5 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา

โตขึ้นอยากเป็นอะไร คำถามที่อาจผูกมัดตัวตนของเด็ก

เชื่อว่าไม่ว่าในยุคสมัยไหน ผู้ใหญ่ พ่อ แม่ หรือญาติผู้ใหญ่ในบ้าน ก็มักจะชอบถามเด็ก ๆ ที่กำลังเริ่มคุยรู้เรื่อง (ขอยกตัวอย่างช่วงประถม) ว่า
“โตขึ้นอยากเป็นอะไร”
ตอนเด็ก ๆ ผมเองก็เคยตอบแบบที่เด็กส่วนใหญ่ตอบนั่นแหละ: ทหาร ตำรวจ ครู หมอ หรืออาชีพอะไรก็ตามที่พอนึกออก ณ ตอนนั้น ซึ่งถ้าถามว่าทำไมถึงตอบแบบนั้น ก็อาจเพราะเรายังรู้จักโลกน้อยเกินไป รู้ข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพแต่ละอย่างน้อยเกินไป และสิ่งแวดล้อม/วัยวุฒิ/การรับรู้ของเราตอนนั้นมันพาไปได้แค่นั้นจริง ๆ
แต่พอโตขึ้น ปีแล้วปีเล่า เราเริ่มเจอโลกมากขึ้น ได้ข้อมูลมากขึ้น ได้ลองมากขึ้น และที่สำคัญคือเริ่มรู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร อยากใช้ชีวิตแบบไหน ไม่อยากใช้ชีวิตแบบไหน
แล้วสิ่งที่ตามมาคือ “คำถามเดิม” ในเวอร์ชันที่แรงขึ้นนิดนึง…จนบางทีมันไม่ใช่คำถามแล้ว มันคือคำบ่น
“เมื่อก่อนเห็นบอกอยากเป็นทหารไง”
“ไหนบอกอยากเป็นตำรวจ”
“ไหนบอกอยากเป็นหมอ”
“ดูสิทุกวันนี้ไปทำอะไรของมันก็ไม่รู้”
ตอนฟังก็อดคิดไม่ได้ว่า…ทำไมกันวะ การที่สุดท้ายเราไม่ได้เป็นในสิ่งที่เคยพูดตอนเด็ก มันทำให้คนฟังผิดหวังอะไรขนาดนั้นเลยเหรอ? ทั้งที่ตอนนั้นเราแค่ “ตอบ” ตามโลกที่เรารู้ในวันนั้นเอง
และนั่นแหละ ทำให้ผมกลับมานั่งทบทวนตัวเองจริง ๆ ว่า ที่ผ่านมาผมเคยจมอยู่กับความรู้สึกแบบถูกผูกมัดไหม เหมือนต้องโตไปเป็นอาชีพที่เคยพูดไว้ตอนเด็ก ๆ เหมือนชีวิตถูกบังคับให้มุ่งไปทางนั้นตลอด ทั้งที่ลึก ๆ แล้วไม่เคยมีความสุขเลย
พอวันหนึ่งเราหลุดออกจากบ่วงนั้นได้ ในวันที่มีวุฒิภาวะพอที่จะยอมรับตัวเองมากขึ้น มันก็ทำให้เกิดความรู้สึกอีกแบบตามมา คือ “เสียดาย”
เสียดายที่ไม่ได้ลองให้หลากหลายกว่านี้
เสียดายที่มัวแต่วิ่งตามภาพจำเดิม ๆ
ทั้งที่ความจริง ถ้าเราได้ลองมากกว่านี้ บางทีเราอาจเจอช่องทางหรือเส้นทางชีวิตที่หลากหลายกว่าเดิม และอาจไปได้ไกลกว่านี้อีกด้วยซ้ำ
เลยอยากฝากผู้ใหญ่ทุกคน โดยเฉพาะคนที่เคยผ่านชีวิตแบบนี้มาก่อนว่า แทนที่จะคาดคั้นให้เด็ก ๆ ตอบว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” ลองเปลี่ยนเป็นช่วยบอกเค้าว่า
ชีวิตของเค้ายังอีกยาวไกล
เค้ามีสิทธิลองผิดลองถูก
เค้ามีสิทธิเปลี่ยนใจ
และเค้ามีสิทธิเลือกเส้นทางที่เป็นตัวเองได้มากกว่าหนึ่งแบบ
หน้าที่ของผู้ใหญ่อาจไม่ใช่การ “ล็อกคำตอบ” ให้เด็กตั้งแต่ยังไม่ทันรู้จักโลก แต่เป็นการคอยมอง คอยรับฟัง และคอยให้คำแนะนำอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะทำได้
แล้วก็รอดู…ร่วมยินดีในวันที่เค้าไปได้ดี
และร่วมให้กำลังใจในวันที่เค้าล้ม
ผมว่า นั่นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่ผู้ใหญ่แบบเราที่เคยผ่านเรื่องราวแบบนี้มาจะทำได้แล้ว
เขียนไปคิดไปโดย : Knowless
โฆษณา