1 ชั่วโมงที่แล้ว • การตลาด

วิธีเลือกใช้ Influencer ให้เวิร์ก ใช้ Mega สร้างการรับรู้ ส่วน Nano ช่วยปิดการขาย

ล่าสุด AnyMind Group แชร์อินไซต์ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ต่าง ๆ ในปี 2026 ว่าแต่ละแบรนด์ควรเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ประเภทไหน ถึงจะตอบโจทย์เป้าหมายที่ต้องการมากที่สุด
แล้วเรื่องนี้มีอินไซต์อะไรน่าสนใจบ้าง ? MarketThink สรุปมาให้แล้วใน 10 ข้อ
1. หลาย ๆ แบรนด์ยังแบ่งการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ ตามประเภทของอินฟลูเอนเซอร์อย่าง “จำนวนผู้ติดตาม” กันอยู่ ได้แก่
- Mega Influencer มีผู้ติดตาม 1,000,000 คนขึ้นไป
- Macro Influencer มีผู้ติดตาม 100,000 คนขึ้นไป
- Micro Influencer มีผู้ติดตาม 10,000 คนขึ้นไป
- Nano Influencer มีผู้ติดตาม 1,000 คนขึ้นไป
- End User มีผู้ติดตาม 100 คนขึ้นไป
2. ปีนี้แบรนด์เน้นเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็ก มากกว่าตัวใหญ่
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนแบรนด์อาจจะทุ่มงบไปกับการจ้าง Mega Influencer แค่ 1 คน แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้แบรนด์เริ่มมีแนวโน้มในการแบ่งงบมาจ้าง Nano Influencer หลาย ๆ คนแทน
เพราะการกระจายงบไปแบ่งให้ Nano Influencer ที่อาจจะไม่ได้มีฐานผู้ติดตามเยอะ แต่อาจได้ “ปริมาณคอนเทนต์เยอะกว่า” แม้จะใช้งบการตลาดเท่ากัน
ซึ่งวิธีนี้จะเหมาะกับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในตอนนี้ ที่คอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็ก มีโอกาสแมสได้ไม่แพ้อินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่
ทำให้ยิ่งมีปริมาณคอนเทนต์บนหน้าฟีดของคนดูเยอะมากเท่าไร แบรนด์จะยิ่งได้เปรียบนั่นเอง
3. “Conversion” เป็น Funnel ที่แบรนด์ควรให้ความสำคัญมากในตอนนี้
ตอนนี้หลายแพลตฟอร์มจะเปิดโอกาสให้แบรนด์ปิดการขายได้เลยผ่านคอนเทนต์
เช่น ถ้าเราเห็นคอนเทนต์ใน Facebook เราก็สามารถกดซื้อได้เลยผ่านลิงก์ Affiliate หรือถ้าเราเห็นคอนเทนต์ใน TikTok เดี๋ยวนี้ก็มีฟีเชอร์ที่ทำให้เรากดซื้อผ่านตะกร้าได้แล้ว
ทำให้ใน Funnel ช่วง Conversion ที่เน้นเปลี่ยนจาก “คนที่รู้จักแบรนด์” ให้เป็น “ลูกค้า” ที่กดสั่งซื้อสินค้าจากแบรนด์ จึงสำคัญมาก ๆ ในตอนนี้
4. อินฟลูเอนเซอร์ที่แบรนด์ชอบใช้สร้าง Conversion คือ Micro Influencer และ Nano Influencer
โดยอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ จะเด่นเรื่องการสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความน่าไว้วางใจ เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าคอนเทนต์จากอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ดูเข้าถึงง่ายและจริงใจ
ซึ่งตรงกับพฤติกรรมลูกค้าที่จะเชื่อคอนเทนต์แนวนี้มากกว่าคอนเทนต์โฆษณาแบบตรง ๆ
แบรนด์เลยนิยมใช้อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ มาสร้าง Conversion เช่น ใช้ในการไลฟ์สด หรือติดตะกร้า ช่วยปิดการขายให้แบรนด์ตรง ๆ นั่นเอง
5. ลูกค้ายุคนี้ดูออกว่า คอนเทนต์ไหนเป็นโฆษณา แต่ก็ยังรับได้ถ้าโฆษณานั้นดูไม่ฝืน
ถ้าอยากใช้อินฟลูเอนเซอร์มาช่วยโฆษณาจริง ๆ แบรนด์ควรปล่อยให้อินฟลูเอนเซอร์ใส่ความเป็นตัวเองและเล่าจากประสบการณ์จริงให้มากที่สุด
ยกตัวอย่างเช่น
เรื่องของ Keyword ที่แบรนด์มักจะกำหนดให้อินฟลูเอนเซอร์ใช้ตามที่แบรนด์กำหนด จนคอนเทนต์ดูเหมือนโฆษณามากเกินไป
ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนให้อินฟลูเอนเซอร์เลือกคำที่จะใช้ในคอนเทนต์ด้วยตัวเองจะดูเวิร์กกว่า
6. แบรนด์ส่วนใหญ่จะชอบอินฟลูเอนเซอร์ในหมวดไลฟ์สไตล์และบิวตี
เพราะแบรนด์สามารถหาช่องโฆษณาสินค้าในคอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์สายนี้ได้ง่าย ด้วยการ Blend-In สินค้าไปกับไลฟ์สไตล์ของอินฟลูเอนเซอร์
ทำให้คอนเทนต์ที่ออกมา จะดูไม่ฝืน เป็นธรรมชาติ ซึ่งคนดูชอบอะไรแบบนี้ เลยทำให้แบรนด์เข้าถึงคนดูได้มากกว่านั่นเอง
7. ทักษะจำเป็นสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ยุคนี้ คือ การ “ตัดคลิป” และ “ไลฟ์สด”
AnyMind บอกว่า ตอนนี้ประเทศไทยมีครีเอเตอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ อยู่ราว ๆ 9 ล้านคน ทำให้การแข่งขันสูงมาก แต่มีอินไซต์ว่า แบรนด์จะชอบคนที่ “ไลฟ์สดเป็น” หรือ “ตัดคลิปได้” เป็นพิเศษ
8. ใน Funnel ของการสร้าง Awareness แบรนด์จะชอบใช้ Mega Influencer และ Macro Influencer ในการสื่อสารเป็นหลักอยู่ดี
แม้จะมีเทรนด์ว่า แบรนด์ชอบใช้อินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็ก แต่สำหรับการสร้างการรับรู้ อินฟลูเอนเซอร์ตัวใหญ่จะยังได้เปรียบกว่าอยู่ดีในเรื่องของฐานผู้ติดตาม
โดยมีอินไซต์ว่า แบรนด์จะชอบใช้ Format คอนเทนต์เป็น Photo, Video, Stories และมี KPI เป็นยอด Reach เป็นหลัก สำหรับอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้
9. ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ก็เดือด ช่วงหลัง ๆ Mega Influencer จึงต้อง ลด แลก แจก แถม มาสู้
เพราะงบโฆษณาเริ่มโยกงบไปหาอินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็ก อินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่เลยปรับกลยุทธ์ ทั้งการลดราคา หรือเพิ่มจำนวนคอนเทนต์ให้ ในงบเท่าเดิม
10. Community Marketing เป็นการตลาดแบบใหม่ที่กำลังมาแรงตอนนี้
AnyMind บอกว่า ตอนนี้คนเริ่มอิ่มตัวกับโลกออนไลน์กันแล้ว และเริ่มโหยหาโลกจริง ๆ มากขึ้น
เห็นได้จากเทรนด์คอมมิวนิตีต่าง ๆ ในช่วงหลัง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Run Club, พิลาทิส, โยคะ, เต้นแอโรบิก หรือกิจกรรมอื่นที่เน้นให้คนมาทำกิจกรรมร่วมกันจะแมสมาก ๆ
ดังนั้น แบรนด์ไหนที่แทรกตัวเองไปยังพื้นที่แบบนี้ได้ ก็จะได้ทั้งการสร้าง Awareness ไปจนถึงสร้าง Loyalty กับลูกค้าได้เลย..
อ้างอิง​ :
- ข่าวประชาสัมพันธ์ AnyMind
โฆษณา