21 พ.ค. เวลา 13:43 • สุขภาพ

ถ้าเทคโนโลยีและเงินถึง ก็ต่อชีวิตไปได้อีก…แล้วถ้าเงินไม่ถึง สายป่านไม่ยาวล่ะ?

เทคโนโลยีการแพทย์ในปัจจุบันมีทางเลือกมากขึ้น จากที่สมัยก่อนถ้าคนเป็นโรคแบบนี้ ถึงขั้นนี้ ยังไงต้องตายแน่ ๆ กลายเป็น ถ้าตัดสินใจถูกและมีเงินก็อาจจะยังอยู่ต่อได้อีกแม้ร่างกายจะไม่ดีเท่าเดิม เงินที่เหลือก็ซื้อคุณภาพชีวิตต่อได้ และถ้าโชคดี (อีก) ก็ยังกลับมาเกือบปกติได้เหมือนกัน
เดือนที่ผ่านมามีเรื่องความเป็นความตายของคนรอบตัวให้ต้องตัดสินใจอยู่ 2 เคสด้วยกัน
เคสแรกเป็นญาติผู้ใหญ่อายุ 89 ปี ไม่ได้แต่งงาน เราเลยถือเป็นญาติสายตรงคนนึง ด้วยโรคชราที่มีหลายโรค และเข้าโรงพยาบาลด้วยถุงน้ำดีอักเสบสลับกับติดเชื้อในกระแสเลือด มีวินาทีความเป็นความตายแทบทุกสัปดาห์ แต่ครอบครัวเราก็ตัดสินใจว่าอะไรที่เป็นการทรมานเกินไปก็จะไม่ทำ และปล่อยให้จากไปอย่างสงบ
เช้าวันหนึ่งความดันตกมาก หมอบอกว่าน่าจะอยู่ได้ไม่พ้นวันนั้น แต่สุดท้ายรอดมาได้และอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ แม้ตัดสินใจว่าจะไม่กู้ชีพหรือผ่าตัดใด ๆ
ทุกคนดีใจ แต่ตอนนี้เกมก็ยังไม่จบ ทุกอย่างยังเกิดขึ้นอีกได้เสมอ…
อีกเคสนึงเป็นอดีตแม่บ้านที่บ้านเป็นโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 3 วัน ญาติเขาไม่สะดวกเอาไปดูแล นายจ้างเลยดูแลแทน ด้วยอาการของโรคตอนนี้หมอบอกให้หยุดการฟอกไตได้แล้ว ศูนย์ฟอกไตตามสิทธิก็ไม่รับเพราะมีอาการแทรกซ้อนทางหัวใจเวลาฟอก ส่วนโรงพยาบาลรัฐสงวนไว้ให้คนที่ฟอกไตแล้วยังทำประโยชน์ ยังทำมาหากินได้อยู่ เลยต้องไปอยู่ Nursing care ที่ดูแลค่อนข้างดีและมีที่ฟอกไตในสถานที่เดียวกัน
แม้หมอจะส่งต่อไปแผนกประคับประคอง (Palliative Care) ของโรงพยาบาล แต่คนไข้ยังแสดงเจตนาชัดว่ายังไม่อยากหยุดฟอกไต ยังกลัวตาย ชีวิตก็ต้องไปต่อ ถ้าสิทธิการรักษาพื้นฐานของรัฐไม่พอกับการให้คนอาการหนักและชรามากมีชีวิตต่อก็ต้องจ่ายเพิ่มเอาเอง
การที่นายจ้างไม่ใช่ญาติ จะหาทางลดค่าใช้จ่ายลงก็จะโดนมองไม่ดีจากคนอื่นว่าอยากประหยัดหรือเจตนาไม่ดีต่อผู้ป่วย ซึ่งการลดค่าใช้จ่ายลงนี้แม้ลงเพียงไม่มากก็อาจหมายถึงว่าต้องเริ่มนับถอยหลังวันตายกันได้เลย
เคสนี้ ยังทำใจเด็ดขาดไม่ได้ แม้เงินนายจ้างจะร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ เดือนละ 5-6 หมื่นบาทและต้องเป็นธุระพาไปหาหมอตามนัดมาเป็นปี โดยที่ไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไรก็ตาม
โรคไตนี่ร้ายนัก! ใครอย่าได้เป็นเลย สูบทุกทรัพยากรที่มีไปหมด เป็นเบาหวานชีวิตยังง่ายกว่า
ทุกการตัดสินใจล้วนมีความหมายเสมอ การตัดสินใจยื้อชีวิตไปแล้วเกมยาวกว่าที่คิด ถ้าเริ่มไม่ไหวจะย้อนกลับไปเริ่มใหม่อีกทีก็ลำบากใจ
โค้ชหนุ่ม The Money Coach ได้บอกในรายการคุณวู้ดดี้ล่าสุดว่า “เราไม่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่เราก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ไม่มีตังใช้”
(ใช้เงินสนับสนุนจากคนอื่น)
มาคิดดู ถ้าคุณพอมีพอกินแบบกลางค่อนบน ไม่ใช่มหาเศรษฐี หากแก่ตัวลงไป ป่วยแล้วยังไม่ตาย จำเป็นต้องติดเตียงต่อไปแบบไม่อนาถานักก็ควรมีอย่างน้อยเดือนละ 5-6 หมื่น ค่ารักษาพยาบาลต่างหากเพราะสมมติว่าทำประกันสุขภาพไว้ (แต่อาจไม่ครอบคลุมหมดอยู่ดี) แล้วต้องอยู่ไปอีก 10-20 ปี
เราต้องเตรียมเงินเท่าไร ต้องมี passive income แค่ไหน???
ไม่งั้นก็ต้องมี ”สมุดเบาใจ“ บอกคนรอบตัวเอาไว้เลยว่าปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ต้องกลัวตาย
ถ้าต้องอยู่แบบติดเตียงกินนอนไปวัน ๆ เราขอฝึกปฏิบัติธรรมเอาไว้พร้อมรับเวลาตายแทนน่าจะมีความสุขกว่า
ปล. รูปประกอบเป็นลายพื้นที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง
โฆษณา