9 ชั่วโมงที่แล้ว • ข่าว

"ทรัมป์" พบ "สี จิ้นผิง" ตกลงเเละหารืออะไรกัน

เจาะลึกทริปประวัติศาสตร์ ทำไมทรัมป์พามหาเศรษฐี-นักธุรกิจ 17 คนไปเยือนจีน
มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้ประกอบด้วยผู้นำธุรกิจยักษ์ใหญ่ถึง 17 คนที่มีความมั่งคั่งรวมกันทะลุหลักล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หนึ่งในนั้น คือ เจนเซน หวง CEO Nvidia ที่ทรัมป์ถึงกับต่อสายชักชวน และจอดเครื่องรับที่รัฐอะแลสกาในวินาทีสุดท้าย นับเป็นการส่งสัญญาณว่า ‘ธุรกิจต้องมาก่อน’ แม้การเจรจาภาคการเมืองจะสำคัญไม่แพ้กันก็ตาม
คำถามที่น่าสนใจคือ บรรดามหาเศรษฐีเหล่านี้บินข้ามโลกไปเพื่อเจรจาหรือต่อรองอะไรกับทางการจีน ทริปนี้มีวาระอะไรซ่อนเร้นหรือไม่ THE STANDARD เปิดลิสต์รายชื่อว่ามีใครอยู่บนเครื่องบินของทรัมป์บ้าง แล้วพวกเขาเดินทางไปเพื่ออะไร
กลุ่มคนวงใน, คณะรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวประกอบด้วย
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
อีริก ทรัมป์ บุตรชายของทรัมป์
ลารา ทรัมป์ ภรรยาของ อีริก ทรัมป์
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้า
ไมเคิล คราตซิออส ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดี
เจมส์ แบลร์ รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว
สตีเวน ชุง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารทำเนียบขาว
สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวฝ่ายนโยบาย
โรเบิร์ต กาเบรียล รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ
โบ แฮร์ริสัน รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว
รอสส์ เวิร์ธธิงตัน ผู้อำนวยการฝ่ายร่างสุนทรพจน์ ทำเนียบขาว
วอลต์ นอตา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการห้องทำงานรูปไข่
โมนิกา ครอว์ลีย์ หัวหน้าฝ่ายพิธีการทูต
เดวิด เพอร์ดู เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศจีน
ขณะที่กลุ่ม CEO และผู้แทนทางธุรกิจชั้นนำ แบ่งออกเป็น 17 คน ได้แก่ บริษัทเทคโนโลยี, การเงิน การบินและอวกาศ การเกษตร และสาธารณสุข โดย Forbes รายงานว่า ผู้บริหารทั้งเครื่องบินมีความมั่งคั่งรวมกันเป็นมูลค่าสูงถึงล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
17 CEO ที่ไปทานข้าว ณ ประเทศจีน กับประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์
บริษัทเทคโนโลยี: ทิม คุก (CEO Apple), จิม แอนเดอร์สัน (CEO Coherent), ดีนา พาวเวลล์ แมคคอร์มิค (ประธานและรองประธานคณะกรรมการ Meta), ซานเจย์ เมห์โรทรา (ประธานและ CEO Micron), เจนเซน หวง (CEO Nvidia), คริสเตียโน อามอน (ประธานและ CEO Qualcomm – เคยเข้าร่วมการเยือนจีนในปี 2017) และ อีลอน มัสก์ (CEO Tesla และ SpaceX)
บริษัทการเงิน: แลร์รี ฟิงก์ (CEO BlackRock), สตีเฟน ชวาร์ซแมน (CEO Blackstone), เจน เฟรเซอร์ (CEO Citigroup), เดวิด โซโลมอน (CEO Goldman Sachs), ไมเคิล มีบาค (CEO Mastercard) และ ไรอัน แมคอินเนอร์นีย์ (CEO Visa)
บริษัทการบินและอวกาศ: เคลลี ออร์ตเบิร์ก (CEO Boeing) และ แลร์รี คัลป์ (ประธานกรรมการและ CEO GE Aerospace)
บริษัทการเกษตรและสาธารณสุข: ไบรอัน ไซก์ส (ประธานและ CEO Cargill) และ จาค็อบ เธย์เซน (CEO Illumina)
มีการคาดการณ์ว่า มัสก์ในฐานะเจ้าของ Tesla และ SpaceX กำลังเจรจาขอใบอนุญาตเพื่อให้บริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxis) ในจีน ขณะที่ต้องการผลักดันยอดขายหุ่นยนต์ AI ของตนเองในตลาดจีน
นอกจากนี้ มัสก์ยังมีแผนจะซื้ออุปกรณ์ผลิตแผงโซลาร์จากซัพพลายเออร์จีนมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ แต่ดีลนี้อาจสะดุด เพราะจีนกำลังพิจารณาจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้นโยบายกีดกันทางการค้า
Reuters เผยบทความวิเคราะห์ว่า มัสก์เป็นทั้งไอดอลระดับโลกและภัยคุกคามความมั่นคงในสายตาจีน โดยในฐานะไอดอล เขามีผู้ติดตามถึง 2.3 ล้านคนใน Weibo จนได้รับฉายาว่า ‘พี่หม่า’ (Ma Ge) และเป็นแรงบันดาลใจให้ค่ายรถไฟฟ้าจีน ซึ่งก็พยายามเลียนแบบเทคโนโลยีของมัสก์
อย่างไรก็ตาม กองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) กังวลบทบาทของ Starlink มาก จากกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยกลัวว่า สหรัฐฯ จะใช้เทคโนโลยีนี้ในเอเชีย ซึ่งบีบให้จีนต้องรีบพัฒนาเทคโนโลยี
แต่มีความเชื่อว่า มัสก์กับรัฐบาลจีนมีผลประโยชน์ตรงกันเกือบ 100% ทั้งเรื่อง EV, รถยนต์ไร้คนขับ, AI, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และอินเทอร์เฟซเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ แม้คู่แข่งอย่าง BYD หรือ Chery จะพัฒนาไล่ตามมาติดๆ แต่ Tesla ยังถูกมองว่า เป็นต้นแบบด้านซอฟต์แวร์และนวัตกรรมที่ค่ายรถจีนต้องศึกษา
ส่วน เจนเซน หวง CEO Nvidia
กำลังหาทางออกจากมาตรการจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ หลังไม่สามารถขายชิปให้กับจีน ขณะที่ปักกิ่งต้องการผลักดันเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างการใช้ชิปที่ผลิตเองโดยบริษัท Huawei
ล่าสุด สำนักข่าว Reuters รายงานว่า สหรัฐฯ ได้อนุมัติให้บริษัทจีนประมาณ 10 แห่ง เช่น Alibaba, Tencent, ByteDance และ JD.com รวมถึงบริษัทตัวแทนอย่าง Lenovo และ Foxconn สามารถซื้อชิป AI ของ Nvidia รุ่น H200 ได้ โดยจำกัดที่รายละ 7.5 หมื่นตัว
รายงานระบุว่า ทรัมป์เจรจาให้รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่วนแบ่งรายได้ 25% จากยอดขายชิป โดยมีเงื่อนไขว่า ชิปต้องถูกส่งผ่านดินแดนสหรัฐฯ ก่อนส่งไปจีน เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมายเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมส่งออกโดยตรง
อย่างไรก็ดี ทางการจีนมีความกังวลว่า หากนำเข้าชิปจากสหรัฐฯ จะทำให้โครงการพัฒนาชิป AI ของประเทศอ่อนแอลง ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า การที่หวงเดินทางไปกับทรัมป์เป็นความพยายามครั้งสำคัญในการปลดล็อกการขายชิป H200 ที่ค้างคาอยู่
ส่วนการไปของออร์ตเบิร์ก CEO Boeing เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ล็อตใหญ่ของสายการบินจีน ซึ่งอาจมีจำนวนสูงถึง 500 ลำ โดยออร์ตเบิร์กเคยระบุว่า ดีลนี้ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ 100%
ปัจจุบัน มีรายงานว่า Boeing กำลังเสียเปรียบอย่างหนักให้กับคู่แข่งอย่าง Airbus ที่กวาดดีลจากจีนไปแล้วกว่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2025
ขณะที่ BBC หมายเหตุว่า การเยือนจีนของเมห์โรทรา CEO Micron น่าสนใจมาก เพราะจีนเคยสั่งแบนชิปของ Micron ในปี 2023 โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคง ซึ่งคาดว่า เขาอาจไปแก้ปัญหาและฟื้นฟูธุรกิจในจีนโดยตรง
สำหรับการไปของกลุ่มผู้บริหารด้านการเงิน อย่าง Blackstone, BlackRock, Goldman Sachs, Citigroup, Visa และ Mastercard อาจเป็นการรวมพลังผลักดันให้จีนเปิดเสรีและลดมาตรการกีดกัน เพื่อให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้าถึงตลาดภาคการเงินของจีนได้มากขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า เขาต้องการให้จีนเปิดเสรียิ่งขึ้น
ปิดท้ายที่ CEO จาก Cargill ยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตร มีการคาดการณ์ว่า เขาจะไปเจรจาให้จีนกลับมาซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ อย่างถั่วเหลืองอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ จีนได้หันไปนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลและอเมริกาใต้ เพื่อตอบโต้นโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์
ภาพประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึก
ภาพของ ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอ Apple และ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอ Tesla นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกัน กลายเป็นกระแสไวรัลเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2026 โดยทั้งสองคนเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงรับรองในประเทศจีน
ภาพ การสื่อสารสุดเเเนบเเน่น
สี จิ้นผิง เน้นย้ำว่า จีนกับสหรัฐฯ ควรเป็นหุ้นส่วนกันมากกว่าศัตรู โดยชี้ว่า ความร่วมมือจะนำมาซึ่งประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ในขณะที่การเผชิญหน้าจะสร้างความเสียหายให้กับทั้งคู่
"ทรัมป์" เชิญ "สี" เยือนสหรัฐฯ ก.ย.นี้
ขณะที่ทรัมป์ กล่าวยกย่องการหารือร่วมกันเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (14 พ.ค.) ว่า เป็นไปในเชิงบวกและสร้างสรรค์อย่างยิ่ง พร้อมทั้งเสริมว่า ทั้งชาวอเมริกันและชาวจีน ต่างมีหลายสิ่งที่เหมือนกัน และทั้งสองประเทศมีโอกาสที่จะสร้างอนาคตแห่งความร่วมมือ และความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
ผู้นำสหรัฐฯ ใช้โอกาสนี้กล่าวเชิญผู้นำจีนให้เดินทางไปเยือนทำเนียบขาวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 24 ก.ย.นี้
"ทรัมป์" ย้ำผู้นำจีนตกลงไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน
ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวฟอกซ์ นิวส์ ระบุว่า ผู้นำจีนบอกกับตนในระหว่างการหารือ ว่า จีนยินดีให้ความช่วยเหลือในการเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมทั้งสีบอกกับตนด้วยว่าจีนจะไม่ส่งมอบยุทโธปกรณ์ให้แก่อิหร่าน แต่จีนต้องการซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อไป
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากจีนในการแก้ไขความขัดแย้งกับอิหร่านแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 9 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในหลายจุดทั่วโลก และความท้าทายมากมายในปัจจุบัน รวมถึงความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศด้วย
ขณะที่ วันนี้ (15 พ.ค.) ทรัมป์และสีจะร่วมดื่มน้ำชาและรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน ก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางกลับสหรัฐฯ
วาทะสำคัญของผู้นำสองประเทศ
สี จิ้นผิง เน้นย้ำว่า จีนกับสหรัฐฯ ควรเป็นหุ้นส่วนกันมากกว่าศัตรู โดยชี้ว่า ความร่วมมือจะนำมาซึ่งประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ในขณะที่การเผชิญหน้าจะสร้างความเสียหายให้กับทั้งคู่
"โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประชุมกับ "สีจิ้นผิง"
จับตา "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประชุมกับ "สีจิ้นผิง" ประธานาธิบดีจีน ในวันนี้ที่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งคู่ หลังทรัมป์กลับมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง ทั้งสองฝ่ายมีหลายเรื่องที่ต้องคุยกัน ไปดูกันว่าแต่ละฝ่ายต้องการอะไรจากอีกฝ่ายบ้าง
ภาพสุดประทับใจระดับโลก
ทรัมป์ยังได้กล่าวถึงปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯที่มีต่อจีน ซึ่งเขากล่าวว่า "เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมและเป็นการค้าที่ฝ่ายเดียวได้ผลประโยชน์" แต่ก็หันไปโทษรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้แทน
"ผมไม่โทษจีน เมื่อดูกันถึงที่สุดแล้วไม่ใครควรถูกตำหนิ ยามที่ประเทศหนึ่งได้เปรียบทางการค้ากับอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งก็เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของพลเมืองของเขา ... ผมต้องชมเชยจีนในเรื่องนี้" เขากล่าวกับผู้ฟังที่เป็นผู้นำด้านการค้า
เรียบเรียงโดย อาจารย์ต้นสัก สนิทนาม
#โดนัลทรัมป์ #จีน #สหรัฐอเมริกา #สีจินผิง #ข่าว #ข่าวต่างประเทศ
โฆษณา