Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ห้องสมุดการเมือง by ด่างคอร์กี้
•
ติดตาม
12 พ.ค. เวลา 12:23 • การเมือง
[Nostalgia การเมืองไทย : เมื่อผี ‘รู้ทันทักษิณ’ รีแบรนด์เป็นการเมืองก้าวหน้า]
เมื่อวานนี้ฉันได้ดูรายการ (
https://www.youtube.com/live/y9dYWaQEijY?si=ghmUDbiiqFRVhlvg
) และก็กลับไปอ่านข่าวของ อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ในเนชั่น (
https://www.nationtv.tv/news/politics/378977192
) แล้วฉันพบว่า ฉันได้ Nostalgia Mentality แบบแก้วสรร ประมาณว่า "ระบอบดังกล่าวเติบโตจากประชานิยม การใช้เงินและอำนาจทางการเมือง" และปิดท้ายด้วย "การเมืองไทยวันนี้ติดอยู่กับความ “โลภ โกรธ หลง เกลียด”
และทุกฝ่ายควรหันมาแข่งขันกันด้วย “ความหวัง” มากกว่าความขัดแย้งทางการเมือง" ฉันอ่านในลักษณะนี้ ฉันถึงกับอุทานว่า อุวะ นี้คือ ต้นตำหรับ คนดีย์เฟส1 ของแทร่เลย
บทความชิ้นนี้ ฉันได้เอามาจาก (
https://www.youtube.com/live/iZatqQpPxvc?si=bxY6F_7TegJB7GXb
) และ อันนี้ (
https://www.youtube.com/live/O-Zns6fF8Dc?si=oUl2uDAnE0ncVDpA
) เพื่อหยิบมาพูดคุยกัน
เริ่มแรกเลย จุดเริ่มต้นของ “เสื้อเหลือง” หลังรัฐประหาร 2549
ฝ่ายที่ต่อต้าน ทักษิณ ชินวัตร ในเวลานั้นคือกลุ่ม “เสื้อเหลือง” หรือพันธมิตรฯ ซึ่งประกอบด้วย
NGO
นักวิชาการ
นักเขียน
ปัญญาชน
ชนชั้นกลางในเมือง
คนกลุ่มนี้มองว่า ทักษิณคือ “นักการเมืองเลว”
ทั้งเรื่องคอร์รัปชัน เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ใช้อำนาจทุน และทำลายการเมืองที่ดี
ข้อเรียกร้องสำคัญของเสื้อเหลืองในยุคนั้น เช่น
ปฏิรูปการเมือง
ต่อต้านคอร์รัปชัน
กระจายอำนาจ
สิทธิชุมชน
สิ่งแวดล้อม
ประชาธิปไตยแบบ “คนดี”
ต่อต้านการเมืองบ้านใหญ่
ต่อต้านประชานิยม
สิ่งนี้ชี้ว่า กลุ่มนี้มี “อุดมการณ์” สูงมาก และเชื่อว่าตัวเองกำลังปกป้องประเทศ
และช่วงหลังรัฐประหาร 2549 จึงเกิด “ขั้วตรงข้าม” คือคนเสื้อแดง
จึงได้อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของเสื้อแดงไม่ได้ซับซ้อนทางทฤษฎีมากนัก แต่เรียบง่ายมาก คือ
“นักการเมืองที่กูเลือกมา ถูกไล่ออกจากอำนาจ”
เสื้อแดงจำนวนมาก โดยเฉพาะคนเหนือ-อีสาน (ในสมัยนั้น) จึงรู้สึกว่า
เสียงของพวกเขาถูกดูถูก และถูกล้มโดยรัฐประหาร
เหตุผลที่คนเหล่านี้รักทักษิณ เช่น
