19 พ.ค. เวลา 00:30 • ประวัติศาสตร์

เบื้องหลังห้องทำงานรูปไข่ "The Oval Office" หัวใจประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจสูงสุดของประธานาธิบดี แสดงถึงอัตลักษณ์แห่งความเป็นผู้นำของอเมริกาที่ผู้คนทั่วโลกจดจำได้ทันที
🗽
อันที่จริง ห้องทำงานรูปไข่เพิ่งมีอยู่ได้เพียงประมาณครึ่งหนึ่งของประวัติศาสตร์ทำเนียบขาว เมื่อการก่อสร้างทำเนียบขาวเสร็จสมบูรณ์ในปี 2343 นั้น ยังไม่มีห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ส่วนปีกตะวันตก (West Wing) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของห้องทำงานรูปไข่ ก็ยังไม่มีอยู่เช่นกัน ประธานาธิบดีแต่ละคนจะเป็นผู้เลือกพื้นที่ภายในบ้านสำหรับเป็นสำนักงานของตนเอง
🗽
ห้องทำงานรูปไข่เป็นสำนักงานหลักของประธานาธิบดีมาตั้งแต่ประธานาธิบดีวิลเลียม โฮเวิร์ด แทฟท์ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2452 หลังจากมีการขยาย "ปีกตะวันตก" ของทำเนียบขาว
🗽
สถาปนิก นาธาน ซี. ไวเอธ ผู้ออกแบบ ได้รับแรงบันดาลใจจากประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ที่ชื่นชอบห้องรูปทรงวงรี ซึ่งที่บ้านของประธานาธิบดีในเมืองฟิลาเดลเฟีย ก็ได้ดัดแปลงห้องสองห้องให้แต่ละห้องมีปลายโค้งงอเพื่อใช้ในการจัดงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ เมื่อแขกของเขาตั้งวงล้อมรอบเขา วอชิงตันจะยืนตรงกลางเพื่อต้อนรับ จะไม่มีใครยืนอยู่ที่หัวหรือท้ายห้อง ทุกคนจึงอยู่ห่างจากประธานาธิบดีเท่ากัน วงกลมดังกล่าวกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย ณ ห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office)
🗽
ภายในห้องทำงานรูปไข่ จุดที่โดดเด่นที่สุดในห้องทำงานรูปไข่ก็คือ โต๊ะทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ ”Resolute Desk” ก็ได้สร้างสีสันของทำเนียบขาวตลอดมา
Resolute Desk คืออะไร?
โต๊ะทำงาน Resolute Desk เป็นเครื่องสื่อความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษ และสหรัฐฯ โดยเป็นหนึ่งในหกโต๊ะทำงานประจำทำเนียบขาวซึ่งประกอบด้วย C&O, Theodore Roosevelt, Hoover, Johnson และ Wilson
🗽
Resolute Desk เป็นโต๊ะทำงานมีฐานสองชั้น ทำจากไม้โอ๊คของเรือ HMS Resolute ของอังกฤษ ในปี 2423 สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียทรงมอบโต๊ะตัวนี้ให้แก่ ประธานาธิบดีรัทเธอร์ฟอร์ด บี. เฮย์ส และตั้งแต่นั้นมาก็ถูกใช้โดยประธานาธิบดีเกือบทุกคน
ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) กับบุตรธิดาของท่าน : หอสมุดและพิพิธภัณฑ์ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี/NARA
เรือ Resolute เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจทวีปอาร์กติกของอังกฤษเพื่อค้นหาเซอร์จอห์น แฟรงคลิน ซึ่งหายตัวไปขณะพยายามค้นหาช่องทางเดินเรือทางตะวันตกเฉียงเหนือ เรือ Resolute ถูกทิ้งร้างหลังจากติดอยู่ในน้ำแข็ง "จอร์จ เฮนรี" เรือล่าปลาวาฬของอเมริกาได้กู้เรือลำนี้กลับคืนมาในปี 2398 และรัฐสภาได้จัดสรรเงินทุนเพื่อซ่อมแซมและส่งไปยังอังกฤษเพื่อเป็นของขวัญแห่งมิตรภาพแด่สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย
วันนี้มีกล่องขนาดใหญ่ถูกส่งมาถึงทำเนียบขาวและแกะออก พบว่าภายในกล่องเป็นโต๊ะเขียนหนังสือขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นของขวัญจากสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแด่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ทำจากไม้โอ๊คแท้ หนัก 1,300 ปอนด์ แกะสลักอย่างประณีต และโดยรวมแล้วเป็นผลงานฝีมือที่งดงามมาก
พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1880
โต๊ะตัวนี้ถูกใช้ครั้งแรกในห้องโอวัลออฟฟิศสมัยประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ตามข้อมูลจากสมาคมประวัติศาสตร์ทำเนียบขาว เชื่อกันว่ามีประธานาธิบดีเพียงสามคนเท่านั้นที่ไม่เคยใช้โต๊ะทำงาน Resolute Desk ในปีกตะวันตกของทำเนียบขาว ได้แก่ ลินดอน บี. จอห์นสัน, ริชาร์ด นิกสัน และเจอรัลด์ ฟอร์ด
ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว ปี 2565 - การประชุมระหว่างเซเลนสกี และโจ ไบเดน ภาพถ่าย : เบรนแดน สไมอาโลว์สกี/เอเอฟพี
ผู้ดำรงตำแหน่งในห้องทำงานรูปไข่แต่ละคนสามารถเปลี่ยนแปลงการออกแบบได้ นอกเหนือจากสีทาผนัง พรม ผ้าม่าน และองค์ประกอบการออกแบบอื่นๆ ประธานาธิบดียังสามารถเลือกงานศิลปะ เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของต่างๆ จากคอลเล็กชันของทำเนียบขาวหรือจากคอลเล็กชันส่วนตัวของตนเอง เพื่อให้เหมาะสมกับรสนิยมและความชอบของตนเองได้
ภาพห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว เดือนสิงหาคม ปี 2568 ขณะที่ทรัมป์พบกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ภาพถ่าย: จูเลีย เดมาเร นิคินสัน/เอพี
เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งในสมัยที่สอง ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ปรับเปลี่ยนห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ตกแต่งด้วยสีทองอย่างหรูหรา ซึ่งบางคนออกปากว่า "ฉูดฉาด" เกินไป และได้สั่งเปลี่ยนโต๊ะ Resolute Desk ในห้องทำงานรูปไข่เป็นโต๊ะ Chesapeake & Ohio (C&O) ซึ่งเขาเคยใช้ในช่วงวาระแรก โดยอ้างว่าต้องนำ Resolute Desk ไปซ่อมแซม
โต๊ะ C & O ตั้งอยู่ในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office)
ท่ามกลางความประหลาดใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนโต๊ะทำงาน ก็มีข่าวลือว่าสาเหตุนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่อีลอน มัสก์และ ลิตเติล เอ็กซ์ ลูกชายวัยสี่ขวบของเขา มาเยือนห้องทำงานรูปไข่ ลิตเติล เอ็กซ์ ได้แคะจมูกและดูเหมือนจะเช็ดสิ่งที่ออกมาถูบนโต๊ะทำงานดังกล่าวออกอากาศสดทางโทรทัศน์
เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (ขวา) และ เอ็กซ์ มัสก์ บุตรชายของอีลอน มัสก์ นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน Resolute Desk ในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ของทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. /ภาพจาก AFP News
นอกจากนี้ ยังมีประวัติศาสตร์ที่เคยกล่าวถึงทางลับ และเทปบันทึกเสียงลับในทำเนียบขาว เช่นในยุค ประธานาธิบดีแฟรงคลิน เดลาโน รูสเวลต์ ได้ติดตั้งเครื่องบันทึกเสียงไว้ในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) เพื่อใช้จดบันทึกจากการประชุมและการสนทนาของเขา ประธานาธิบดีคนต่อๆ มาต่างก็ใช้ระบบบันทึกเสียงที่คล้ายกันในห้องทำงานรูปไข่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยของริชาร์ด นิกสัน ซึ่งเกิดเหตุเทปบันทึกเสียงหายไปในระหว่างการสอบสวนคดีวอเตอร์เกต และนำไปสู่การลาออกของเขาในที่สุด
🗽
หลังเหตุการณ์วอเตอร์เกต หลายคนเชื่อว่าการบันทึกเสียงลับของทำเนียบขาวได้ยุติลงแล้ว แต่ประเด็นบันทึกเสียงได้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังจากที่ทรัมป์ปลดเจมส์ โคมีย์ ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการเอฟบีไอ ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับรัสเซียในการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2559
