3 ชั่วโมงที่แล้ว • ไลฟ์สไตล์

ทำไมฟุตบอลโลกต้องมี LISA จาก BLACKPINK ถึง World Cup 2026

จาก “เกมลูกหนัง” สู่ “เวทีป๊อปคัลเจอร์โลก” เมื่อ FIFA เลือก LISA - ลลิษา มโนบาล ร่วมโชว์ #ฟุตบอลโลก 2026 สะท้อนวันที่กีฬาอย่างเดียวสร้าง attention ไม่พออีกต่อไป แต่ต้องมีพลังของ K-Pop และเอนเทอร์เทนเมนต์มาปลุกกระแสโลก เพราะโลกยุคนี้ต้องการ attention ในการเพิ่มมูลค่าให้กับทุกเรื่องราว แบรนด์ และอีเวนต์
การที่ FIFA ดึง LISA หรือ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ร่วมเป็นหนึ่งในศิลปินของ พิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐ ถือเป็นการสะท้อน “การเปลี่ยนยุทธศาสตร์” ขององค์กรกีฬาที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ความแตกต่างที่เห็นได้คือ แม้ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา FIFA ใช้ศิลปินในพิธีเปิดเพื่อสร้างสีสัน แต่ในยุคของ Gianni Infantino ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) คนปัจจุบันที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2016 แนวคิดเริ่มเปลี่ยนชัดเจนที่จะดันฟุตบอลเชิงพาณิชย์มากขึ้น
เพราะยุคของ Gianni Infantino FIFA พยายามเปลี่ยนทัวร์นาเมนต์ให้กลายเป็น “global entertainment platform” มากกว่าแค่ทัวร์นาเมนต์กีฬา เพื่อแข่งขันแย่ง attention จากคนรุ่นใหม่ไม่ต่างจากแพลตฟอร์มสตรีมมิง คอนเสิร์ต และโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะครั้งนี้
FIFA ประกาศชัดว่า ฟุตบอลโลก 2026 จะมี halftime show ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ร่วมกับ Global Citizen เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ใกล้เคียงมหกรรมบันเทิงแบบ Super Bowl มากขึ้น
Global Citizen เป็นองค์กรระดับโลกที่ใช้ดนตรี วัฒนธรรมป๊อป และคนดัง มาสร้างกระแสทางสังคมผ่านอีเวนต์ระดับโลก โดยเคยร่วมงานกับ Beyoncé, Coldplay, BTS และ BLACKPINK จนถูกมองว่าเชี่ยวชาญในการเปลี่ยน “โชว์บันเทิง” ให้กลายเป็น global cultural moment ทั้งในเชิงสังคม และการตลาด
"ลิซ่า" จึงเป็นเหมือนภาพตัวแทนของยุคที่ FIFA ต้องการเชื่อมฟุตบอลเข้ากับวัฒนธรรมป๊อประดับโลก เพราะหากย้อนดูรายชื่อศิลปินฟุตบอลโลกในอดีต ตั้งแต่ Ricky Martin, Shakira ไปจนถึง Jung Kook (จอง กุก) จะเห็นว่า FIFA ค่อยๆ ขยับจากโชว์แบบมี “เพลงประจำฟุตบอลโลก” ไปสู่การเลือกศิลปินที่มีพลังทางวัฒนธรรมสูง และสามารถดึงแฟนข้ามประเทศ ข้ามภาษา และข้ามเชื้อชาติได้พร้อมกัน
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจLifestyle
โฆษณา