30 บาทรักษาทุกโรค
กองทุนหมู่บ้าน
OTOP
ราคาพืชผลดี
เศรษฐกิจดี
คนจนเข้าถึงเงินทุน
แต่ฝ่ายเสื้อเหลืองมองนโยบายเหล่านี้ว่าเป็น “ประชานิยมซื้อเสียง”
ซึ่งคนเสื้อแดงยุคแรกไม่ได้ต่อสู้เรื่อง
LGBTQ
Identity politics
สิทธิเสรีภาพแบบก้าวหน้า
แต่สู้เรื่องเดียวคือ
“คนที่ฉันเลือกมา มึงรัฐประหารทำไม”
บรรยากาศประชาธิปไตยยุคก่อนรัฐประหาร ช่วงก่อนรัฐประหาร 2549 ไทยอยู่ในยุคที่ประชาธิปไตยค่อนข้างแข็งแรง
เสรีภาพสื่อสูงมาก
NGO เข้มแข็ง
มีสื่อพลเมือง
วิทยุชุมชนเฟื่องฟู
ทีวีดาวเทียมเกิดขึ้น
รัฐบาลในยุคนั้นสนับสนุน “สื่อพลเมือง” เพื่อให้คนต่างจังหวัดมีพื้นที่สื่อของตัวเอง ไม่ใช่มีแต่สื่อกรุงเทพฯ
แต่หลังรัฐประหาร สื่อเหล่านี้จำนวนมากกลายเป็น “กระบอกเสียงเสื้อแดง”
เสื้อแดงไม่ได้บริสุทธิ์ และมีหลายกลุ่ม
ย้ำ! ว่า ขบวนการเสื้อแดงไม่ได้สวยงามหรือบริสุทธิ์ทั้งหมด
ภายในมีทั้ง
นักต่อสู้จริง
คนหากินกับม็อบ
คนหลอกเอาเงิน
นักฉวยโอกาส
แดงใต้ดิน
แดงทักษิณ
แดงมวลชน
แดงสายอุดมการณ์
ซึ่งแดงแบบสายเสรีชน สายอุดมการณ์ สายใต้ดิน ส่วนใหญ่ไปเป็น "แดงแดกส้ม" หมดแล้ว
และมีการทะเลาะกันเองตลอด
แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความรู้สึกว่า “ถูกกระทำ” จากรัฐประหารและชนชั้นนำ
มาดูการเกิดขึ้นของสลิ่มดีกว่า “สลิ่ม” เกิดจากกลุ่มคนที่บอกว่า
ไม่เอาเหลือง
ไม่เอาแดง
รู้เท่าทันทั้งสองฝ่าย
ต่อต้าน polarization politics
อยากได้ประชาธิปไตยแบบสงบ
คนกลุ่มนี้ชอบกิจกรรมแนว
จุดเทียน
สันติวิธี
เรียกร้องคนดี
ต่อต้านความสุดโต่ง
และมองว่า
เสื้อเหลืองก็สุดโต่ง
เสื้อแดงก็สุดโต่ง
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ยัง “เกลียดทักษิณ” และกังวลเรื่องคอร์รัปชันแบบเสื้อเหลืองอยู่
เรื่องนี้จึงขอสรุปว่า
สลิ่มคือคนที่เอาประชาธิปไตยแบบเลือกตั้ง แต่ไม่เอาทักษิณ (สองไม่เอาดี ๆ นี้เอง)
แล้วทำไมเสื้อแดงจึงเรียกคนพวกนี้ว่า “สลิ่ม”
คำตอบก็คือ ก็เพราะว่า คนเสื้อแดงมองว่าคนกลุ่มนี้
ทำตัวเหนือกว่า
บอกว่าตัวเองฉลาดกว่า
ไม่เลือกข้าง
เป็นกลาง
มองคนอื่นไม่ฉลาด
จึงถูกเสื้อแดงล้อว่าเป็น “สลิ่ม”
เพราะมองว่า คนพวกนี้ “ไม่กล้าชนจริง” และมีความเป็นชนชั้นกลางสูง
คำว่าสลิ่มจึงเริ่มกลายเป็นคำล้อเลียนคนที่
ดัดจริตทางศีลธรรม
ชอบพูดเรื่องคนดี
ต่อต้านคอร์รัปชัน
แต่ไม่เข้าใจการเมืองเชิงอำนาจจริง!
มาทำความเข้าใจ สลิ่มในเชิง “อุดมการณ์”
ถ้าจะเข้าใจสลิ่มจริง ๆ ต้องมองลึกไปกว่ายุคเสื้อเหลือง-เสื้อแดง
เพราะ “เมล็ดพันธุ์สลิ่ม” มีมานานแล้วในสังคมไทย เช่น
การเกลียดนักการเมือง
การเชื่อในคนดี
การมองการเมืองแบบขาว-ดำ
การบูชาศีลธรรม
การมองว่าการเมืองคือความชั่ว
โดยโยงกลับไปถึง
ขบวนการนักศึกษา 14 ตุลา (ซ้ายไทยเป็นเหมาอิสต์)
แนวคิด NGO
ปัญญาชนสายศีลธรรม
วัฒนธรรมต่อต้านนักการเมือง
ซึ่งแนวคิดเหล่านี้จะค่อย ๆ หล่อหลอม “วัฒนธรรมสลิ่ม” ขึ้นมาในสังคมไทย
ย้อนกลับไปบทความ คืนสู่เหย้าชาวสลิ่ม (
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_844009
) และย้อนไปดูเทปนี้ (
https://youtu.be/senUp4C0Ts8?si=E7PR1TI3AhjsyVCy
) และจะรู้ว่า Mentality ของแก้วสรร เป็น Mentality เดิม ๆ จนมีวิวัฒนาการ จนกลายเป็นสามนิ้ว ? ได้อย่างไรล่ะ ?
คำพูด หรือ บทสัมภาษณ์ของแก้วสรร คือ การรีรันวาทกรรมเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็น
ยังมองว่าทักษิณเป็นภัย (หรือพูดภาษาเรา ๆ ว่า ทักษิณเป็นปีศาจทางการเมือง)
ประชานิยมทำลายประเทศ
ซื้อเสียง
ครอบงำสื่อ
ใช้อำนาจเอื้อทุนตัวเอง'
ซึ่งถามว่ายังมีคนคิดแบบแก้วสรรมีไหม ผมเห็นด้วยกับพี่แขกนะว่า มีน้อยแล้ว แต่ไม่ใช่ไม่มีเลย และเป็นกลุ่มที่ค่อย ๆ หมดอิทธิพลไม่ใช่กระแสหลักของสังคมอีกแล้ว
ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ฝ่ายประชาธิปไตยได้ทำงานทางความคิดอย่างต่อเนื่อง เพื่ออธิบายว่า
รัฐประหารคือปัญหา
การเลือกตั้งสำคัญ
อำนาจเป็นของประชาชน
การล้มรัฐบาลจากอำนาจนอกระบบเป็นเรื่องผิด
เขามองว่า การต่อสู้ทางความคิดเหล่านี้ทำให้
“การสนับสนุนรัฐประหาร” กลายเป็นเรื่องตกยุค
ดังนั้น คนที่ยังใช้ตรรกะแบบยุคโค่นทักษิณ จะถูกมองว่าเชยและล้าหลัง
ถ้าคำพูดแบบแก้วสรร ยังได้รับความนิยมอยู่นะ คิดว่าคนจำนวนมาก หรือ พลวัตทางการเมืองส่วนนึงไม่ไหลไปเป็นส้มหรอครับ
แต่เป็นการรีแบรนอีกครั้งให้ดูทันสมัยขึ้น
เอาจริง แนวคิดของคนหัวก้าวหน้าในปัจจุบัน ไม่ต่างอะไรจากยุค รู้ทันทักษิณ เท่าไรเลย แค่เปลี่ยนภาษาให้ดูทันสมัยเท่านั้นเอง
แบบว่า ทักษิณครอบงำประเทศ
ซื้อสื่อ
ผูกขาดทุน
ใช้พวกพ้อง
ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นศัพท์แบบใหม่ เช่น
“ทุนสามานย์” (เอ๊ะยังเหมือนเดิมเลย)
“กินรวบประเทศ”
“State Capture”
“Nepotism” (ระบบเครือญาติ)
“อภิสิทธิ์ชน”
“ความยุติธรรมสองมาตรฐาน”
สิ่งนี้จึงมองว่า
“คำศัพท์เปลี่ยน แต่ Narrative ยังคงเป็นเหมือนเดิม”
แนวคิดเก่าเรื่องต่อต้าน “ระบอบทักษิณ” ถูกนำมาแต่งตัวใหม่ผ่านภาษาสมัยใหม่และนักการเมืองรุ่นใหม่ เช่น โรม
คือไม่ได้พูดแบบนักวิชาการยุคพันธมิตรฯ แล้ว แต่ใช้ภาษาสากล ภาษาแนวประชาธิปไตยร่วมสมัยแทน
(ลองไปฟัง หรือ ลองไปอ่านโพสใน X (
https://x.com/dangcorgi/status/2053581958656254001?s=20
) ดูอีกรอบ และจะสัมผัสได้ว่า เอ้อว่ะ
"คนหัวก้าวหน้าที่เป็นส้มในปัจจุบัน คือ เวอร์ชั่นอัพเกรดของแก้วสรร ซึ่งเป็นคนหัวก้าวหน้าในยุคหนึ่งสมัยหนึ่งเช่นกันในยุค 2540"
Narrative ยังคงเป็นเหมือนเดิม แต่เปลี่ยน Positioning เฉย ๆ เพราะวางตัวเป็น
ฝ่ายต่อต้านเผด็จการ
ฝ่ายขับไล่ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ฝ่ายเชิดชูคณะราษฎร 2475 (จนเกินเบอร์ มองไม่เป็นมนุษย์)
ฝ่ายประชาธิปไตยรุ่นใหม่
แต่ถึงภาพลักษณ์จะต่าง เขามองว่า “เส้นเรื่องหลัก” ยังเหมือนเดิม คือ "การมองเครือข่ายทักษิณเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ" อยู่ดี
สุดท้าย Narrative ก็จะวนกลับมาที่เดิมคือ หลอนคอรัปชั่น จนขึ้นสมอง ดั่งที่ผมเคยเขียน (
https://www.blockdit.com/posts/69fed4846dd0e1217e269261
) ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 20K นะครับ
คำถามของผมคือ "ก้าวหน้ากี่โมง ?"
ยิ่งฟังคำพูดของปิยบุตร ณ สามย่านมิตรทาวน์ (
https://x.com/dangcorgi/status/1733870581064646721?s=20
) กันเอง
การอภิปรายของรังสิมันต์ โรม เรื่องชั้น 14 ที่อภิปรายไม่ได้ ก็เอามาเขียนลง X แทน เพราะถูกประท้วง รัว ๆ (
https://x.com/RangsimanRome/status/1904356633251323966?s=20
)
และคำพูดของณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (
https://www.thairath.co.th/news/politic/2849242?fbclid=IwY2xjawRv9vJleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFvYWltOGgyZ0xhVFlXVlkwc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHgDt-716JJqrVUEUpXb-p6rH-a5Mvcowc4jam5xbJLAHCcUhg3rCjaVrHdlX_aem_UqWSyCLFK9QHoibcyDvM9Q
) ที่เปิดหัวมาก็ถามเลยว่า พ่อป่วยเป็นไรอ่ะ ? ก็มาแล้ว
ทั้งหมดทั้งมวล Mentality ไม่ต่างอะไรกับที่แก้วสรร พูดเลย เมื่อลอง Nostalgia ลงไปดูเอาเอง เพียงแต่เปลี่ยนภาษาและบรรยากาศทางการเมืองให้ดูร่วมสมัยกว่าเดิม
สุดท้ายก็คือ ผีตัวเดียวกันนั้นแหละครับ ถ้าคุณรู้สึกยี้ กับ คำพูดของแก้วสรร คุณก็ควรจะยี้ Mentality แบบพวกสามนิ้วทาสีส้มด้วย
ซึ่งไม่ได้พาสังคมไทยไปข้างหน้า แต่พาสังคมไทยถอยหลังหนักไปกว่าเดิม มี Moral superiority หนักขึ้น ดั่งที่ผมพบโพสเนเน่ รัดเกล้า กับ ทนายแจม พูดประเด็นเดียวกันคือ นักโทษล้นเรือนจำ การปฏิรูปเรือนจำ แต่! ฟีคแบคกลับมาช่างต่างราวฟ้ากับเหว ตามบทความที่ผมแปะ (
https://www.blockdit.com/posts/69fed4846dd0e1217e269261
) อีกครั้งนึง
ขอบคุณที่อ่านจนจบ ถ้าชอบก็แชร์ได้นะ
อ่านได้อีกช่องทางนึงคือ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=122162181176666547&set=a.122109633428666547
การเมือง
การเมืองการปกครอง
การเมืองไทย
บันทึก
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย