15 พ.ค. เวลา 16:00 • ไลฟ์สไตล์

Productivity ไม่ใช่การทำงานยุ่ง แต่คือทำงานมีคุณภาพ เปิดสูตรกู้คืนเวลา 75% หลุดพ้น #งานล้นมือ

"เวลา" คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด เราทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ทำไมวัยทำงานหลายคนยังติดอยู่ในวงจร "การทำงานล่วงเวลา" ยอมแลกความสุขส่วนตัวเพื่อทุ่มเททำงานต่อเนื่องไม่หยุด หรือต้องคอยวิ่งไล่ตาม Deadline จนเหนื่อยล้า แต่เหมือนทำเท่าไหร่งานไม่จบไม่สิ้นสักที
รู้หรือไม่? การพยายามทำทุกอย่างให้เสร็จให้ได้มากที่สุด ไม่ได้แปลว่าคุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ตรงข้าม ..มันคือสัญญาณของความล้มเหลวในการบริหาร "เวลา" ที่คุณอาจไม่เคยสังเกตมาก่อนด้วยซ้ำ
กุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณ Productive มากขึ้น ไม่ใช่การเพิ่มความเร็วในการทำงาน หรือต้องทำงานทุกอย่างให้มากที่สุด
จริงๆ แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จหมดเกลี้ยง เพื่อเข้าถึงความรู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จ
แต่เพียงแค่จัดการ "งานที่เป็น Priority อันดับ1" ที่คุณกังวลที่สุดตอนตื่นนอนให้จบ.. แค่นั้นพอ! เพราะนั่นคืองานที่มีผลกระทบต่อจิตใจมากที่สุด
ทั้งนี้ การจะบริหารจัดการเวลาให้ทำงานได้ดีขึ้นนั้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า 4Ds เทคนิคตัวกรองลำดับงาน ที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ทันทีว่า งานชิ้นไหนควรจะทำก่อน ทำทีหลัง หรือไม่ต้องทำเลย จะช่วยให้คุณกำจัดงานที่ไม่จำเป็นออกไป และใช้พลังงานทั้งหมดไปกับจุดที่สร้างมูลค่าได้จริง โดยแบ่งประเภทงานตามนี้
1. Do Now: งานด่วนและสำคัญ (ทำทันที)
เป็นงานที่ต้องทำให้เสร็จทันที และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเป้าหมายหลักทางอาชีพ ให้จัดลำดับความสำคัญของงานกลุ่มนี้ไว้อันดับแรกสุดของวัน
2. Defer: งานสำคัญแต่ไม่ด่วน (ทำทีหลัง)
เป็นงานที่มีความสำคัญสูงต่อความมั่นคงทางอาชีพ หรือเป้าหมายระยะยาว แต่ยังไม่มีเส้นตายบีบคั้นในวินาทีนี้
3. Delegate: งานด่วนแต่ความสำคัญต่ำกว่า (ส่งต่อ)
งานบางอย่างอาดู "ด่วน" จนน่าตกใจ แต่มันอาจไม่ใช่งานที่จำเป็น ต้องเสียเวลาทำขนาดนั้น เช่น การตอบอีเมลทั่วไป การทำรายงาน หรือการติดตามงานจุกจิก ให้หาคนมาช่วยแบ่งเบาภาระ
4. Delete: งานที่ไม่คุ้มค่าจะทำ (ลบทิ้ง)
หากงานชิ้นไหนไม่ได้ส่งผลต่อเป้าหมาย หรือไม่สอดคล้องกับลำดับความสำคัญในชีวิต ให้พิจารณาลบมันทิ้งไปเลย
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจLifestyle #กรุงเทพธุรกิจWorklife
โฆษณา