Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Daisy Harmony Space
•
ติดตาม
21 พ.ค. เวลา 11:23 • ไลฟ์สไตล์
EP6 — Somewhere Between Study and Adventure
การเดินทางที่ทำให้ฉันหลงรัก
ถ้าให้เลือกสิ่งที่ฉันชอบที่สุดในการใช้ชีวิตที่จีน
หนึ่งในนั้นคงเป็น “การเดินทาง”
ประเทศจีนเป็นประเทศที่เดินทางสะดวกมาก
และเต็มไปด้วยเมืองที่มีเสน่ห์แตกต่างกันออกไป
สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจแบบฉัน
มันเหมือนโลกใบใหญ่ที่กำลังรอให้เราออกไปค้นพบ
การซื้อตั๋ว จองที่พัก
ส่วนใหญ่ฉันมักใช้ผ่าน Trip
เพราะเชื่อมกับ Alipay และจัดการทุกอย่างได้ง่ายมาก
ทุกอย่างอยู่ใน App เดียว
ตั้งแต่ตั๋วรถไฟ เครื่องบิน โรงแรม ไปจนถึงการแจ้งเตือนต่างๆ
บางครั้งฉันก็รู้สึกว่า
การเดินทางในจีนสะดวกจนหยุดปักหมุดไม่ได้
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด
แค่มีโทรศัพท์กับ Passport
ก็สามารถออกเดินทางไปได้แทบทุกเมือง
ถ้าจะมีสิ่งที่รู้สึกว่ายุ่งยากในช่วงแรก
ก็คงเป็นเรื่องการตรวจความปลอดภัย
ไม่ว่าจะขึ้น 地铁 (รถไฟฟ้า) หรือ 高铁 (รถไฟฟ้าความเร็วสูง)
ต้องผ่านการสแกนสัมภาระทุกครั้ง
และเป็นการตรวจที่จริงจังพอสมควร
บางครั้งถ้าพกเครื่องดื่มไปด้วย
เจ้าหน้าที่อาจเรียกให้ลองดื่มต่อหน้าเพื่อเช็คความปลอดภัย
ตอนแรกฉันรู้สึกว่ามันวุ่นวาย
แต่พอใช้ชีวิตไปนานๆ
มันกลับกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว
และถ้าให้เลือกการเดินทางที่ชอบที่สุด
ฉันคงเลือก 高铁
ฉันชอบความรู้สึกเวลานั่งมองวิวข้างทาง
บรรยากาศของเมืองต่างๆ ค่อยๆ เคลื่อนผ่านหน้าต่าง
เหมือนกำลังเปิดดูโลกอีกใบทีละหน้า
ที่นั่งสบาย
เดินทางง่าย
และยังสามารถสั่งอาหารล่วงหน้ามากินบนรถไฟได้อีก
ผ่านแอป Railway 12306
เพียงกรอกหมายเลขขบวน วันที่เดินทาง และเลขที่นั่ง
เมื่อรถไฟจอดที่สถานีของร้านค้าที่เลือกไว้
พนักงานจะนำอาหารมาส่งถึงที่นั่งบนรถไฟ
จะสั่งกับพนักงานที่เข็นรถอาหารบน 高铁
หรือจะซื้อของกินติดมือขึ้นรถไฟไปเอง
แล้วนั่งฟังเพลง มองวิวเงียบๆ ข้างหน้าต่าง ก็ได้เช่นกัน
การเดินทางในจีนเชื่อมต่อถึงกันแทบจะทั้งหมด
ต่อให้ไปต่างเมืองคนเดียว
ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากอย่างที่คิด
ยิ่งเดินทางมากเท่าไร
ฉันยิ่งรู้สึกว่าโลกกว้างนี้สนุกกว่าที่จินตนาการไว้มาก
และแต่ละเมือง ก็ให้อารมณ์แตกต่างกันออกไป
เฉิงตูเป็นหนึ่งในเมืองที่ฉันชอบมาก
มันเป็นเมืองที่มีทั้งความสะดวกสบายและธรรมชาติอยู่ด้วยกัน
อากาศก็กำลังดี ไม่หนาวจนเกินไป
ในเมืองเต็มไปด้วยความทันสมัย
แต่ขณะเดียวกัน
ก็ยังมีพื้นที่ให้ปอดได้หายใจ
แน่นอนว่า
สิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดคงหนีไม่พ้นหมีแพนด้า
ส่วนอาหารก็ถูกปากฉันมาก
รสชาติค่อนข้างใกล้เคียงกับอาหารไทย
โดยเฉพาะ 火锅 หรือหม้อไฟ
ถามว่าอร่อยขนาดไหน
ก็คงเป็นระดับที่กินแทบทุกวันได้โดยไม่เบื่อ
และสิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดของเฉิงตู
คือธรรมชาตินอกเมือง
ไม่ว่าจะเป็น 毕棚沟 (Bipenggou)
四姑娘山 (Siguniangshan)
หรือ 九寨沟 (Jiuzhaigou)
ฉันยังจำสีฟ้าอมเขียวของน้ำในทะเลสาบได้อยู่เลย
มันเหมือนภาพที่อยู่ในความฝัน
ส่วนเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากเฉิงตูอย่างฉงชิ่ง
ก็ให้อารมณ์แตกต่างออกไป
นั่ง 高铁 แค่ประมาณสองชั่วโมงก็ถึง
สำหรับฉัน
ฉงชิ่งเหมือนเมืองลี้ลับที่ถูกสร้างอยู่บนภูเขา
ตัวเมืองซ้อนระดับกันไปมา
ตึก ถนน รถไฟ
ทุกอย่างดูซับซ้อนแต่น่าสนใจอย่างประหลาด
โดยเฉพาะตอนกลางคืน
เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยแสงไฟและผู้คน
มันทั้งมีชีวิตชีวา และทำให้รู้สึกเหมือนหลงอยู่ในโลกอีกใบ
แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับฉัน
อาจเป็นสำเนียงของคนฉงชิ่ง
บางครั้งฉันต้องตั้งใจฟังมากเป็นพิเศษ
จนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝึก listening แบบจริงจังอยู่ตลอดเวลา
ต่อมาคือหางโจว
ถ้าฉงชิ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยแสงไฟ
หางโจวก็คงเป็นเมืองแห่งการหายใจช้าๆ
ฉันชอบ Vibes ของเมืองนี้มาก
มันเป็นเมืองที่สงบ
ไม่เร่งรีบ
เหมือนทุกอย่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล
ทะเลสาบซีหู 西湖
สวยสมคำร่ำลือจริงๆ
เป็นสถานที่ที่ทำให้ฉันเข้าใจคำว่า slow life มากขึ้น
แม้อาหารจะจืดไปหน่อยสำหรับฉันก็ตาม
และถ้ามาหางโจว
ฉันคิดว่าซูโจวก็เป็นอีกเมืองที่ไม่ควรพลาด
สำหรับฉัน
ซูโจวคือเมืองแห่งศิลปะ
บรรยากาศคล้ายหางโจว
แต่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในจีนยุคโบราณ
เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่มาก
แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์
ถนนผิงเจียง Pingjiang Road
คือหนึ่งในสถานที่ที่ฉันประทับใจ
ร้านน้ำชา
คาเฟ่
ของกินเล่น
เครื่องประดับ
และบรรยากาศจีนแบบดั้งเดิม
ทุกอย่างทำให้เมืองนี้ดูเหมือนฉากในซีรีส์จีนโบราณ
โดยเฉพาะสำหรับคนที่ดู 《陈情令》The Untamed
น่าจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดี
ส่วนเมนูที่ฉันชอบที่สุด คือบะหมี่มันปู
จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดถึงอยู่เลย
อีกเมืองที่หลายคนคงรู้จักดีคือเซี่ยงไฮ้
เมืองแห่งแฟชั่น
แสงไฟ
และความสะดวกสบาย
ถ้าใครอยากเริ่มเที่ยวจีนสักเมือง
ฉันคิดว่าเซี่ยงไฮ้อาจเป็นคำตอบที่ง่ายที่สุด
และแน่นอน
Disneyland คือสถานที่ที่ฉันชอบมาก
มันเหมือนโลกแห่งความฝันที่ทำให้เรากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
ส่วนลั่วหยาง
เป็นเมืองแรกที่ฉันไปหลังจากมาถึงจีน
เพราะอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย
เดินทางสะดวก
และใช้เวลาเที่ยวไม่นาน
ลั่วหยางเป็นเมืองเก่าแก่
เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอารยธรรมจีน
และอาจเป็นจุดเริ่มต้น
ที่ทำให้ฉันเริ่มหลงรักการเดินทางในประเทศนี้