อย่างไรก็ตาม ผู้ใกล้ชิดของโคมีย์เปิดเผยกับสำนักข่าวต่างๆ ว่า ต้นเหตุเกิดขึ้นในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ทรัมป์ได้ขอให้โคมีย์ให้คำมั่นสัญญาว่าจะจงรักภักดี แต่เขาปฏิเสธ จากนั้นในวันรุ่งขึ้น ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ ข่มขู่โคมีย์อย่างอ้อมๆ และบอกเป็นนัยว่าเขาอาจมี "เทปบันทึกเสียง" การสนทนาของพวกเขาทั้งสองเกี่ยวกับการแทรกแซงการเลือกตั้ง
🗽
บันทึกเสียงของประธานาธิบดีทั้งหมดอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยบันทึกของประธานาธิบดี (Presidential Records Act) ซึ่งกำหนดว่าบันทึกที่สร้างหรือได้รับโดยประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี และเจ้าหน้าที่ของพวกเขาในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการนั้นเป็นทรัพย์สินสาธารณะที่เป็นของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัว
🗽
ดังนั้น หากมีบันทึกเสียงของทรัมป์ที่บันทึกเสียงของโคมีย์จริง ก็จะอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยบันทึกของประธานาธิบดี (Presidential Records Act) และในที่สุดชาวอเมริกันก็จะได้ฟังบันทึกเสียงเหล่านั้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว เทปเหล่านั้นอาจกลายเป็นประเด็นของการออกหมายเรียกโดยรัฐสภาอีกด้วย
🗽
ส่วนทางลับ หรือประตูทางลับที่ซ่อนไว้ภายในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ซึ่งมีไว้เป็นทางหลบหนีและเคลื่อนไหวอย่างเป็นส่วนตัวสำหรับประธานาธิบดีในช่วงเวลาที่ฉุกเฉินนั้น มีอยู่จริง
🗽
ทางลับที่ถูกเปิดเผยแห่งหนึ่ง ถูกสร้างขึ้นหลังเหตุการณ์เพิร์ลฮาร์เบอร์ ในเดือนธันวาคม 2484 หน่วยป้องกันพลเรือนได้ขอร้องประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ ให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่ทำเนียบขาว เพราะเกรงจะเกิดอัคคีภัย แต่ประธานาธิบดีปฏิเสธ และเริ่มสั่งการก่อสร้างทางลับทางปีกตะวันออก เป็นที่หลบภัยจากระเบิดตามที่ได้วางแผนไว้นานแล้ว
ภาพถ่ายอุโมงค์ทำเนียบขาว
สำนักข่าว S. News & World Report ก็เคยรายงานถึงทางเดินลับที่สร้างขึ้นในสมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เพื่อใช้คุ้มครองประธานาธิบดีในกรณีเกิดการก่อการร้าย แหล่งข่าวระบุว่า การกดแผงบนผนังที่อยู่ติดกับห้องน้ำของประธานาธิบดีถัดจากห้องทำงานรูปไข่ จะทำให้ประตูลับเลื่อนเปิดออก นำไปสู่บันไดที่ลงไปยังทางเดินในอุโมงค์
🗽
อุโมงค์นี้ไปสิ้นสุดที่ห้องเก็บของตรงข้ามลิฟต์ส่วนตัวของประธานาธิบดีในชั้นใต้ดินของทำเนียบขาว นอกจากนี้ยังมีทางออกอีกทางหนึ่งอยู่ใกล้กับห้องทำงานที่เคยเป็นร้านตัดผมของทำเนียบขาวในชั้นใต้ดินของปีกตะวันตก และเรแกนเคยใช้อุโมงค์นี้เพื่อแอบพา ริชาร์ด นิกสัน เข้าไปประชุมส่วนตัวเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ
🗽
เห็นได้ว่า ภายในห้องทำงานรูปไข่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราในทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้น เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจ และตัวตนของประธานาธิบดี ซุกซ่อนความลับต่างๆ ไว้มากมาย ทั้งที่มีหลักฐานเปิดเผย หรือเป็นเพียงเรื่องเล่า ซึ่งประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่ซับซ้อนของสหรัฐอเมริกาที่ต้องการเป็นผู้นำโลก.
โฆษณา