยม
เลี่ยมทอง 99.99 999 บาทจ้ะ
หล่อนพูด แล้วพ่ยควันใส่หน้าคู่สนทนาอีกครั้งอย่างตั้งใจ พร้อมหัวเราะขำ
“ชอบมิใช่เหรอ มหาเทวีนิมมานรดีที่อยู่บนเมฆน่ะ เอ้า! อีกฟอด! หรือจะไวน์ด้วยสักสามขวด”
“อีบ้านี่! เหม็นนะ! แกเป็นใคร!”
กฤติยาปัดมือไปมาด้วยความโมโห ขยะแขยง ก่อนขยี้ตาที่แสบด้วยมวลควัน
ส่วนหล่อน ปรบมือรัวๆ แบบเซเลบริตี้ชมโอเปร่า
“บราโว! การออกสื่อสำเร็จเกินเป้า เรตติ้งดีโคตรๆ จ้ะกฤติยา
คราวนี้คอร์สเติมบุญของเธอหัวละแสนก็แน่นขนัด!”
อีบ้า...นักแสดงกระจอก ที่รายการจ้างมาหลอก...ฉันจะเอาเรื่องให้ถึงศาล
กฤติยา เดินรัวเท้าดุดันไปที่พิธีกร ที่ยังค้างนิ่งในท่าค้อมตัว มือประสาน
กาย แกเลิกทำได้แล้ว
ฉันจับไต๋ รายการบ้าๆ นี่ได้แล้ว
หล่อนยืนกราดด่าอย่างดุเดือด
กาย!!! บอกให้เลิกทำ!
คราวนี้ถลันไปเขย่าตัวพิธีกรอย่างเหลืออด สุดเแรง
ป๊อก!
เล็บสวยจากอะครีลิกตกแต่งคริสตัล หลุดหักจากแรงกระชาก
ร่างที่ถูกเขย่า
ล้มครืน ! ลงบนพื้น
เขา ยังยิ้มค้างในท่าค้อมตัว เหมือนหุ่น พร้อมเก้าอี้ที่พลิกคว่ำ เค้กเก้
เสียงหัวเราะดังใกล้หูกฤตติกา
หญิงลึกลับ ที่ยืนอยู่นอกฉาก บัดนี้ นั่งจิบไวน์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อยู่ข้างเก้าอี้ที่หล่อนเคยนั่ง ในเสี้ยววินาทีด้วยความไวแสง
“แกไม่ใช่คน!
ผีห่าอะไร!
กฤติกา ประสานมือพนมกลางอก รวบรวมจิตแตกซ่านไม่สมประดี กล่าวเสียงดัง
มหาเทวี... มหาเทวีช่วยดิฉันด้วย!”
ฉับพลันนั้น ละอองทิพย์ระยิบระยับ ปรากฎครอบคลุมร่างของหล่อน
กฤติการู้สึกเบาหวิว
ร่างลอยขึ้นช้า สูงจากพื้นหลายคืบ นี่คือปาฎิหารย์ที่ร่างทรงอย่างหล่อน ไม่เคยประสบมาก่อน
เห็นแล้วสินะ!
ฉัน ไม่ใช่สิ่งทีใครจะ บังอาจ
หล่อนพูดเสียงวางอำนาจ ราวตนเองคือเทพเจ้าสุดสูงเหนือโลก
ร่างค่อยขยับสูงขึ้นอีกคืบ พร้อมเสียงหัวเราะภาคภูมิ และละอองทิพย์เรืองแสงเจิดจ้าจนแสบตา แล้วค่อยหรี่เบา สลับไปมาสองสามครั้ง ก่อนกลายเป็นพลังรุนแรงพุ่งสู่ทุกทิศทาง ประสานเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง ผยองลำพองจิตของดฤติยา
ในจังหวะนั้นเหมือนหูแว่วลำนำเกียรติภูมิแห่งสวรรค์ โหมโรง
ฮ๊า...เลลูยา ฮ๊า...เลลูยา
ข้า!!! คือ เทพผู้ศั......
ฮ๊าาาาา เล ลู...ย
แผละ!!!!!
เสียงหัวเราะบ้าคลั่งด้วยความขำขันยิ่งกว่าดังขึ้น หล่อนเสียจริต น้ำหูน้ำตาเล็ด ในท่านั่งไขว่ห้าง โยกตัวระรัว สองมือสวยประกบ ปรบถี่ๆ
เห็นแล้วเพคะ...มหาเทวีผีหมดวัตต์
หญิงลึกลับใช้นิ้วสวย ประดับเพชรน้ำงามระดับ 4C กรีดน้ำตา ก่อนตวัดเบา
ละอองทิพย์เปล่งจากร่างกฤติกา ที่ตก แผละ! ลงพื้น ล้มฟุบอยู่แทบเท้าอีกครั้ง
หากคราวนี้ มันลอยจากร่าง หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นสลับสีรุ้งพร่างพราว ก่อนลอยละล่องสู่ปลายนิ้ว หญิงลึกลับ
“ว่าไงจ๊ะกฤติยา ฉันก็อยู่กับเธอมาหลายนาทีแล้ว”
ร่างนั้นลอยขึ้นกลางอากาศพร้อมเก้าอี้
“เรียกบ่อยจริง ต่อไปจะคิดค่าเรียกขณะจิตละหมื่น เอามาขยายสาขา ‘มหาเทวีนิมมานรดี จำกัด’ เข้าตลาดหลักทรัพย์ไปเลย!”
หมดประโยค หล่อน ดีด ก้นบุหรี่ในมือลอยหวิวฝ่าอากาศ ก่อนถึงกฤติยา มันแตกตัว และพุ่งไป 8 ทิศทาง วินาทีที่ตกถึงพื้น ก็กลายเป็นควันวิบวับ 8 สาย
ทันใดนั้น รอบตัวกฤติยาก็มีมหาเทวีผุดขึ้น 8 องค์ ทั้งแบบรูปหล่อทองคำ แบบเทพกรีก แบบเซียนจีน เป็นอาทิ
ทุกร่าง คือใบหน้างามสูงส่งเหนือจักรวาล ของหญิงลึกลับ ผู้ลอยคว้างบนเก้าอี้
เมื่อหล่อนยกมือส่งบุหรี่เข้าปาก ทุกองค์
ต่างกระทำเช่นเดียวกัน ก่อนทั้งหมดจะสลายกลายเป็นละอองทิพย์ พุ่งกลับสู่ร่างบนเก้าอี้กลางอากาศ
ซึ่งบัดนี้ ได้แปรสภาวะ เป็นเลอลักษณ์ อันสูงส่งด้วยศักติแห่ง รัตติกัลยา มหาเทวีนิมมานรดี
ทรงอำนาจจนกฤติยาต้องทรุดตัวลงหมอบกับพื้นด้วยความยำเกรง
“นามแห่งเรา หาใช่มนุษย์ต่ำทรามอย่างเจ้าจะเอามาแอบอ้างด้วยมิจฉาทิฐิและโลภะอันโง่เขลา!”
สุรเสียงแผ่วกังวานสะท้านสะเทือน
“จงดู!”
ภาพในอดีตชาติพุ่งเข้าสู่จิตของกฤติยาราวกับหนังเร่งสปีด
หล่อนเห็นนักบวชจอมปลอม เห็นเจ้าลัทธิแสวงหาผลประโยชน์ และภาพสุดท้ายคือหญิงชาวบ้านที่ใช้ส่าหรีของตนรองทางเดินให้ขบวนสงฆ์
“บุพกรรมแห่งเจ้า กฤติยา... ส่าหรีของเจ้าแม้ไม่ได้รองพระพุทธบาท แต่รองเหล่าบริวารอริยสงฆ์ ก็หนักพอให้หลุดพ้นขุมนรก 18 ชั้น มาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง...
บัดนี้แม้จะสายไปบ้าง
ก็จงใช้ปัญญาและศรัทธาในทางอันควรเถิด”
กฤติกา ตัวสันระริก ดุจผู้กระทำผิดอุกฉกรรจ์ รอพิพากษทัณฑ์ฎีกา กล่าวทั้งที่หน้าผากจบพื้น ในท่าหมอบกราบ
“ข้าพระองค์จะเป็นเช่นไรหรือเพคะ มหาเทวี...”
สุรเสียงเรียบ เย็น ลอยกระทบจิต
“ผู้สร้างกรรมด้วยสิ่งใด
ย่อมตกต่ำด้วยเครื่องมือนั้น... ความคิดและสมองของเจ้าจะตกต่ำลงในทุกชาติภพ
มิจฉาทิฐิจะนำเจ้าสู่ความหลงงมงาย แม้พระบรมไตรโลกนาถอยู่เบื้องหน้าก็จะไม่เห็น... แม้ในชาตินี้... เจ้าจะต้องกินอสุภะด้วยความหลง”
ร่างคุดคู้ที่สดับ สะดุ้งแรง ไม่มีขวัญบังอาจ แม้แต่ จะกล่าวรับโองการกรรม
“นี่มิใช่การลงโทษของใคร
มันคือ ‘กฎแห่งกรรม’
กรรมมิใช่เงื่อนตาย
แต่คลายได้ด้วยการละอกุศล
ร่างนั้น สลายเป็นคลื่นแสงกระจ่างนวล ก่อนแปรเป็นสภาวะทิพย์พร่างราว อันตรธาน
“ใครจะเป็นดาวดับครับคุณกฤติยา.
.. คุณกฤติยา!”
กฤติยา กลับมาสู่บรรยากาศการสัมภาษณ์รายการ
หล่อนได้ยินเขา แต่จิตกลับหมุกมุ่นแต่เพียงสุรเสียงในโอการกรรม เผลอปากขมุบขมิบ
กระซิบอะไรนะครับ
หรือกำลัง บริกรรมคาถาสวรรค์
เขาค้อมตัวำปข้างหน้า
เอียงหูฟังสิ่งที่หล่อนมุบมิบกับตัวเอง
ให้กล้องจับกิริยา
จากนั้นยืดตัวขึ้นยิ้ม
นี่อาจจะเป็นสภาวะ ฌาน ชั้นสูงในขณะบริกรรมครับ ท่านผู้ชม
เขาพูดกับกล้องแคนดิด ที่ถือใกล้ในฉาก
ก่อนหันมาทางแขกรับเชิญ
ใครคือดาวดับ คนต่อไปครับ
ท่าน...กระซิบอะไร
ในบริกรรมฌาน
คุณกฤติยา ครับ!
???
คุณ กฤติยา!!!
“อสุภะวิบาก!!!
กินขี้... กินเยี่ยว... อัลไซเมอร์!”
หล่อนลุกพรวดพราด
จนพิธีกรตกใจ
เฮ้ย!!!
กาย ผงะ ลุกถอยหนี
เสียงะโกนลั่นซ้ำๆ ของกฤติกายังดังก้อง
อสุภะวิบาก!!! กินขี้... กินเยี่ยว.
.. อัลไซเมอร์!”
ก่อนจะกรีดร้องเสียงหลง
ห้องส่งเงียบกริบ
ภาพไลฟ์สด
กลายเป็นจอดำ
ข่าวการเสียสติของโหรวาจาสิทธิ์กลายเป็นข่าวดังกลบทุกกระแส
“ผมเห็นคนใกล้ตัวบอกว่า คุณกฤติยาชอบอ่านนิยาย ‘รัตติกาลยอดรัก’ มาตั้งแต่เด็ก และเขียนแฟนฟิคหลายตอน นี่อาจเป็นอาการ Psychosis ที่สร้างตัวตนมหาเทวีขึ้นมาเองครับ...”
นี่คือหนึ่งในบทวิเคราะห์ของจิตแพทย์นะดับศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ที่ถูกเชิญมาออกรายการ ของช่องทีวีดัง
สถาบันที่หล่อนสร้าง ถูกทิ้งร้าง ไร้สาวก และตัวหล่อนเอง ถูกย้ายเข้ารักษาในโรงพยาบาลจิตเวช อย่างเร่งด่วน
สภาพห้องทีถ่ายทอดในข่าวภาคค่ำ คืนหนึ่ง คือความรกร้าง สกปรกของเทวสถาน ที่คละคลุ้งด้วยปฏิกูลจากอดีตเจ้าลัทธิ
กล้องเซนเซอร์เบลอ สิ่งที่หล่อนกำลังกระทำ กับ ของเสียที่ขับถ่าย
กฤติยาในสภาพร่วงโรยราวกับแก่ขึ้นสิบปี นั่งตาลอยอยู่บนรถเข็น
“รับยาค่ะ”
พยาบาลสาวส่งถาดยาและน้ำให้
หล่อนรับมากรอกเข้าปากอย่างว่าง่าย
“ขอบใจ.. พยาบาลรัตติ ”

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา