Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วรรณกรรมถอดรหัสจิต
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 05:19 • นิยาย เรื่องสั้น
เมื่อสูตรสำเร็จ วิปริต เป็นสัญญาลวง จนอยากควักสมอง และหัวใจ
ตอน 6 สัญญาลวง
ห้องพักขนาด 60 ตารางเมตรบนชั้น 8 ของอพาร์ตเมนต์ระดับกลางค่อนข้างดี ค่าเช่าเพียงเดือนละสี่พันบาทใกล้ปลายทางรถไฟฟ้าย่านฝั่งธน คือบ้านของสิรีมาร่วมสองปี
หล่อนเจอมันโดยบังเอิญเมื่อแทกซี่พาเลี้ยวผิดซอย
อพาร์ตเมนต์ที่สร้างมาร่วมสิบปี ทรงตึกเหลี่ยมตั้งประจันหน้ากับโรงพยาบาลสัตว์ขนาดเล็กจากถนนหลัก 50 เมตร
ในพื้นที่ของอาคาร มุมซ้ายด้านหน้าคือ ศาลพระภูมิทรงขอม และลานจอดรถขนาดย่อม
ตัวตึกทึบทรงสูงสี Old Rose กรุโปร่งด้านซ้ายตอเนื่องทุกชั้นด้วยกระจกใส มองทะลุเห็นลิฟท์ และทางเดิน
ความเรียบเท่แบบไม่อวดตัว ดึงดูดสายตาให้หล่อน ตัดสินใจลงจากรถ และถือโอกาสเข้าไปดูห้องว่าง
มันเป็นห้องมุมบนชั้น 8 พื้นที่ใช้สอย 60 ตารางเมตร ซึ่งนับว่าใหญ่กว่ามาตรฐาน 30% แดดบ่ายส่องเข้ามาจากระเบียง ทำให้สว่างไสว และตกหลุมรักทันทีเมือแรกเห็น
ภายในห้องเมื่อเช้ามาด้านขวาสุดคือห้องน้ำขนาดใหญ่มีเคาน์เตอร์ล้างหน้าฐานแกรนิตดำ ตั้งประจันกับชักโครกและพื้นที่อาบน้ำยกขอบตื้นนเป็นกรอบรองรับความเปียกจากฝักบัว
หลังกำแพงห้องน้ำคือที่โล่งกว้าง 5 เมตร ลึก 9 เมตรจดระเบียง มีบานเลื่อนกระจกกรอบขาวยาวจดเพดาน 4 บาน แบ่งครึ่งห้องเป็นอินดออร์ที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศและโซนเอาท์ดอร์ เป็นพื้นที่กว้างกว่ามาตรฐานที่มักจะกว้างแค่สองเมตร มุมหนึงติดตั้งก๊อกน้ำและเต้าเสียบไฟที่มีสายดิน
ทุกอย่างเป็นฟังก์ชั่นในฝันราวกับมันสร้างมาเพื่อเธอ
สิรีชอบแต่งห้องเอง แม้เมื่อไปพักโรงแรมไหนๆ ก็มักจะขยับนั่นนี่ให้เป็นที่พอใจของตัวเองเสมอ
หลังตัดสินใจวางค่าเช่าและมัดจำ หล่อนเก็บไว้แค่เตียงใหญ่ ที่บัดนี้ถูกหันหัวติดผนังห้องน้ำ และซื้อทุกอย่างเสริมด้วยตัวเองจากออนไลน์ และร้านขายเครื่องเรือนในละแวกนั้น
ตั้งแต่โต๊ะหัวเตียง โคมไฟเรียบหรูราคา 250 บาท โต๊ะพับแบเรียบผิวฟอร์ไมก้าดำยาว 2 เมตร ราคาหนึ่งพันบาท ที่ใช้วางกั้นพื้นที่ตรงปลายเตียงกับที่ว่างในห้องให้พอตั้งเดย์เบดขนาดสามที่นั่งหนังพีวีซีสีดำเงาขึ้นผิวสัมผัส วางขนาบด้วยโต๊ะเตี้ยความยาวสองเมตรรับกัน ทั้งกับที่นั่งยาวและสตูลลูกเต๋าหนังพีวีซีดำ ที่เรียงกันให้เสมอเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า รองรับด้วยกระเบื้องยางลายไม้เข้ม
บนโต๊ะยาววางไว้ด้วยโคมไฟแสงนวล เครื่องกาแฟสดแบบพกพา ชั้นเครื่องสำอาง และกระจกแบบตั้งดีไซน์เรียบหรู ข้างใต้คือสตูลติดล้อ และชั้นวางแบบปิดลายไม้เข้าชุดกับพื้น
พื้นที่ว่างอีกฝั่งคือเคาน์เตอร์ยาววางไมโครเวฟ หม้อทอดไร้น้ำมัน เตาแกสกระป๋อง อ่างล้างจาน และชุดโต๊ะรับประทานอาหารสองที่นั่ง ระเบียงด้านนอกวางเดย์เบดใหญ่สองตัวคั่นด้วยโต๊ะกลาง แนวระเบียงเรียงกระถางบัวดินออกดอกสีขาวสไว อ่างบัว และกระถางต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านเป็นสวนลอยฟ้า ทั้งหมดสิรีค่อยๆ คิดค่อยใส่รายละเอียดจากโครงภาพในจินตนาการจนสำเร็จในสามสัปดาห์แรก
พื่นที่ในฝันที่เธอสะสมแรงสร้างสรรค์วันละเล็กละน้อย แม้โครงจะเสร็จ แต่รายละเอียดยังถูกเติมเต็มทุกวัน ภาพวาด กรอบรูป ผ้าคลุม กลิ่นกำยาน เทียน แสงไฟห้าวัตต์ที่ทำหน้าที่แค่ส่องแสงอ่อนสร้างบรรยากาศมากกว่าความชัดเจน
แม้กระทั่งวันนี้ที่ผ่านมาสองปีแล้ว หล่อนก็ยังจัดดอกลิลลี่ขาวที่ซื้อมาลงแจกัน หล่อนใส่ลงโหลแก้วทรงกระบอกหล่อน้ำไปทั้งก้านพร้อมใบและช่อดอกโดยไม่ตัดแต่ง แต่กลับสวยงามลงตัวในความไม่ขัดเกลาของโต๊ะยาวปลายเตียงอย่างเหมาะเจาะ ยิ่งเมื่อจุดเทียนข้างๆ ยิ่งหรูหราราวมุมรับรองในบูทีคโฮเทลเล็กๆ อีกหนึ่งความฝันที่เก็บงำกับตัวเอง
หล่อนถอยมานั่งมองนานกว่ปกติ ...
เพราะนี่
.....
อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย
และมัน....
คือการอำลา
สิรีกำลังจะรื้อ ถอน ทุกอย่าง
ไม่ใช่แค่ห้องนี้
แต่คือความสามารถ และศักยภาพทั้งหมด..
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ยากที่สุด ...
หล่อนนิ่งอยู่ในความเงียบนาน
และเพลินในการจมจ่อม
จนเมื่อสัมผัสนุ่มอุ่นเกือบร้อนตกลงบันตัก พร้อมอาการถูไถแทรกเสียงครืดคราดเบาๆ เหมือนเครื่องยนต์เก่า...
นังเหมียว
แมวสามสีตัวกลมที่หอบหิ้วกันมาจากภูเก็ตเมื่อสองปีก่อน นังเหมียว และบางทีก็อีเหมียว
นี่ต่างหากที่คือความยากยิ่งยวด
หล่อนจับมันมาหอมพุง
ซุกหน้าลงเนิ่นนาน
และมันก็ยอมเปิดพื้นที่พิเศษที่ไม่ใช่แมวทุกตัวจะยอมให้อย่างไม่ขัดขืน ..
เราต้องจากกันแล้วนะ
หล่อนพูดเสียงเศร้าลึก ไร้น้ำตา
มันจ้องมองกลับนิ่งอยู่อึดใจ
ครืดดด!
มันถอนลมแล้วกลับไปเลียอุ้งเท้าในท่านอนหงายอย่างสบายอารมณ์ โดยมิรู้เลยว่า ความเปลี่ยนแปลงตลอดกาล กำลังเยื้องย่างเข้ามา
หล่อนยกตัวมันแนบหน้าที่ก้มลงซุกไออุ่น ก่อน เดินไปเปิดตู้ หบิบถุงเทอาหารเม็ดเต็มชาม
นังเหมียวเดินกวัดหางช้าอย่างสบายอารมณ์ จบเคี้ยวกรุบกรอบ ไม่รีบร้อน แต่ไม่ถอนตัว
หล่อนเปิดเพลงโซโลเปียโนจากยูทูป
จุดเทียนทุกแท่ง
เผากำยานกลิ่น sandal wood
คว้าขวดไวน์และแก้วก้าน เดินไปตั้งตรงโต๊ะกลางระหว่างเดย์เบดสองตัวนอกระเบียง
เปิดพัดลมตั้งพื้น แล้วกลับมาหย่อนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเดย์เบดที่ติดระเบียงกระจก
จุดบุหรี่ขึ้นสูบแค่ลำคอแล้วปล่อยควันให้ไหลช้าผ่านริมฝีปาก
ปล่อยใจให้เลื่อนลอยอย่างชาๆ
หล่อนหลับตา นึกในใจที่ล่องลอย...
บางทีการทำอะไรด้วยร่างกาย
ไม่ใช่สมองคิด
แค่ล้างจาน
ถูส้วม
ขัดพื้น
แล้วได้ค่าแรงวันละสามร้อยเท่ากับแรงงานต่างด้าว อาจจะดีนะ
ฉันเหนื่อยจนอยาก
ควักสมองวางไปยาวๆ
สิรี...คุณทำงานมานาน และทำได้ดีมาตลอด แต่งานนี้ทำไมมันพลาด ลูกค้าไม่รู้เพราะเราแก้สถานการณ์ได้ทัน
แต่งานมันควรจะดี
เหมือนมาตรฐานที่ผ่านมา
ทีมแบคสเตจทุกคนกันพูดเหมือนกันว่าคุณวอมาบอกเรื่องแสงไฟ และดรายไอซ์ในตอนที่เขาทำตามตอนรันทรู
จนมันผิดทิศทาง ...
คำกล่าวหาของทีมเบื้องหลัง และเจ้าของบริษัท event พูดด้วยความหัวเสียใส่เธอ ยังสะเทือนใจ
และมันรีเพลย์ขึ้นอีกครั้ง
ทั้งที่หล่อนได้กลบมันชั่วคราวด้วยกล่นหอม เสียงเพลง แสงไฟ บุหรี่ ไวน์
บอสคะ...สิ่งที่เกิดในวันจริงมันไม่ใช่อย่างที่รันทรู เครื่องทำดรายไอซ์เสียไปหนึ่งเครื่อง
ฉันเห็นว่าควันมันจะไม่ตู้มให้เกิด
ความแกรนด์ในตอนแนะนำสินค้า
พร้อมเซเลบ
เลยสั่งปรับ ให้ขยับตำแหน่งเครื่องพ่นอีกสามตัวให้กระจายเป็นความฟุ้งเหมือนภาพฝันแทน
และแสงไฟก็ต้องใช้ไฟล่างสาดขึ้นมาแทนไฟบน เพื่อให้เนื้อควันมันดูเหนือจริง ซึ่งเสริม
magical retreatment cream ...
ลูกค้าก็พอใจ มันคือความตั้งใจค่ะ
บอสหนุ่มขัดทันที...
แต่เออีเอเจนซีเขาติว่าไม่เหมือนที่ครีเอทีฟเขากำหนดไว้ ...
แล้วผมบอกตรงๆ เลยว่า วิธีคิดแบบของคุณนี่ผมไม่ชอบมาตั้งแต่แรกแล้ว
ชอบมองอะไร negative เกินจริง
ที่ปล่อยเพราะมันไม่พลาด แต่ครั้งนี้มันพลาด ...
หล่อนอึ้งกับงานวันนี้ที่กลายเป็นชนวนระเบิดความไม่พอใจของบอสหนุ่ม ที่ก่อนนี้มักจะชื่นชมหล่อนออกหน้า เขาซอนมันไว้อย่างแนบเนียนเพื่อรอเหยีบบซ้ำนี่เอง
เอาเถอะ มันก็มีพลาดได้ แต่ผมไม่เสี่ยง...ต่อไปนี้ แจ๋ม จะเป็นคนไฟนัลทุกอย่าง คุณอันเดอร์เขาอีกที ...
แจ๋ม คือไฮโซสมองกลวงที่ชอบทำหรู และใช้สายสัมพันธ์ขายงานง่ายๆ แต่โยนทุกอย่างมาให้หล่อนจัดการมาโดยตลอด
นี่คือสิ่งที่สิรีเจ็บที่สุด
ภาพและเรื่องราวอีกเหตุการณ์ รัน ติดกันอย่างไม่ให้จิตคลายทุกข์ ที่หนัก เหนื่อย
ผมคิดว่าเราไม่เข้ากัน สิรี
คุณทำงานเก่ง คิดไว
และมองทะลุผมดีเกินไป
แถมยังชอบพูดให้ผมคิดหลายชั้นในการตัดสินใจทั้งงาน ปัญหากับแม่ และเรื่องของเรา ...
ผมเป็นผู้ชายนะสิรี
ผมไม่ชอบถูกนำแม้จะเป็นแค่คำพูดเล่นๆ
แต่ผมอึดอัด
ถ้าคุณเห็นจะรู้ว่า
หลังๆ ผมไม่แชร์อะไรเท่าไหร่
เพราะผมไม่ได้อยากให้คุณช่วยคิด
แค่อยากอัพเดทชีวิต
ให้เรารู้เรื่องของกันและกัน
ผมเหนื่อย สิรี ...
ห่างๆ กันสักพัก
เราอาจจะกลับมาเดินด้วยกันได้ ...
จากงาน หล่อนก็เลยเถิดไปถึงจักรี แฟนหนุ่มนักเรียนนอกที่ทำงานโครงการ CSR ของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขนาดใหญ่
แล้วผมจะบอกว่า
สิ่งที่คุณเคยออกความเห็น บางครั้งมันทำให้ผมพลาดเพราะเชื่อคุณ
แม้จะเกิดแค่ครั้งเดียวและไม่ใช่เรื่องใหญ่ ...คุณไม่ได้คิดถูกเสมอไปสิรี
ชีวิตไม่ใช่คณิตศาสตร์ และถ้าคุณยังจะใช้ logic แบบนี้ คุณก็คงไม่เสียใจเท่าไหร่ หรืออาจจะเตรียมใจไว้แล้วด้วยซ้ำว่า
วันนี้จะมาถึง
ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าคุณมีแพลนบี
สิรีจิกปลายเล็บจนเจ็บ วนเวียน คิด วิเตราะห์ ทุกอย่างซ้ำๆ เพราะมันคือกลไกเดียวที่จะทำได้ ในศักยภาพที่
เคยชิน
เคยถนัด
เคยให้ประสิทธิภาพ
เคย...ดีเลิศ เสมอมา
ฉันพลาดจริงๆ ใช่ไหม ..กรอบคิดของฉันมันผิดอย่างนั้นหรือ ความหวังดีกลายเป็นไมมืออาชีพ และคนไร้ความรู้สึก ...
ฉันควรจะมีชีวิตต่อไปยังไงดี...
สิรีรำพันกับตัวเอง
ถอนใจลึก
หลับตานานก่อนพูดซ้ำๆ...
ลืม ลืม ลืม...ลืมทุกสิ่งที่มี ที่เป็น
ควักสมอง ล้วงหัวใจออก
ให้เหลือแต่มือตีน...อาจจะดี
ควักหัวใจออกมา
เอาออกมาพิสูจน์
แม้แค่เพียงคำพูดไม่พอ...
ในความมืดสลัวบนระเบียง ดรายไอซ์ขึ้นหนา แสงเสียงจัดเต็ม สาวสวยในชุดคอนเสิร์ตใหม่ ...สุดขอบฟ้า ออกมาพร้อมเพลงและเอียร์โฟนบรรยากาศยุค 90 ปรากฎขึ้นอย่างฉับพลันต่อหน้า
ทำเอาสิรีตกใจหนักจนตัวแข็ง ...
นักร้องปริศนาว๊าบจากเวทีมานั่งเดย์เบดข้างตัว หยิบบุหรี่จากมือสิรีขึ้นสูบอัดเต็มปอดแล้วปล่อยควันยาวที่เกาะกลุ่มเป็นหัวใจสามมิติ...
นี่จ้ะที่รัก ของจริงมันต้องเบอร์นี้
แล้วหล่อนก็เสียบบุหรี่เข้าปากสิรี ...
เอ้า 1 2 3 ซื๊ดดดด
ซื้ดมันลงใส้ติ่งไปเลยสาวจ๋า...
ยังไงก็ไม่มีหัวใจให้ล้มเหลวนี่เนาะ
ปิศาจคอนเสิร์ต หยิบกล่องบุหรี่ขึ้นมาดู แล้วโยนลงอย่างขยะแขยง
ไม่รู้จะพิมพ์เตือนอะไรให้เสียดีไซน์ซองก้นกรอง เบื่อพวกผู้บริหาร ปากว่าตาขยิบ
ห่วงประชาชน
แต่ขนเงินจากเสรีบุหรี่จนมือหัก
หล่อนหัวเราะร่วน
แล้วหล่อนก็ว้าบหายไปยืนอีกฟากของผนังระเบียง กลายเป็นหุ่นยนต์ในชุดแม่บ้านโรงแรมหรู
ทกชิ้นส่วนเป็นเหล็ก
แถมตากระพริบแสงแวบๆ สีแดง
ขยับตัวแบบกระชากเป็นจังหวะ...
ถูพื้น ถูพื้น สิรี 1002 ถูพื้น
ทันใดนั้นขาก็บิดหดลง งอกเป็นแป้นแปลงถูพื้นขนาดใหญ่ หมุนตัวสามร้อยหกสิบองศา ก่อนหยุดสแกนแสงแดงมาที่สิรี
พบเป้าหมายขัดถู!
แล้วพุ่งวาบมาอย่างเร็วจนสิรีกรี๊ดยกขาหลบจนจนแทบตก แต่เมื่อเกือบชนกลับหยุดกึก หัวหมุนเหมือนสว่าน..
คำนวณผิด คำนวณผิด
ทำลายตัวเอง!!!
ปิ๊ดๆๆๆ! ตูม!!!
แล้วก็ระเบิดกลายเป็นควันหนา
เหลือทิ้งบนพื้นแค่ก้อนสมองที่ยังกระดอนเหมือนลูกบอลยาง
สมองยางกระดอนเด้งดึ๋งหลายที ก่อนพุ่งใส่สิริ
ว๊าย!!!
หล่อนร้องแล้วเตะมันด้วยขาจนกระเด็นหลุดระเบียงด้วยสัญชาติญาณ ...
นี่มันบ้าอะไรกัน ฉันอยู่ในซีรีส์ทไวไลท์โซน หรือ buffy เนี่ย
หล่อนคิดในใจ และได้คำตอบทันที ส
าวสวยกว่าดาราปรากฎตรงหน้าในชุด หนังรัดรูปสีดำของ versace ในมือถือลิ่มไม้ ...
ฉันเป็นคนที่ถูกเลือก หล่อนหัวเราะร่วน ยืมบทเปิดตัวของซีรีส์มาล้อเลียนให้ตัวเองตลกเอง
แคร๊ก!
สิรีรู้สึกมีสิ่งเคลื่อนไหวในปาก และมันคือฟันคู่หน้าที่งอกยาวออกนอกริมฝีปาก หล่อนจับแล้วอุทาน ...
เขี้ยวมาจากไหน!
จับหน้าตัวเองที่บัดนี้ส่วนตามีหนังหยาบย่น สองตาชี้ หน้าผากยับเหมือนอสุรกาย
นี่มัน แวมไพร์ในซีรีส์!!!
หล่อนอุทาน ในขณะที่สาวชุดดำตีลังกาสามตลบและควงตัวกลางอากาศจากความสูงร่วมสิบเมตร ลงมาตรงหน้า
ผายมือแบบนักยิมนาสติก เท้าชิดก้นขมิบ หล่อนพูดด้วยความภูมิใจ ....
9.99
ยิ้มให้สิรี ก่อนจะนึกได้
เอาลิ่มแหลมแทงตำแหน่งหัวใจ
สิริหลบและผลักด้วยความว่องไวจนร่างสาวลึกลับกระเด็นตกระเบียง
หล่อนตกใจในความไวและกำลังที่แค่ผลักเบาๆ เพื่อปัดป้องกลับทำให้ เธอ ตก จึงรีบวิ่งไปที่ระเบียงด้วยความไวแบบแวมไพร์จนแทบหัวคะมำ...
แล้วจู่ๆ ก็เหมือนมีบางสิ่งขึ้นมาจากความมืด มันรวดเร็วและเกาะติดหนึบกับระเบียง สิริหันมองแล้วอุทาน มันคือข้อเท้าดำสวมส้นเข็มพื้นแดงของลูบูตอง
หล่อนมองไล่ไปในความมืดที่กำลังมีแรงเหนี่ยวแหวกอากาศ ขยับเหมือนยางยืด
วื๊ดๆ!!!
สาวที่ตกลงไปขายาวยืดที่พาดระเบียงดึงตัวเองขึ้นมาเหมือนหนังสติ๊กเหนียว...
อีลาสติกเกืร์ล
สิรีคิดในใจ ในจังหวะที่ร่างนั้นปรากฎตรงหน้าค่อยๆ ปรับคอและตัวที่บิดจากการตกระเบียง...
นังตัวแสบ แกทำอะไรลงไป อีโง่ ไร้สมอง ไร้หัวใจ
ร่างสาวลึกลับพูดอย่างเจ็บแค้น ก่อนล้วงมือเข้าไปในตัวหล่อน แล้วหยิบเชิงเทียนสามขาออกมา
ว๊าย.!!!
สิริมองตัวเอง
ตัวของหล่อนกลายเป็นรูโบ๋ ขนาดใหญ่
Death becomes Her ...
บัดนี้หล่อนไม่กลัวแล้ว เพราคิดว่ากำลังฝัน จึงยิ้มท้าทาย...
คิดว่าแกทำได้คนเดียวเรอะ ฉันคือ Madeline นะเว้ย
ทันใดนั้นร่างของหล่อนกลายเป็นสวมเดรสแดงยาว กลางตัวยังโบ๋อยู่ แต่ในมือมีพลั่ว
พัวะ!!!!
หล่อนตีเข้าเต็มแรง
อีกฝ่ายคอบิดจนต้องหันหลังให้หน้าที่ผิดองศามาเผชิญกับสิรี
หล่อนไม่รอช้ากระโจนเข้าหาร่างที่กำลังใช้สองมือบิดคอจนสำเร็จ
แรงกระโจนนำทั้งคู่ร่วงลงระเบียงอีกครั้ง แต่เมื่อมันกำลังตกแรงลงพื้นกลับถูกแรงกระชากสูง และปล่อย
มาตกลงที่ระเบียงห้องของสิรี
เพล้ง!!!
สองร่างกระทบพื้น
แตกเหมือนเซรามิก
ขา แขน หัว กระจายทั่งระเบียง ...
เอาไงต่อล่ะยะ
หัวของสาวปริศนาที่หล่นอยู่ใกล้ระเบียงพยามตั้งตรงหันมาถาม และกระดี้บมาที่หัวของสิรีบนเดย์เบด
สิริได้แต่กระพริบตาถี่...
เอ้าให้เลือกก่อน
แกเอาขา แขนไป
ฉันจะเอาแต่หัวกับหัวใจ...
หัวใจที่ว่าคือสองก้อนแดงๆ ใสๆ ที่หล่นไปกองอยู่ด้วยกัน...
ฟิ๊ววววว...แผละ!
หลอดอลูมิเนียมมีฝาปิด
หล่นจากอากาศ มาตรงหัวสิรี ...
หล่อนอ่านฉลากที่แปะ
กาวตราไดโนเสาร์..
สมานแผลเก่าบรรเทาแผลใหม่..
ให้แน่นแบบชิบหายวายวอด
สิรีหัวเราะขำจนหัวตกจากโต๊ะและหลับไป
สิรีลืมตาขึ้นช้าๆ พบตัวเองยังนั่งกึงเอนบนโซฟาเบดตัวเดิม มองทุกอย่างรอบข้างอย่างงงๆ
ไม่มีร่องรอยการต่อสู้
หรือเศษซากเซรามิก
สะดุ้งโหยง!
เมื่อสัมผัสนุ่มเขี่ยตรงปลายเท้า
หล่อนถอนใจที่เห็นว่าคือปลายหางของอีเหมียวที่กำลังถูไถขาเดย์เบดและสบัดหางอย่างสุขสม
กำลังจะลุก
แสงหิ่งห้อยบินขึ้นเหนือระเบียง
สวยแปลกจับใจ
หล่อนหยุดมอง แล้วก็เริ่มห่อไหล่ด้วยความกลัว กึ่ง แปลกประหลาดใจ
เพราะมันค่อยๆ เพิ่มจำนวนมากขึ้น เป็นกรอบร่างของผู้หญิง
ก่อนเผยร่างในชุดขาวจากนอกระเบียงลอย ค้างกลางอากาศ...
หญิงปริศนาคนนั้นในความฝันเต็มไปด้วยรัศมีของหมู่ดาวสวยอลังการกว่าทุกฉากเปิดตัวของงานอีเวนต์ที่หล่อนเคยเห็นและเคยสร้างสรรค์
ไม่มีสลิง ไม่มีเครน ...
ทำได้ยังไงนะ
หล่อนคิดในใจพยามนึกถึงเทคนิคหลังเวที...
เสียงหัวเราะร่วนก้องกังวาลสะท้านจักรวาล ...
นี่คงคิดว่า หัวเราะ ของเรา
คือระบบเสียงมัลติเซอราวด์สินะ
ร่างนั้นยิ้มเยาะแกมเย้า...
อย่าได้หาตรรกกะ หรือวิธีใดมาอธิบายเลย
เราอยู่เหนือทุกสัญญาที่เจ้ามี สิรี
และจงอย่ามั่นใจในสัญญาที่ยึดถือจนเกินไป เพราะมันอาจไม่ได้ผลแบบเดิมอย่างที่เคย ...
เก่ง
มั่นใจ
ถูกต้อง และ
ให้ผลสมบูรณ์แบบ
เจ้าก็เห็นเองแล้ว...
สิรีคิด สัญญา...ความจำได้หมายรู้ ความทรงจำ รูปแบบความคิด สูตรสำเร็จ .
..เสียงหัวเราะดังจากทุกทิศทางอีกครั้ง...
สัญญาทั้งหมดเคยใช้ได้
แต่มิใช่จะเชื่อได้เสมอไป
โดยเฉพาะหากมันขาดความเที่ยงตรง แม่นยำ และ
อกาลิโก...พิสูจน์จริงได้เหนือกาลเวลา
หลุดจากนี้
ล้วนเป็น สัญญาลวง
หัวใจ สมอง ก็เช่นกัน
ความมมืดสะท้อนแสงสว่าง..ความล้มเหลวสร้างเส้นทางเสมอ การตัดเหตุมิสู้รู้อย่างเท่าทัน ..
คิดถึงฉันบ้างนะ
ใน...รัตติกาล
อนธกาลที่ส่องผ่าน ทุกข์
เสียงสุดท้ายกังวานแว่วดุจวงแหวนแห่งอนันตากาลที่สะท้อนสะเทือนไร้ขอบเขต
รอยยิ้มบางจางไปพร้อมแสงระยับ
ที่ค่อยๆ อันตรธาน
เหลือเพียง
หนึ่งคนหนึ่งแมว
ในอ้อมกอดของกันและกัน
วรรณกรรมสังคม
วรรณกรรมพระพุทธศาสนา
วรรณกรรม
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
รัตติกัลยา
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย