24 พ.ค. เวลา 06:16 • ประวัติศาสตร์
จิตเดินลงทางต่ำๆ ไม่ต้องออกแรง .เดินลงนรก ไม่ต้องฝืนนิสัยสันดานในตัวตน ทำเรื่องราวดีๆ มีกายมนุษย์รู้จักดีชั่ว ก็มีกายวาจาใจที่ดี .ทำไม่ได้. มันเยี่ยงอย่างใครกัน .
เรื่องราว พอเราศึกษา ลึกเข้าไป ในสิ่งที่เรียกว่า กรรมนั้นใครเป็นผู้ที่บันทึก ให้ . คำว่า ธาตุทั้งสี่ ที่ประกอบกาย เป็นผู้ที่บันทึก ในนิสัยที่ใช้กายวาจาใจ เมื่อตายไป ธาตุทั้งสี่ ก็จะเป็นหลักฐาน ที่ใช้กายนี้ ใช้อารมณ์ นึกคิดต่างๆ เค้าบันทึกไว้ให้ ตั้งแต่เกิดจนตาย
แล้วมีอีกองค์ หนึ่งที่เรียกว่า พระพันตา องค์ธรรมพระวิหัสนัย ท่านก็เก็บเรื่ิลงราวต่างให้ ท่านบอกว่า ฉันเห็นนะ ฉันเป็นห่วงบันทึก เป็นหลักฐาน ส่งให้องค์ธรรมพระยมตะ ตัดสิน สิ่งที่จิตแต่ละดวง สะสมสร้างมาเอง เป็นหลักฐาน เรื่องราวอย่างนี้ ไม่ค่อยได้ยินได้ฟังกันหรอก แล้วคนก็คิดว่า ไม่มีใครรู้ใครเห็น สร้างกรรมดีชั่ว อะไรไว้ ก็มีหลักฐานกรรม เมื่อไปตัดสิน เมื่อกายนี้หมดไป เรื่องราวเทวทูต .หากจิตเห็น .ก็ตกใจกลัว ทำขั่วอะไรไว้ หน้าตาชั่วๆ ก็จะมีให้ดู น่าเกลียดน่ากลัว อกสั่นขวัญแขวน
เรื่องราวสถานที่ตัดสิน .ดีชั่ว เหมือนศาล ทีตัดสิน จิตที่มาอาศัยกายมนุษย์ เค้่าให้มาแก้ไขนิสัยสันดานดีชั่ว ที่ที่อยู่ในจิต ที่สะสมมา หากได้ เข้าชม ที่ตัดสิน สถานที่นั้น พอเข้าไป เคยเป็นมนุษย์ ยิ่งใหญ่ ร่ำรวย . ไปบอกเค้าว่า ข้าพเจ้ามีทรัพย์สินเงินทองมากมาย ท่ายจะเอาอะไร ข้าพเจ้าจะยกให้ เค้าก็บอกว่า ที่นี้ ไม่ได้ใช้ ทรัพย์สินเงินทอง ตัดสินด้วยความดีชั่ว ที่เจ้าใช้ กายวาจาใจเอง ดีหรือชั่ว สถานที่ตัดสิน ก็กว้างขวางใหญ่โต เพราะจิตทุกดวง ที่เกิดมาในโลก ก็ต้องไปสถานทีนี้
. มีองค์ท้าวเวสสุวัณ ท่านดูแลจิตในอบาย ท่านก็บอกว่า อย่ามาอยู่กับท่านเลย มันทุกข์ทรมาน ให้สร้างบุญกุศลบารมี มันเดินขึ้นที่สูง .มันยากลำบาก เหนื่อย .ขึ้นสูงไป เป็นเทพยดาอินทร์พรหม มันป่ายปีน ยากเย็น หาดไม่อดทน สร้างบุญกุศลบารมี มันยากลำบาก ไม่เหมือนเดินลงที่ต่ำ ไม่ต้องออกแรง น้ำหนักอารมณ์นึกคิด มันกดทับจิต ลงไปเอง
.เมื่อตอนที่ปฏิบัติธรรม นั่งพับเพียบ มือวางที่หน้าตัก ท่านก็สอนให้ ตั้งเร้ิ่มต้น บอกว่า ทำกายนิ่ง จิตนิ่ง .อย่าไปนึกคิดอะไรเลย นึกคิดก็คือกรรม จิตก็ไปยึด .ความนึกคิดที่เป็นตัวกรรมตัวทุกข์ ..นั่งกายนิ่ง จิตนิ่ง ไม่นึกคิดอะไรทั้งนั้น เมื่อทำได้ กายก็เป็นสุข จิตก็เป็นสุข ผู้ที่ท่านยืน เดินยืนนั่งนอน จิตไม่มีภาระอะไร จิตไม่มีทุกข์ ก็นั่งยืนเดิน .เหมือนกายนั่นเป็นหุ่น มีพระทีเรานับถือ ก็ยืนได้ หลายชั่วโมง ไม่นึกคิดอะไรเลย
เรื่องราวกิริยาท่าทาง ของพระ ท่านนอนยังไง จิตจึงไม่มีทุกข์ เรื่องราวของพระพุทธเจ้านั้น เทพที่สูงๆ ชั้นดาวดึงส์ แม้พระอรหันต์ ทุกพระองค์ ก็นอบน้อม ในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระที่เรานับถือ ท่านบอกว่า รูปพระพุทธเจ้า นั้น ก็มีตามถ้ำ ตามภูเขา แม้ในอากาศ รอยพระพุทธบาท หูทิพย์ตาทิพย์ เค้าก็มานอบน้อมกราบไหว้ บูชา เพราะ เค้าก็ต้องการ สร้างบุญกุศลบารมี ให้ยุติการเวียนว่ายตายเกิด
แต่นั้นแหละ การเกิดมาในโลก ก็มีพญามาร เป็นผู้ยิ่งใหญ่ คอยดึงจิตมนุษย์ ให้เกิดทิฐิ ความคิดเห็นผิด เห็นสิ่งที่ดี ก็ดูถูกติเตียน ก็สร้างบุญกุศลไม่ได้ กายวาจาใจ ที่ใช้ฮาตุทั้งสี่บันทึกให้ ธาตุทั้งสี่ นั้นก็ตกต่ำไปเรื่อย .รู้จักดีชั่วไม่ได้ จิตมีกายเป็นมนุษย์ จนตกลงไปในคำว่า เดรัจฉาน .ไม่รู้จักสิ่งไหนที่เป็นคุณต่อจิต จิตเยี่ยงนี้ พญามาร เอามาเป็นบริวาร สร้างเรื่องราวชั่วๆ เหมือนเทวทัต อยากใกล้พระพุทธเจ้า เทวทัต ก็ยังทำดีไม่ได้ จิตออกจากกายไปไหน นรกอเวจี
มันแปลกอย่างน่ะ จิตที่ออกจากกาย ไป .ไปเป็นสัมเภสี เป็นเปรต ผ้าไม่มีจะนุ่ง อยากได้บุญ มาขอบุญ พอเค้าส่งให้ก็ ไม่รู้จักบุญ เหมือนของที่เค้าส่ง ใส่กล่อง ไปรษณีย์ วัสดุไปให้ เห็นกล่อง ก็ไม่รู้จักเปิดดู ก็ทิ้งกล่องนั้นไป ก็อดก้น อดได้บุญไป
นี่แหละ ที่เค้าว่า สมัยนี้ จิตที่ขึ้นมาจากอบายภูมิ มาอาศัยได้เพียงกายมนุษย์ แต่ข้างในจิตสัตว์เปรตอสุรกาย เค้าคิดเรื่องราวดีๆ ทำไม่ได้ อารมณ์นึกคิดทิฐิปกปิด จิตตัวเอง .เดินทางไปทางทุกข์ .เดินลงบันได ไม่ต้องออกแรง เดินลงสบายๆ เดินลงที่ต่ำ ลงนรก
ในเมื่องไทย มีสถานที่หนึ่ง ที่เป็นสถานที สำคัญ ของจิตวิญญาน มีทวยเทพ หูทิพย์ตาทิพย์ มาสักการะ เป็นพระนอนไสยาสน์ เทด้วยทองคำ ยาวมาดกว่าร้อยเมตร พระท่านเล่าให้ฟังว่า เททองสร้างมาตั้งแต่สมัย พระพุทธเจ้ากัสสปะ หากจำไม่ผิด องค์พระไสยาสน์ องค์ท่านเรืองรองด้วย แสงรัตนะ ที่ก็ปิดบังไม่ให้มนุษย์ได้พบเห็น เพราะมนุษย์ สมัยนี้มีความโลภ เห็นเงินทองว่า มีค่า ก็โลภ . เค้าปิดไม่ให้พบเห็น พระท่านบอกว่า จะไปเปิดอีกครั้ง สมัยยุคพระศรีอาริย์ . สถานที่นี้ ก็มีพระท่านดูอยู่ ท่านก็เล่าให้ฟัง
โฆษณา