ถ้าพูดถึงเมืองทางเหนือ
อีกที่ที่ฉันประทับใจคือปักกิ่ง
ปักกิ่งเป็นเมืองศูนย์กลางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี
และวัฒนธรรม
สะอาด เป็นระเบียบ และทันสมัย
สิ่งที่ฉันประทับใจที่สุด
คงเป็น 万里长城 — กำแพงเมืองจีน
ตอนที่ยืนอยู่บนกำแพงเมืองจีน
ฉันรู้สึกทึ่งกับความยิ่งใหญ่และความยาวสุดสายตาของมัน
มันทำให้รู้สึกว่า
สถานที่บางแห่งในโลก
ควรค่าแก่การไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งจริงๆ
ลมหนาว
วิวภูเขา
และหิมะบางๆ
เป็นภาพที่ยังอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอ
รวมถึง Universal Studios Beijing
ที่สนุกจนลืมเวลาไปจริงๆ
เป็ดปักกิ่ง
โยเกิร์ต 奶皮 ของ 紫光园
ก็เป็นอีกความทรงจำที่ฉันยังคิดถึงอยู่เสมอ
และเมืองที่ทำให้ฉันได้ใช้ชีวิตใกล้เคียงกับวิถีชีวิตจริงของผู้คนที่นี่มากที่สุด
คงเป็นกว่างโจว
กว่างโจวเป็นเมืองเศรษฐกิจ
เต็มไปด้วยออฟฟิศ ผู้คน และบริษัทต่างๆ
เมืองทั้งเมืองเคลื่อนไหวรวดเร็ว
ผู้คนดูเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา
และที่นี่เอง
ที่ฉันเริ่มได้สัมผัสชีวิตนอกเหนือจากรั้วมหาวิทยาลัยจริงๆ
ทั้งการเช่าห้องพัก
การเดินทางไปเรียน
การใช้ชีวิตในแต่ละวัน
มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบ “นักท่องเที่ยว” อีกต่อไป
แต่เป็นความรู้สึกของการใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจริงๆ
ฉันเริ่มคุ้นเคยกับการนั่งรถไฟในชั่วโมงเร่งด่วน
คุ้นเคยกับร้านอาหารแถวที่พัก
และค่อยๆ เรียนรู้จังหวะชีวิตของเมืองนี้ไปทีละนิด
แม้กว่างโจวจะเป็นเมืองใหญ่และเต็มไปด้วยความเร่งรีบ
แต่กลับมีสถานที่หนึ่ง
ที่ฉันรู้สึกชอบมากเป็นพิเศษ
白云山 (Baiyun Mountain)
สำหรับฉัน
มันเหมือนพื้นที่พักหายใจของเมืองทั้งเมือง
ทั้งที่ยังมองเห็นตึกสูงอยู่ไกลๆ
แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินออกจากโลกที่เร่งรีบ
ที่นี่เหมือนรอยต่อ
ระหว่าง “เมืองใหญ่” กับ “ธรรมชาติ”
ฉันคิดว่าหนึ่งในสิ่งที่ฉันชอบที่สุดเกี่ยวกับประเทศจีน
คือการที่ธรรมชาติไม่ได้อยู่ไกลจากชีวิตประจำวันเลย
ถ้าหัวใจเริ่มเรียกหาความสงบ
แค่นั่งรถไฟฟ้าไม่กี่สถานี
เราก็สามารถไปยืนอยู่ท่ามกลางภูเขา สายลม และต้นไม้ได้แล้ว
ต้องยอมรับว่า
ระบบคมนาคมของจีน
ทำให้การท่องเที่ยวกลายเป็นเรื่องง่ายมาก
และบางที
มันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันตกหลุมรักประเทศนี้มากขึ้น
ตอนแรกฉันคิดว่าตัวเองมาเรียนภาษา
แต่สุดท้ายแล้ว
สิ่งที่จีนสอนฉันมากที่สุด
อาจไม่ใช่แค่ภาษา
แต่มันคือการออกไปเห็นโลกกว้าง
และค่อยๆ รู้จักตัวเองผ่านการเดินทางเหล่านั้น
ห้องเรียนชีวิต
ที่ทำให้การเรียนภาษาจีนเป็นเรื่องสนุก
我去了很多地方,
连老师都笑着问我:
“你是不是一边学习,一边旅行?”
我当然回答:
“当然是啊。”
-Daisy
เรื่องเล่า
ไลฟ์สไตล์
แรงบันดาลใจ
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Self-Journey
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย