10 พ.ค. เวลา 22:45 • นิยาย เรื่องสั้น

ครูสอนร้องเพลง ผู้ยอมตายเพือรอสายลมแห่งฟาโรห์...ถักทอบุพเพ

ตอน 4
สายลมแห่งบุพเพ
นุจรีย์นั่งเอนหลังบนอาร์มแชร์ใหญ่พิเศษสไตล์วินเทจลายดอกไม้ หล่อนทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไปข้างหลัง พาดขาบนสตูลวางเท้าลายเข้าเซ็ต ในมือถือแก้วไวน์
ใกล้คือโต๊ะโครงเหล็กดัดฉวัดเฉวียนสไตล์อาร์ตนูโว ด้านบนวางกระจกใสที่บัดนี้บุหรี่มวนเรียวยาวสีทองกำลังปล่อยควันบางๆ ในที่เขี่ยทรงผลึกเพชรสีชมพูพาสเทล และขวดไวน์ในถังน้ำแข็งสเตลเลส โอบผ้าลินินเนื้อหนา
...นักเรียนคนสุดท้ายเพิ่งกลับบ้านไปเมื่อราวสี่ทุ่ม ก่อนหน้านี้เพียง 30 นาที
อาชีพครูสอนร้องเพลงทำรายได้มากกว่าทุกอาชีพที่หล่อนเคยทำ creative, copy writer, เจ้าของแชมพู น้ำมันนวด ขนาดเล็ก ข้อดีกว่านั้นคือ อิสระในการตั้งเงื่อนไขด้วยตัวเอง ที่คนไม่ค่อยตรงเวลาอย่างหล่อนสามารถคุมวินัยได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
ระเบียงบนชั้นลอยของชั้นสอง ปกคลุมด้วยกิ่งก้านต้นแสงจันทร์ขนาดสองคนโอบจากนอกบ้าน แขวนกล้วยไม้กระถางที่กำลังออกดอก ริมระเบียงกระจก ยังวางด้วยแนวเฟิร์นก้านดำใบละเอียดราวลายลูกไม้ริมผ้าม่านวินเทจในยุค 50
แสงเทียนกลิ่นวนิลาหลายดวงถูกจุดบนเชิงเทียนตั้งพื้น แต่ละแขนงที่แยกออกมารองรับเหมือนแมงมุมดำที่ซุ่มซ่อนในความเงียบ
ใยที่มองไม่เห็นกำลังพันธนาการหล่อนไม่ใช่เส้นเหนียวหยุ่น แต่คือ ใยเสน่หา ที่หยื่อ! เต็มใจจะติดร่างแห
หล่อนหลับตาลงหลังจากหยิบบุหรี่มาสูดเข้าปากและพ่นควันเป็นม่านหมอกเหมือนให้มันเป็นสื่อเชื่อมความจริงกับความฝันเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
ทำไมไม่มีท่าน
...ไอย์ ?
ท่านมิใช่รอข้าที่จะได้อยู่ร่วมกัน
ชั่วนิจนิรันดร์หรอกหรือ
หล่อนตะโกนก้องด้วยหัวใจแตกสลายท่ามกลางความชื้นในห้องโถงใหญ่ที่มืดมิด แต่กลับชัดเจนในรายละเอียด
หีบศพจำลองสรีระคน
หน้ากากทอง
ผนังเรียงหินตัดประกอบเรียบทั้งสี่ด้าน
ที่ค่อยๆ ทำมุมสอบจนเป็นยอดแหลม
ยกตัวสูงจากพื้นหินหลายสิบเมตร
...ไอย์?
หล่อนลืมตาขึ้นช้า ควันบุหรี่ไม่หลงเหลือทิ้งไว้แต่กลิ่น
ในสายลมพัดทุกระลอก
กูเหมือนกำลังรอใครสักคนว่ะ ...
หล่อนเคยบอกเพื่อนสนิทชายใจหญิงที่ดูดบุหรี่ด้วยกันบนหลังคาบ้านเก่า
...เออ กูเชื่อมึง
มันหัวเราะขำส่งแก้วเป้กแสงโสมให้หล่อน หลังจากกรึ๊บเองไปก่อนแล้ว
ไม่มีใครเชื่อ ที่เจ็บคือแม้แต่เพื่อนสนิทยังหัวเราะขำในความเพ้อเจ้อ
แต่กระนั้น หล่อนก็ยังไม่คลายการรอคอยจากสายลมโรแมนติคในวัยสาว
สู่ความสะท้านสั่น ล่วงสี่สิบปลายๆ
หลายคนผ่านมาแล้วห่างไป
ไม่เพียงแค่อีเฟมที่ยื่นแก้วเป้กดูดบุหรี่ด้วยกันบนหลังคา กอดคอกันร้องไห้ ลากกันกลับบ้านในคืนเมามาย
ผู้ชายเสน่ห์แรงมากมาย หลายวัย
ที่เคยคิดว่าคือสายลมแห่งบุพเพนำพา
ก็ล้วนจากไปในกาลเวลา
ที่น่าเจ็บใจ คือ ทุกความเสน่หา
หล่อนทุ่มเทอย่างหมดใจ
แต่กลับถูกใช้เป็นที่บริหารเสน่ห์
แบบเว้นระยะ .
เพราะกูอ้วน กูไม่สวยใช่ไหม
ในวันที่มีเฟม เพื่อนสนิท หล่อนระบายความอัดอั้น หลังแสงโสมพร่องไปครึ่งกลม และไวน์แดงสองขวด
 
เฟมเห็นเพื่อนน้ำตาไหลซึมลงร่องแก้ม ทั้งสงสารจับใจ และเคืองแค้น บุคคลเหล่านั้นเสมือนตนคือ เหยื่อ เสียเอง แต่เขาก็ตอบด้วยความจริงกึ่งส่งกำลังใจ
มึงสวยนะถ้าผอม
ซึ่งอาจจะเกินจำเป็น เพราะหล่อนรีบสวน ทั้งที่มืออูมยังปาดน้ำตา
แต่กูจะอยู่อย่างนี้แหละ
คนที่รักกูจริง !
จะมองเห็นคุณค่าของกู
ความมั่นใจ ที่กอบกู้ใจสลาย ไม่ได้เป็นแค่การเยียวยาแค่ชั่วครู่ เพราะดูเหมือน มันได้เป็น เปลือก กักขังความจริงแบบถาวร
ที่ทำให้วันนี้
สายลม เริมยะเยือกลึก
ถึงจิตโดดเดี่ยว
เพียงลำพัง
ที่จริงหล่อนเป็นคนฉลาดทันคน
โดยเฉพาะแววตากลมใหญ่ทรงพลัง
ที่มองแบบเลาะกระดูกใครๆ ได้
แต่เมื่อเป็นเรื่องของเสน่หา
ทุกปราการถูกปลดเปลื้องอย่างไม่อาจขัดขืน
หล่อนให้ทั้งใจกับเขาทุกคน
ด้วยความเชื่อว่านั่นคือสายลมที่นำพามา
และอาจจะ กาย ด้วย หากมันดึงดูดพอ
แต่ เปลือก นั้น ได้ทำลายโอกาส
เบ่งบาน ของ ดอกอวบตูม
สู่ กลีบชั้นอันคลี่คลาย
ที่หมู่ภมร จะคลุกเคลีย
แม้แต่อดีตนักเรียนสอนร้องเพลงที่บัดนี้กลายเป็นหนึ่งในบุคลากรของสถาบันที่หล่อนสร้างเอง
แมท เด็กหนุ่มเพิ่งจบมหาวิทยาลัย
ที่ไม่เพียงมีน้ำเสียง และทักษะการร้องเพลงที่ดี แต่ยังรูปหล่อ และมีเสน่ห์เงียบลึกระทึกหวิว
ในความสุภาพก็มีความพลิกแพลงทางสังคมของการเอาตัวรอดและทะเยอทะยานเป็นหนึ่งในบุคลิกนิสัยด้วย
กูว่ามันแปลกๆ นะ
บอกชัดว่ามีแฟนแล้ว
แต่ชอบมาขลุกกับมึงจนดึกดื่น
เฟมเคยเตือน แต่หล่อนกลับคิดอีกอย่างในใจ...
เขาก็คงเห็นคุณค่าแบบฉันจากเนื้อในไง...
กูไม่ชอบคนที่ไม่แน่นอนว่ะ..
มึงห่างไว้หน่อย..
นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เฟมบอกหล่อนเมื่อห้าปีก่อนในฐานะเพื่อนสนิท
ก่อนที่หล่อนและเขาได้คลายความเป็นเพื่อนรักต่อกันด้วยเหตุผลที่เฟมไม่เคยเข้าใจ
เมื่อถูกถาม หล่อนบอกเพื่อนคนนั้น
เฟมมันคงคิดไปเอง...กูก็ยังเหมือนเดิม อีเฟมมันชอบดราม่า
นั่นคือเหตุผลของนุจรีย์ ในวันนี้ไม่มีเฟม แต่ แมท ยังอยู่ในชีวิตส่วนตัว และการงานไม่ห่าง
หล่อนรู้ดีว่าแมทไม่ใช่คนที่สายลมนำพา เมื่อเวลาค่อยๆ ผ่านไป
แต่หล่อนก็เคยชินกับการมีเขาเสียแล้ว แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งทางกาย
แล้วความทุกข์ที่เหมือนใยแมงมุมของความรักและความหวังก็กระชากเหยื่ออย่างหล่อนอีกครั้ง
ที่จริงแรงกระชากนี้ไม่เคยหยุดตั้งแต่เป็นสาวจนสามสิบปีผ่านมา
มันก็ยังดูดกลืนหล่อนอย่างไม่เคยอิ่ม อย่างช้าๆ ด้วยความเต็มใจของเหยื่อ ...
นักเรียนชายลูกครึ่งฝรั่งเศสที่เพิ่งจากไปล่าสุดคือเหยื่อล่อชิ้นใหม่ระดับพรีเมี่ยม
เขาคือพ่อหม้ายวัยสี่สิบ รูปหล่อ ภูมิฐาน อารมณ์ขัน และมีความเป็นผู้นำสมฐานะผู้บริหารโรงแรมหรู
รอยยิ้มอบอุ่นกับดวงตาตกใต้คิ้วเข้ม คือความประทับใจที่รุนแรงกว่าทุกคน
หล่อนลุกขึ้นจากอาร์มแชร์ เดินมาเกาะระเบียงกระจก หลับตาหลังถอนใจยาว
หนึ่งหยดน้ำตาร่วงช้าเป็นสายค้างอยู่ข้างแก้ม..
สายลมพัดเบา
ภาพสุสานโบราณและการตามหาไอย์ แทรกทับด้วย
เดอลอง
หนุ่มใหญ่มันทำให้จิตของหล่อนกรีดร้อง...
ใครจะมารักคนอย่างมึง!!!
???.
....
มึ๊งงง!! คนนี้แหละ
กูว่าช่ายยยยย ...
ใช่เลย ใช่เลย สรุปว่าพอดี
แบบนี้ใช่เล๊ยยยย..
เสียงหัวเราะใสดังขึ้น ปิดท้ายด้วยฮัมเพลงของไท ธนาวุฒ ทำเอานุจรีย์สะดุ้งโหยง.
..เฮ้ย เหี้ย!!!
หล่อนหลุดคำสบถแบบในวงเหล้าหลุดคราบครูนุจ ผู้สง่างาม...
ว๊าย!!!
เสื้อคลุมหลุดเผยร่างไร้สิ่งปกปิด
หล่อนรีบคว้าขึ้นคลุมตัวลวกๆ
หล่อนมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง ...ที่มีแต่ความเงียบ และเงามืดทอดแสงจากไม้ใหญ่คลุมระเบียง
แต่แล้ว เสียงเย็นยะเยือกดังกระทบ
เอ้า หน่อย น้อย น๊อย นอย นอย น่อย
3 แล้ว 4...ผีมาหลอก ...
แวร๊!!!!!
ว๊าย! ผีหลอก!!!
เสียงกรี๊ดดังขึ้นเฮดโทน
ผ้าผ่อนหลุดอีกรอบ
แล้วร่างเปลือยย้วยก็รีบวิ่งผลุง ก่อนกระโจนมุดผ้าห่มจนเตียงหัก
 
เสียงผีล้อเลียนการไล่โทนเสียงนักเรียนเพื่อวอร์มเส้นคอ กลัวหัวเราะขัน
!!! ????
?
ทุกอย่างเงียบสนิทจนหล่อนเผลอหลับไป
ตืงๆๆๆ ต่องๆๆๆ ตึงต่อง
เสียงเปียโนไล่คีย์ดังในห้องสตูดิโอแว่วเข้าหู
หล่อนลืมตา เช็ดน้ำลาย
ก่อนค่อยๆ ย่องร่างลงพุง กระเพื่อมไขมัน ไปคว้าเสื้อคลุมที่ลืมไว้ริมระเบียง
รีบสวมทับก่อนค่อยๆ ย่องไปที่ประตู
ขโมย หรือ ผีกันแน่วะ?
ส่องตาแมว จนแน่ใจว่าไม่มีใคร
ค่อยหยิบ ดัมเบล ที่วางฝุ่นจับในซอกตู้มาถือ แล้วค่อยๆ จรดปลายเท้าอย่างแผ่วเบา แต่ยวบยาบ
ท่ามกลางเสียงเปียโนที่ยังไล่โทนเสียง ที่หล่อนทำหูทวนลม ด้วยหมายใจว่า จะวิ่งไปคว้ากุญแจรถ แล้วขับออกไปนอนโรงแรมหรูใกล้
หล่อนกลั้นใจดึงประตูออก! ทันคัน
โฮ้!!!!!!!!!!!
เหี้ย! โฮ้!!!!!!
หล่อนอุทานและทำเสียงสูงตามด้วยความตกใจสุดขีด
เสียงโซปราโนออกจากปากอีกฝ่าย
ใกล้จนแทบจะจูบกัน
หล่อนล้มก้นจ้ำเบ้า แต่ยังไถลากไปกับพรมเนื้อแน่นสีไวน์แดง
หญิงลึกลับยืนโก่งคอโซปราโนสูงอีกอย่างตั้งใจ แล้วหันไปมองแก้วไวน์อีกมืออย่างงงๆ
จากนั้นขึ้นเสียงสูงกว่าเดิมแต่แก้วในมือก็ยังเหมือนเดิม
หล่อนสูดหายใจลึก ขึ้นเสียงสูงปรี๊ด แล้วเอาแก้วทุบกรอบประตู..
เพล้ง!
ทำสีหน้าภูมิใจ
ถามนุจรีย์ที่นั่งชันเข่าตาค้างเหมือนสติหลุด...
ผ่านไหมครับครูนุจ
เสียงจากปากฉ่ำลิปสติกประกายเพชร กลับเป็นผู้ชายสำเนียงแปร่ง
เหมือนเสียงของ เดอลอง
พ่อหม้ายพรีเมี่ยม
ฉันมีพระนะ ..ฉันดวงแรง ฉันทำบุญมาก ถ้าไม่ไปจะแช่งให้ตกนรก!
นุจรีย์ทำใจดีสู้เสือ ใช้เสียงกึ่ง chest voice ที่ลึกต่ำแสดงอำนาจขู่หล่อน
หญิงลึกลับในชุดเดียวกับที่ลิซ่า มโนบาล ใส่ร้องเพลงในงานออสการ์ พร้อมเครื่องประดับบูการีราคามหาศาล ลอยตัวสูง พุ่งมาบนหัวหล่อน แล้วตีลังกากลางอากาศ ทิ้งตัวลงนอนลอยขนานพื้น
ค้างอย่างนั้น
พูดเสียงยะเยือก ยังคงเป็นเสียงของเดอลอง..
แรงพอจะหอบผมมาถึงครูไหมครับ ?
จากนั้นทั้งตัวตกจากเพดานอย่างรุนแรง แต่เมื่อจะกระทบตัวหล่อน ร่างกลับแตกสลาย เป็นเศษซาก...
ส่วนคางที่มีปากที่กระเด็นไกล ยังพงาบเรียกด้วยเสียงเดอลอง...
ครูนุจรีย์...
รักผมหน่อย
รัก..ผม..หน่..
ครั้งที่สองพูดไม่จบก็หยุดนิ่งเหมือนเครื่องหมดลาน
หล่อนกรี๊ดสุดเสียง แต่คราวนี้มันบาดลึกถึงหัวใจ
น้ำตาไหลเหมือนเขื่อนพัง แผดเสียงถาม ...
ทำไม ทำไมทำกับฉันแบบนี้
ฉันทำเวรกรรมอะไรนักหนา
ถึงต้องรอๆๆๆๆ รอจนโง่งมบรมควาย!
ร่างที่แตกสลาย เคลื่อนเร็วประกอบร่างหญิงลึกลับปรากฎตรงหน้า
แล้วใยแมงมุมพุ่งเส้นสายออกมาสานเกี่ยวเป็นโครงข่ายไปทั้งห้อง
บรรยากาศรอบตัวนุจรีย์ค่อยๆ มืเดำลงจนดับสนิท
หญิงตนเดิมในชุดออสการ์ลอยคว้างกลางอากาศ
ใยแมงมุมแผ่ขยายเส้นสายเรืองแสงเหมือนสีกระดูกเก่า จากด้านหลังของหล่อน
ความยึดติดชักใยทุกข์เสมอ ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ..
เสียงก้องกังวาลสะท้านสะเทือนอนันตสุริยะ เสมือนไม่เพียงพูดให้นุจรีย์ผู้เดียว
เจ้าไม่เคยจำว่าเลยว่า
พิระมิด กับความเชื่ออันไร้สาระนั่น
กักขังมากี่ร้อยปี..
เจ้าเลือก
จะจำแค่การรอคอยและเสาะหา ..
ลืม
แม้การได้พบเรา
ผู้เคยมอบแสงสว่าง
มินูซ!
มินูซ...สิ้นเสียงเรียกนั้น
นุจรีย์ถูกนำกลับไปที่สุสานร้างในความฝัน อีกครั้ง ในฐานะสายตาที่สาม
หญิงสวยในชุดผ้าลินินชาวประดับเครื่องหินหลากสีกล่าว
ไอย์ ?
นุจรีย์ขยับปากพร้อมกันกับหญิงชุดลินิน
ไอย์...
ข้าสละชีวิต เพื่อเป็นนิรันดร์กับท่าน
แล้วท่านอยู่แห่งใด..
ไอย์ !
....
เสียงเนียกสุดท้ายนุจรีย์สะอื้นหนักราวจิตจะแตก ทุกถ้อยคำ ทุกอากัปกิริยาเหมือนกันกับร่างขาวในสุสานไม่ผิดเพี้ยน....
ในความมืด อันโดดเดี่ยว
แสงนวลที่เริ่มจากหิ่งห้อยตัวเดียวค่อยเพิ่มจำนวนเสมือนแสงแห่ง Amunet ที่เชื่อกัน
สร้างเป็นเรือนร่างงามอันทรงทิพยอำนาจเหนือจักรวาล เทพีผู้ยิ่งใหญ่ใบหน้าดียวกันกับผีสาวชุดออสการ์
ทำให้หล่อนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ...
Amulet มหาเทพี ท่านรู้หรือไม่
ไอย์อยู่แห่งใด
ไฉนการเสียสละแม้ชีวิตแห่งข้า
ถึงไม่ได้พบและเจอเขา
เพื่อครองรักนิรันดร์...
ใบหน้างามเหนือโลกแย้มเยื้อน...
เรามิใช่ Amulet
เราคือเรา
อนธกาลที่ส่องสว่างความมืด
ความจริงที่มิใช่สมมุติ
ทางความเชื่อแห่งพวกเจ้า
เชื่อในเทพ
ชีวิตอมตะ
หลังความตาย
ที่จะอยู่ด้วยกันนิจนิรันดร์
ตัณหาแห่งอวิชชา!
ร่างวิญญาณแห่งมินูซ สลดลงกับพื้นหินฝุ่นเขรอะ ก่อนซุกหน้ากับสองมือร้องไห้หนัก
ไอยของเจ้ามิได้อยู่ที่นี่
ตั้งแต่เมื่อหมดลม มินูซ
และไม่อาจจะรั้งอยู่ได้ตามใจ
จักรวาลมีกฎที่แม้แต่เทพสุดสูง
ก็มิอาจขัดขืน
บัดนี้เขามิใช่ไอย์
และมิอาจเป็น
ไอย์ของเจ้าตลอดกาล..
ร่างนั้นคลายทิพยอำนาจอันมลังเมลือง ห้องกลับสู่ความืดสนิทอีกครั้ง...
มินูซเงยหน้าขึ้น
มองรอบตัว
ไอย์ ไม่ว่าเจ้าจะไปที่ใด
เป็นหยดฝน หรือสายลม
ข้าจะตามติด
และเฝ้ารอการรวมกันแห่งเรา
แสงสว่างวาบเกิดขึ้นแก่มินูซ
สุสานเงียงบสงัดกว่าที่เคย
ด้วยไร้ จิต ที่รอคอย
นุจรียลืมตาในห้องของตัวเอง
แต่ก็ยังสะดุงวาบเมื่อหญิงชุดดำยังลอยคว้างอยู่ามกลางใยแมงมุม
หล่อนลดตัวลงพร้อมเส้นสายใยค่อยๆ กลายเป็นสายควันพุ่งหายใปในจมูก และถูกพ่นออกมาเป็นควันบุหรี่ปะทะใบหน้าที่ยังนั่งใจสลาย
หญิงชุดดำกลายเป็นสภาะและรูปลักษณ์เดียวกับหาเทพีในสุสาน...
มินูซ เจ้ารู้ไหมว่าตอนนี้
ไอยของเจ้า หาได้ตามหาใครไม่
และอาจจะอีกนานัก
กว่าสายลม..ที่เจ้าเชื่อ
จะพัดพามาเจอกัน
แต่มันมิใช่ลมแห่งบุพเพ ...
นั่นคือกระแสกรรม...
ที่ซัดสาดด้วยเหตุปัจจัยมากมาย...
เจ้ามิใช่เหตุเดียวของการได้พบ
และได้เจอ...
จงใช้อนธกาลของชีวิต
ส่องสว่างความมืดที่ยึดติด
จงฟังเรา...รัตติกาล
มหาเทพีอันตรธานด้วยความโปร่งของมวลแสงที่ค่อยๆ คลี่จางลงกับความมืด
นุจรีย์ ทอดมองด้วยสายตาเลื่อนลอย
โน้ตเพลงพร้อมคำร้อง แบบที่ใช้สอนร้องเพลง รัตติกาล...ประกอบละครร้องเบิร์ด ธงไชย...ลอยคว้างเหมือนสายลมปริศนาพัดพา ตกลงบนตัก
หล่อนหยิบขึ้นดูเนิ่นนาน
ทรุดลงสะอื้นเงียบ
ฟุบลงกับพื้นนาน
จึงลุกยืน เดินโผเผออกจากห้อง ทิ้งแผ่นโน้ตพลงไว้บนพรม...
คืนนี้แม้แม้มืดมิด
แต่ชีวิตยังเรืองรอง
คนรักผู้เศร้าหมอง
โปรดจงมองฟ้าเบื้องบน
มีฉันในฟ้ากว้าง
เวิ้งว้าง มืดมน
ปลดปล่อยความรัก
บินไปยังดินแดนของพรุ่งนี้...
ไปเถอะไป พรุ่งนี้รอเธออยู่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา